คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
สัญญาจะซื้อขาย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 405 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขาย: สิทธิของผู้ซื้อยังไม่เกิดจนกว่าจะโอนทรัพย์ ผู้ซื้อจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกคืนหรือห้ามเกี่ยวข้องกับทรัพย์
ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและบ้านเรือนกัน ผู้ขายมอบที่ดินและบ้านเรือนให้ผู้ซื้อครอบครองไปพลางก่อน จนกว่าจะได้ไปโอนกันภายหลังนั้น ผู้ซื้อยังไม่มีสิทธิในทรัพย์ที่จะซื้อขายกันนั้น ผู้ซื้อเพียงมีสิทธิตามสัญญาจะซื้อขาย อันเป็นสิทธิเหนือบุคคลผู้เป็นคู่สัญญาและทายาทของเขา ฉะนั้นเมื่อมีคนเข้ามารื้อเรือนเอาไป และร้องขอให้อำเภอขายที่ดินนั้นโดยอ้างว่า เขาเป็นทายาทผู้รับมรดกของเจ้าของที่ดินนั้น ผู้ซื้อจึงยังไม่มีอำนาจที่จะฟ้องให้เขาคืนทรัพย์หรือ ห้ามมิให้เขาเกี่ยวข้องกับทรัพย์รายพิพาทนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดิน เจ้าของร่วมต้องยินยอม การโอนสิทธิเฉพาะส่วน
เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวไปทำสัญยาจะขายที่ดินให้แก่เขาหมดทั้งแปลงโดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วม คนอื่น ๆนั้น สัญญาจะซื้อขายนั้นย่อมผูกพันเฉพาะส่วนของเจ้าของร่วมผู้ทำสัญญาจะขายเท่านั้น ไม่ผูกพันส่วนของ เจ้าของร่วมคนอื่นด้วย.
ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้ทั้งแปลงตามสัญญา เมื่อปรากฎว่าที่ดินนั้นมีผู้อื่นเป็นเจ้าของร่วมด้วยอีกหลายคน จะให้ โอนทั้งแปลงไม่ได้ ได้แต่โอนเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้น ดังนี้ เมื่อคดีไม่ปรากฎว่าส่วนของจำเลยมีอยู่เท่าใด ศาล ก็จะพิพากษาให้แบ่งไป ไม่ได้ ได้แต่พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เสียเท่านั้นแต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องว่า กล่าวเป็นเรื่องใหม่./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องบังคับขายตามสัญญาจะซื้อขายหลังผู้ขายเสียชีวิต ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ หากมีการเปลี่ยนแปลงข้ออ้างและสถานะทางกฎหมาย
โจทก์เคยฟ้องจำเลยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยซื้อมาจากมารดาจำเลย และได้ครอบครองอย่างเจ้าของมาจนเป็นของโจทก์แล้ว จำเลยบุกรุก ศาลชี้ขาดว่าสัญญาที่โจทก์อ้างมาฟ้องเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินเท่านั้น ที่พิพาทยังหาเป็นของโจทก์ไม่ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยอีกขอให้บังคับจำเลย ซึ่งเป็นทายาทของผู้ขาย ขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย เมื่อผู้ขายตายแล้ว ดังนี้คดีของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1515/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดิน vs. สิทธิในที่ดิน - ฟ้องบังคับสัญญาหลังผู้ขายเสียชีวิตเป็นคดีซ้ำ
โจทก์เคยฟ้องจำเลยว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยซื้อมาจากมารดาจำเลย และได้ครอบครองอย่างเจ้าของมาจนเป็นของโจทก์แล้ว จำเลยบุกรุก ศาลชี้ขาดว่าสัญญาที่โจทก์อ้างมาฟ้องเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดินเท่านั้น ที่พิพาทยังหาเป็นของโจทก์ไม่ โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยอีก ขอให้บังคับจำเลย ซึ่งเป็นทายาทของผู้ขายขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย เมื่อผู้ขายตายแล้ว ดังนี้คดีของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมยอมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขาย สิทธิของผู้ซื้อเดิม
สัญญาจะขายที่ดินให้แก่เขาแล้ว กลับเอาไปขายแก่คนอื่น โดยสมยอมกันเพื่อจะไม่ขายที่ดินให้ผู้ซื้อคนแรก ดังนี้
ผู้ซื้อคนแรกมีสิทธิฟ้องผู้ขายและผู้ซื้อรายหลังขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายรายหลังเสีย และขอให้ผู้ขายโอนที่ดินให้แก่ตนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1145/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมยอมกันไม่ขายที่ดินแล้วไปขายให้ผู้อื่น ผู้ซื้อเดิมมีสิทธิเรียกร้องให้โอนที่ดิน
สัญญาจะขายที่ดินให้แก่เขาแล้ว กลับเอาไปขายแก่คนอื่น โดยสมยอมกันเพื่อจะไม่ขายที่ดินให้ผู้ซื้อคนแรก ดังนี้ ผู้ซื้อคนแรกมีสิทธิฟ้องผู้ขายและผู้ซื้อรายหลังขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายรายหลังเสียและขอให้ผู้ขายโอนที่ดินให้แก่ตนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิไถ่ถอนขายฝาก & ลำดับสิทธิระหว่างผู้ซื้อฝาก ผู้รับโอนสิทธิ & ผู้ทำสัญญาจะซื้อขาย
