พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1972/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความร่วมมือในการฉุดคร่า ข่มขืน และพยายามฆ่าผู้ขัดขวาง ถือเป็นความผิดฐานร่วมกระทำ
จำเลยฉุดคร่าพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร โดยมีพวกของจำเลยคอยคุ้มกันขัดขวางไม่ให้ใครเข้าช่วยหญิงนั้น และพวกของจำเลยได้ใช้ปืนยิงพยายามฆ่าน้องสาวและบิดาของหญิงนั้นซึ่งเข้ามาขัดขวางถือว่าจำเลยได้ร่วมกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เข้าขัดขวางนั้นด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดตาม พ.ร.บ.ประกันชีวิต: การชักชวนทำประกันกับสมาคมที่ไม่ได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2510 มาตรา 7 วรรคแรกจะเห็นได้ว่าสมาคมใด ๆ จะประกอบธุรกิจประกันชีวิตไม่ได้เลยและตามมาตรา 72 แสดงว่ากฎหมายอนุญาตให้ชักชวนแนะนำให้ผู้อื่นทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทจำกัดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตแล้วได้ แต่จะชักชวนแนะนำให้ไปทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใดซึ่งรวมถึงสมาคมด้วยไม่ได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชักชวนแนะนำให้บุคคลอื่นทำสัญญาประกันชีวิตกับสมาคมส่งเสริมกสิกรแม้จะมิได้บรรยายว่า สมาคมดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต แต่กลับไปกล่าวว่าจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมาย ดังนี้ ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2516)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2516)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2516
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิด พ.ร.บ.ประกันชีวิต: การชักชวนทำประกันกับสมาคมที่ไม่ได้รับอนุญาต
ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2510 มาตรา 7 วรรคแรกจะเห็นได้ว่าสมาคมใด ๆ จะประกอบธุรกิจประกันชีวิตไม่ได้เลยและตามมาตรา 72 แสดงว่ากฎหมายอนุญาตให้ชักชวนแนะนำให้ผู้อื่นทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทจำกัดที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตแล้วได้ แต่จะชักชวนแนะนำให้ไปทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใดซึ่งรวมถึงสมาคมด้วยไม่ได้ โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยชักชวนแนะนำให้บุคคลอื่นทำสัญญาประกันชีวิตกับสมาคมส่งเสริมกสิกรแม้จะมิได้บรรยายว่า สมาคมดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต แต่กลับไปกล่าวว่าจำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมาย ดังนี้ ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2516)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 20/2516)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1737/2516
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดพยายามฆ่า: ประเด็นประสิทธิภาพอาวุธและคำฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81, 288, 83 ประกอบด้วยมาตรา 53 (2)ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 และลดโทษตามมาตรา 78 ให้อีกกึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288, 83 ประกอบด้วยมาตรา 53(1)ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่งตามมาตรา 75 และลดโทษตามมาตรา 78ให้อีกกึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 4 ปี ดังนี้ เป็นการพิพากษาแก้ทั้งบททั้งโทษ จึงเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 และ 220
ใช้ปืนแก๊ปยาวยิง 2 นัด ขณะผู้เสียหายเดินมาห่างจำเลย 4-5 วา กระสุนปืนถูกใบหน้า คือ ที่หน้าผาก 2 รู โดนจมูกและเข้าตาขวาตาขวาบอด ถูกยิงแล้วโลหิตไหลเต็มใบหน้าตามพฤติการณ์แสดงชัดว่ากระสุนปืนเฉียดเฉียงไปไม่ถูกด้านตรง กระสุนปืนจึงไม่เจาะลึกเข้าไปภายในศีรษะและใบหน้า ผู้เสียหายจึงไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต ตามธรรมดาอาวุธปืนเป็นอาวุธที่ร้ายแรง ใช้ประหัตประหารกันให้ถึงแก่ความตายได้ง่าย และแน่นอนกว่าอาวุธอื่น จะสันนิษฐานว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่มีประสิทธิภาพเพราะผู้เสียหายถูกยิงในระยะใกล้ แต่ได้รับอันตรายเพียงบาดเจ็บไม่ถึงแก่ความตายหาได้ไม่
ใช้ปืนแก๊ปยาวยิง 2 นัด ขณะผู้เสียหายเดินมาห่างจำเลย 4-5 วา กระสุนปืนถูกใบหน้า คือ ที่หน้าผาก 2 รู โดนจมูกและเข้าตาขวาตาขวาบอด ถูกยิงแล้วโลหิตไหลเต็มใบหน้าตามพฤติการณ์แสดงชัดว่ากระสุนปืนเฉียดเฉียงไปไม่ถูกด้านตรง กระสุนปืนจึงไม่เจาะลึกเข้าไปภายในศีรษะและใบหน้า ผู้เสียหายจึงไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต ตามธรรมดาอาวุธปืนเป็นอาวุธที่ร้ายแรง ใช้ประหัตประหารกันให้ถึงแก่ความตายได้ง่าย และแน่นอนกว่าอาวุธอื่น จะสันนิษฐานว่าปืนที่จำเลยใช้ยิงไม่มีประสิทธิภาพเพราะผู้เสียหายถูกยิงในระยะใกล้ แต่ได้รับอันตรายเพียงบาดเจ็บไม่ถึงแก่ความตายหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1733/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฉ้อโกงต้องมีการได้ไปซึ่งทรัพย์สิน การหลอกให้รับจ้างขนส่งไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
