พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่คืนที่ดินหลังสัญญาซื้อขาย: สัญญาเดิมด้วยปากเปล่าเป็นโมฆะ แต่สัญญาใหม่เป็นคำมั่นจะขายใช้ได้
ขายที่ดินและโรงเรือนให้แก่ญาติกัน โดยตกลงกันด้วยปากเปล่า ก่อนทำหนังสือสัญญาซื้อขายว่า ภายใน 10 ปีผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายมีสิทธิไถ่คืนได้ ถือว่าการตกลงด้วยปากเปล่าดังนี้เมื่อมิได้ทำเป็นหนังสือจดทะเบียนแล้ว ข้อตกลงเช่นนี้ ก็สูญเปล่าไม่มีผลบังคับแก่กันได้ สัญญาซื้อขายที่ทำกันในภายหลังนั้น จึงสำเร็จเด็ดขาดไป แต่เมื่อปรากฎว่าต่อมาอีก 2 ปีเศษ ผู้ซื้อกับผู้ขายได้ทำหนังสือสัญญากันอีก ให้คำมั่นสัญญาว่า ที่ดินและโรงเรือนรายนี้จะไม่ขายคนอื่น และภายใน 10 ปีนับแต่วันซื้อขาย ผู้ขายมีเงินจะซื้อกลับผู้ซื้อพร้อมทั้งดอกเบี้ยตามกฎหมายนับแต่วันเซ็นสัญญา ดังนี้ ก็ย่อมถือได้ว่าเป็นคำมั่นจะขายตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 456 วรรค 2 ผู้ขายเดิมจึงมีสิทธิจะฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาใหม่นี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17-18/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน และการได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความ การซื้อขายที่ไม่สุจริต
การครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 อาจใช้ยันผู้เยาว์ได้ไม่ใช่การแสดงเจตนาตามมาตรา 131
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบหมายชี้เขตที่ดินของเจ้าหน้าที่ศึกษาธิการ ไม่ถือเป็นการแต่งตั้งตัวแทนของวัด
ศึกษาธิการจังหวัดมอบหมายให้เจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการ ไปชี้เขตวัดเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดออกโฉนดให้แก่วัดดังนี้ ถือไม่ได้ว่า เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็นตัวแทนของวัด เพราะวัดไม่ได้แต่งตั้งแต่อย่างใด และศึกษาธิการจังหวัด ก็จะตั้งตัวแทนให้วัดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1570/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินศาลเจ้าและการมอบอำนาจฟ้องคดี
จำเลยปกครองที่ดินของศาลจ้างเพียง 5-5 ปียังไม่ได้กรรมสิทธิครอบครองโดยปรปักษ์ ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองศาลจ้าวมีอำนาจมอบอำนาจให้ผู้+ฟ้องคดีเกี่ยวกับศาลจ้าวได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบหมายชี้เขตที่ดินของเจ้าหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัด ไม่ถือเป็นการเป็นตัวแทนของวัด
ศึกษาธิการจังหวัดมอบหมายให้เจ้าหน้าที่แผนกศึกษาธิการ ไปชี้เขตวัดเพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดออกโฉนดให้แก่วัดดังนี้ ถือไม่ได้ว่า เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเป็นตัวแทนของวัด เพราะวัดไม่ได้แต่งตั้งแต่อย่างใด และศึกษาธิการจังหวัด ก็จะตั้งตัวแทนให้วัดไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดิน กรณีใบเหยียบย่ำทับที่ดินที่มีผู้ทำประโยชน์มาก่อน ใบเหยียบย่ำเป็นโมฆะ
ที่ดินที่มีผู้ครอบครองตามใบเหยียบย่ำอยู่ก่อนแล้วต่อมานายอำเภอได้ออกใบเหยียบย่ำให้แก่ผู้อื่นทับที่แปลงนั้นผู้ได้รับใบเหยียบย่ำครั้งหลังย่อมไม่ได้สิทธิตาม ก.ม.เพราะที่นั้นมิใช่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1487/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ใบเหยียบย่ำที่ออกทับที่ดินที่มีผู้ทำประโยชน์มาก่อนเป็นโมฆะ แม้ไม่ใช่ที่สาธารณะสมบัติ