ทำสัญญาขายฝากที่ดินกันโดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาได้ตกลงกันขายที่ดินแปลงนั้นแก่ผู้รับซื้อฝาก โดยทำสัญญากันเองดังนี้สัญญาขายขาดฉะบับหลังนี้ไม่เกิดผลเป็นสัญญาซื้อขายที่ชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้น ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากรายนี้ ได้ภายในกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญาขายฝากอยู่ และผู้ที่รับโอนสิทธิจากผู้ขายฝาก ก็ย่อมมีสิทธิไถ่ถอนการขายฝากรายนี้ได้เช่นเดียวกัน
คู่ความอ้างเอกสารในสำนวนของศาลเป็นพยาน ไม่ต้องเรียกเอกสารมาจากที่อื่น เมื่อปรากฎว่าผู้อ้างยังไม่ได้เสียค่าอ้าง ศาลก็ชอบที่จะเรียกให้ผู้อ้างชำระค่าธรรมเนียมการอ้างเอกสารนั้นเสียก่อนที่จะพิพากษาคดี ต่อผู้อ้างขัดขืนไม่ชำระตามคำสั่ง ศาลจึงควรไม่รับฟังเป็นพยาน
ในคดีที่มีผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่ 3 สู้คดีกับโจทก์จำเลยนั้น แม้ในศาลชั้นต้นจะพิพากษาให้ผู้ร้องสอดโจทก์แพ้คดีจำเลย โจทก์ไม่อุทธรณ์คงอุทธรณ์เฉพาะผู้ร้องสอดเท่านั้น ก็ตาม ก็ต้องถือว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่บังคับเฉพาะที่เกี่ยวถึงสิทธิของผู้ร้องสอดด้วย ยังหายุติไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายยังไม่เด็ดขาด ต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้ก่อนเลิกสัญญา
หลักการแปลสัญญานั้นควรแปลความให้มีผลบังคับดีกว่าจะแปลให้ไร้ผล
หนังสือสัญญาซื้อขายเรือนใช้คำว่า สัญญาซื้อขาย แต่ปรากฎตามข้อสัญญาว่ายังไม่ได้ชำระราคากันแสดงอยู่ว่า สัญญารายนี้ยังไม่เด็ดขาด มีการที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปอีกและเมื่อยังไม่ชำระราคากัน ก็จะเรียกร้องให้โอนเรือนกันก็ยังไม่ได้ คู่กรณีก็มีเจตนาจะให้มีการผูกพันต่อกันตามสัญญาดังนี้ ควรฟังว่า สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่สัญญาซื้อขายเด็ดขาด
ทำสัญญาขายเรือนกันฝ่ายผู้ซื้อขอผัดชำระเงินภายใน 2 เดือน ครั้นครบกำหนดแล้ว ผู้ซื้อก็ยังมิได้ชำระเงิน ดังนี้ผู้ขายจะบอกเลิกสัญญานั้นเสียทีเดียวยังไม่ได้ จะต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 387 เสียก่อน เว้นแต่จะปรากฎว่าคู่สัญญาถือกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นสาระสำคัญ เพื่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์ในการทำสัญญาตามมาตรา 388

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การตีความสัญญาจะซื้อขายและสัญญาซื้อขายเด็ดขาด การบอกเลิกสัญญาเมื่อไม่ชำระหนี้
หลักการแปลสัญญานั้นควรแปลความให้มีผลบังคับดีกว่าจะแปลให้ไร้ผล
หนังสือสัญญาซื้อขายเรือนใช้คำว่า สัญญาซื้อขายแต่ปรากฏตามข้อสัญญาว่ายังไม่ได้ชำระราคากัน แสดงอยู่ว่า สัญญารายนี้ยังไม่เด็ดขาดมีการที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปอีกและเมื่อยังไม่ชำระราคากัน ก็จะเรียกร้องให้โอนเรือนกันก็ยังไม่ได้ คู่กรณีก็มีเจตนาจะให้มีการผูกพันต่อกันตามสัญญา ดังนี้ ควรฟังว่า สัญญาเช่นนี้เป็นสัญญาจะซื้อขายไม่ใช่สัญญาซื้อขายเด็ดขาด
ทำสัญญาขายเรือนกันฝ่ายผู้ซื้อขอผัดชำระเงินภายใน 2 เดือน ครั้นครบกำหนดแล้วผู้ซื้อก็ยังมิได้ชำระเงินดังนี้ ผู้ขายจะบอกเลิกสัญญานั้นเสียทีเดียวยังไม่ได้จะต้องบอกกล่าวให้ชำระหนี้ภายในระยะเวลาอันสมควรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 เสียก่อนเว้นแต่จะปรากฏว่าคู่สัญญาถือกำหนดเวลาดังกล่าวเป็นสาระสำคัญเพื่อความสำเร็จของวัตถุประสงค์ในการทำสัญญาตามมาตรา 388

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับข้อความในสัญญาจะซื้อขายไม่เป็นเหตุต้องห้าม
โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาจะซื้อขายอ้างว่าจำเลยลวงให้ โจทก์เซ็นสัญญาแม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อความชัดเจนว่าผู้ขายได้รับเงินราคาที่ดินไปครบถ้วนแล้วก็ดี แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายรับกันว่าความจริงเงินราคาที่ดินยังไม่ถึงมือผู้ขายโดยผู้ซื้อนำไปมอบไว้แก่เจ้าอาวาสวัดหนึ่งไว้โดยผู้ซื้ออ้างว่าผู้ขายตกลงให้ไปมอบ แต่ผู้ขายปฏิเสธว่าไม่ได้ตกลงให้ไปมอบเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องสืบพยานกันว่าความจริงเป็นอย่างไรไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เพราะเป็นการสืบหักล้างข้อความในสัญญาไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแก้ไข
of 41