การที่จำเลยหลอกลวงให้ผู้เสียหายรับจ้างทำการขนส่งให้จำเลยแล้วไม่ชำระค่าขนส่งที่ตกลงไว้ว่าจะชำระให้นั้น จำเลยได้รับผลเพียงการขนส่งจากผู้เสียหาย ไม่ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1685/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานบุกรุกและกระทำอนาจาร: การประเมินลักษณะการกระทำเพื่อพิจารณาความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา
จำเลยแอบเข้ามากอดหญิงผู้เสียหายและพูดขอกระทำชำเราผู้เสียหายร้องขึ้นจำเลยเอามือปิดปากผู้เสียหาย กดผู้เสียหายนอนลงที่พื้นเรือนแล้วขึ้นคร่อมเอาหัวเข่ากดต้นขาไว้ ขณะนั้นผู้เสียหายนอนหงายนุ่งกระโจมอกอยู่ จำเลยก้มลงกัดที่แก้มและถลกผ้าซิ่นขึ้นจากด้านล่าง ผู้เสียหายดิ้นอย่างแรงจนหลุดแล้ววิ่งร้องไห้ลงเรือนไปดังนี้ลักษณะการกระทำของจำเลยดังกล่าวยังไม่อยู่ในวิสัยที่จำเลยจะกระทำชำเราผู้เสียหายได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา คงเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2516
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงาน: ต้องมีหน้าที่จัดการทรัพย์โดยตรง ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้อง
การกระทำที่จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151ก็ต่อเมื่อผู้กระทำผิดมีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ แล้วใช้อำนาจในตำแหน่งแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจากตัวทรัพย์นั้นโดยมิได้เอาตัวทรัพย์ไป ไม่ใช่เพียงแต่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์นั้นเท่านั้น จำเลยได้รับแต่งตั้งให้ดำเนินงานควบคุมจัดการกิจการประปาของเทศบาล ได้ติดตั้งการใช้น้ำประปาให้ ส. กับพวกแล้วไม่ลงทะเบียนผู้ใช้น้ำประปาเรียกเก็บค่าใช้น้ำประปาทุกเดือน และออกหลักฐานจำนวนก๊อกน้ำประปาของผู้ติดตั้งน้อยกว่าความจริงแล้วเก็บเงินมากกว่าจำนวนค่าธรรมเนียมที่เทศบาลกำหนด และโจทก์บรรยายฟ้องเจาะจงว่า จำเลยเบียดบังยักยอกเอาเงินรายได้ 3,955 บาท จากกิจการประปาของเทศบาลที่จำเลยรับไว้จาก ส. กับพวก ไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว โดยทุจริต ดังนี้ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เท่านั้น จำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 151 ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1663/2516
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เขตอำนาจศาลคดีเช็ค: สถานที่ออกเช็คและปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นที่เกิดเหตุ
จำเลยมีที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกเช็คฉบับพิพาทที่จังหวัดเชียงใหม่ ธนาคารที่ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คฉบับพิพาทคือธนาคารในจังหวัดเชียงใหม่ เพียงแต่ผู้ทรงเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายเอาเช็คนั้นมาสลักหลังแลกเงินไปจากโจทก์ที่ในกรุงเทพมหานครโดยจำเลยมิได้ร่วมรู้เห็นด้วย จะถือว่าเป็นความผิดเกี่ยวพัน โดยกรุงเทพมหานครเป็นสถานที่เกิดเหตุอีกแห่งหนึ่งนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2516
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษความผิดพยายามขนสินค้าออกนอกราชอาณาจักรและการโยงโทษตามกฎหมายศุลกากร
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพยายามขนสินค้าผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชานอกทางอนุมัติแต่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ขัดขวางจับกุมเสียก่อน ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5 อันมีบทลงโทษตามมาตรา 10 มาตรา 10 นี้ บัญญัติว่า ผู้ฝ่าฝืนมาตรา 5 ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 จึงเห็นได้ว่ามาตรา 10 ดังกล่าวนั้นโยงไปให้เอาโทษในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 มาใช้บังคับเมื่อจำเลยกระทำผิดโดยฝ่าฝืนมาตรา 5,10 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) ซึ่งการพยายามกระทำความผิดตามมาตรา 5 ก็มีโทษเช่นเดียวกับการกระทำผิดสำเร็จ ศาลก็ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ได้เต็มตามที่มาตรา 10 ให้โยงมาใช้ แม้โจทก์จะได้อ้างมาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาด้วยก็จะถือว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษเพียงฐานพยายาม คือสองในสามของโทษสำหรับความผิดสำเร็จหาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1561/2516
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ไม้แปรรูปเพื่อทำเกวียนยังไม่ถือเป็นเครื่องใช้ การมีไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงมีความผิดตามกฎหมาย
จำเลยมีไม้หวงห้ามทำเป็นซี่ล้อ ดุมล้อคันชักและฝักขามสำหรับประกอบเป็นล้อเกวียนและเกวียนเพื่อจำหน่าย เมื่อยังมิได้ประกอบเป็นล้อเกวียนหรือเกวียน จึงไม่อยู่ในสภาพเป็นเครื่องใช้ คงถือว่าเป็นไม้แปรรูปตามพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 มาตรา 4