ที่ดินที่มีผู้ครอบครองตามใบเหยียบย่ำอยู่ก่อนแล้ว ต่อมานายอำเภอได้ออกใบเหยียบย่ำให้แก่ผู้อื่นทับที่แปลงนั้น ผู้ได้รับใบเหยียบย่ำครั้งหลังย่อมไม่ได้สิทธิตามกฎหมาย เพราะที่นั้นมิใช่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของผู้เช่าห้องบนที่ดินของผู้อื่น ไม่สามารถอ้างสิทธิในพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่ากับเจ้าของที่ดินได้
เมื่อปรากฏว่า จำเลยไม่ใช่เป็นผู้เช่าหรือผู้เช่าช่วงที่ดินของโจทก์ จำเลยเป็นเพียงผู้เช่าห้องของบุคคลอื่นซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินที่พิพาทของโจทก์เท่านั้น จำเลยไม่มีทางอ้าง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ขึ้นใช้ยันโจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 143/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดินย่อมมีได้แม้ไม่ได้ขอเหยียบย่ำ หากเข้าทำประโยชน์ก่อน การขอเหยียบย่ำทับที่ดินที่มีผู้ครอบครองแล้วเป็นโมฆะ
เข้าถางที่รกร้างว่างเปล่าจนเตียน แล้วยกคันนาทำเป็นนาขึ้นย่อมได้สิทธิครอบครองแม้จะได้ทำเมื่อใช้พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดินฉบับที่ 6 แล้ว โดยมิได้ขอใบเหยียบย่ำ สิทธิครอบครองก็ไม่เสื่อมเสียไปเป็นแต่เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้ออกจากที่ดิน ถ้าขัดขืนก็มีโทษตามพระราชบัญญัติ
ที่ดินที่มีผู้ครอบครองอยู่แล้ว แม้จะครอบครองโดยไม่ได้ขอใบเหยียบย่ำตามพระราชบัญญัติผู้ใดจะขอใบเหยียบย่ำทับที่นั้นไม่ได้
ใบเหยียบย่ำออกทับที่ ที่ มีผู้ครอบครองอยู่แล้วศาลพิพากษาให้ทำลายเสียได้
ที่ดินที่มีผู้ครอบครองอยู่แล้ว แม้จะครอบครองโดยไม่ได้ขอใบเหยียบย่ำตามพระราชบัญญัติผู้ใดจะขอใบเหยียบย่ำทับที่นั้นไม่ได้
ใบเหยียบย่ำออกทับที่ ที่ มีผู้ครอบครองอยู่แล้วศาลพิพากษาให้ทำลายเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นโมฆะ และสิทธิในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของผู้อื่น
บิดาเป็นเจ้าของที่ดินร่วมกับบุตร แล้วบิดาได้ทำสัญญากู้เงินจากผู้อื่นโดยนำที่ดินให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ และกล่าวว่าถ้าไม่นำต้นเงินมาส่งภายในกำหนดเวลายอมยกที่ดินให้เป็นสิทธิตลอดไปซึ่งในกรณีนี้มีเพียง 3 เดือน ดังนี้ย่อมเป็นการทำสัญญาซื้อขาย เมื่อคู่สัญญามิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว สัญญาย่อมเป็นโมฆะ ผู้ให้กู้จะอ้างสิทธิอย่างใดในที่ดินนั้นไม่ได้ บุตรย่อมเรียกร้องเอาที่ดินคืนได้
เมื่อผู้ครอบครองที่ดินของผู้อื่นไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิในที่ดินนั้นแล้วปลูกโรงเรือนและสิ่งเพาะปลูกโรงเรือนและสิ่งเพาะปลูกลงในที่ดินโดยอ้างว่าปลูกทำลงโดยสุจริตไม่ได้ รูปคดีต้องด้วย ม.1311 และเมื่อเจ้าของที่ดินแสดงได้ว่าตนมิได้ประมาทเลิ่นเล่อ เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิบังคับให้ผู้ปลูกรื้อถอนไปได้ตาม ม.1310
เมื่อผู้ครอบครองที่ดินของผู้อื่นไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิในที่ดินนั้นแล้วปลูกโรงเรือนและสิ่งเพาะปลูกโรงเรือนและสิ่งเพาะปลูกลงในที่ดินโดยอ้างว่าปลูกทำลงโดยสุจริตไม่ได้ รูปคดีต้องด้วย ม.1311 และเมื่อเจ้าของที่ดินแสดงได้ว่าตนมิได้ประมาทเลิ่นเล่อ เจ้าของที่ดินย่อมมีสิทธิบังคับให้ผู้ปลูกรื้อถอนไปได้ตาม ม.1310