พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 630/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินจากการครอบครองหลังสัญญาขายฝากเป็นโมฆะ แม้มีกำหนดเวลาชัดเจน การครอบครองนานเกิน 6 ปีทำให้ได้สิทธิ
ทำสัญญาขายฝากที่นามือเปล่ากันเอง มีข้อความว่า มีกำหนด6 เดือนขาดนั้นแม้สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะไม่ทำตามแบบก็ดีแต่ตามสัญญาที่ปรากฏว่าได้มีกำหนดไว้ชัดว่า 6 เดือนขาดซึ่งหมายความว่า ผู้ขายฝากยอมสละสิทธิในที่พิพาทให้เป็นของผู้รับซื้อฝากเมื่อครบ 6 เดือนแล้วฉะนั้น เมื่อที่นาพิพาทเป็นที่นามือเปล่าและฝ่ายผู้รับซื้อฝากก็ได้ครอบครองอย่างเป็นที่ของตนนานเกินกว่า6 ปีแล้ว ผู้ซื้อฝากก็ย่อมได้สิทธิในที่พิพาท เพราะการครอบครองตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 405/2493
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดถือครอบครองที่ดินโดยมิชอบ เมื่อพ้นกำหนดไถ่ถอน เจ้าของหมดสิทธิเรียกคืน
มารดาเอาที่ดินมือเปล่าของบุตรไปขายฝากไว้แก่ผู้อื่น โดยไม่มีอำนาจ แต่เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญาแล้ว ไม่มีการไถ่การยึดถือของผู้รับซื้อฝากในที่ดินนั้น ย่อมเป็นการยึดถือครอบครองอย่างเจ้าของตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1367 เมื่อเกิน 1 ปี แล้ว บุตรผู้เป็นเจ้าของก็หมดสิทธิที่จะเรียกที่ดินคืนได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งที่ดินโดยการยึดถือครอบครองอย่างเจ้าของหลังครบกำหนดไถ่ถอนจากการซื้อฝากโดยไม่มีอำนาจ
มารดาเอาที่ดินมือเปล่าของบุตรไปขายฝากไว้แก่ผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจแต่เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญาแล้วไม่มีการไถ่การยึดถือของผู้รับซื้อฝากในที่ดินนั้นย่อมเป็นการยึดถือครอบครองอย่างเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367เมื่อเกิน 1 ปีแล้ว บุตรผู้เป็นเจ้าของก็หมดสิทธิที่จะเรียกที่ดินคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ตามคำร้องไม่มีข้อพิพาท ไม่อาจใช้ยันเจ้าของที่ดินที่มีสิทธิดีกว่าได้
ไปยื่นคำร้องต่อศาลขอให้แสดงว่าที่ดินแปลงหนึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตน เป็นคดีไม่มีข้อพิพาทนั้นแม้ศาลจะมีคำสั่งแสดงว่าที่แปลงนั้นเป็นของผู้ร้องคำสั่งนี้ก็ใช้ยันเจ้าของที่ดินอันแท้จริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินหลังจำนอง: สิทธิของผู้จำนองยังคงอยู่ หากผู้รับจำนองไม่แสดงเจตนาครอบครองในฐานะเจ้าของ
จำนองที่ดินไว้แก่เขาแล้ว ไม่มีเงินจะเสียดอกเบี้ยให้ จึงมอบนา (มีโฉนด) ที่จำนองให้ผู้รับจำนองทำต่างดอกเบี้ย ส่วนตนเองอพยพไปทำกินที่อื่น แม้จะปรากฎว่านาที่จำนองถูกทางอำเภอยึดไปเพื่อจะขายทอดตลาดเอาเงินชำระ อากรค่านาที่ค้างชำระผู้รับจำนองจึงต้องเอาเงินไปชำระค่าอากรที่ค้าง ทางอำเภอจึงมอบนานั้นให้ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนองคงครอบครองต่อมากว่า 10 ปีก็ดี ก็ไม่ทำให้อำนาจครอบครองของผู้รับจำนองเปลี่ยนไปจากเดิม ผู้จำนอง ยังมีสิทธิขอไถ่จำนองได้ เพราะถ้าผู้รับตจำนองรับนามาจากอำเภอแล้ว จะครอบครองเอานาอย่างเป็นเจ้าของ ผู้รับจำนอง ตนไม่เจตนาจะครอบครองแทนผู้จำนองต่อไป ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1381 หรือมิฉะนั้น ก็ต้องบังคับจำนอง การครอบครองใหม่ในฐานะเป็นเจ้าของจึงจะมีขึ้นได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองแทนกันและการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจำนอง ผู้รับจำนองต้องแจ้งเจตนาไม่ครอบครองแทนผู้จำนอง
จำนองที่ดินไว้แก่เขาแล้ว ไม่มีเงินจะเสียดอกเบี้ยให้จึงมอบนา(มีโฉนด)ที่จำนองให้ผู้รับจำนองทำต่างดอกเบี้ยส่วนตนเองอพยพไปทำกินที่อื่นแม้จะปรากฏว่านาที่จำนองถูกทางอำเภอยึดไปเพื่อจะขายทอดตลาดเอาเงินชำระอากรค่านาที่ค้างชำระผู้รับจำนองจึงต้องเอาเงินไปชำระค่าอากรที่ค้างทางอำเภอจึงมอบนานั้นให้ผู้รับจำนองผู้รับจำนองคงครอบครองต่อมากว่า 10 ปีก็ดี ก็ไม่ทำให้อำนาจครอบครองของผู้รับจำนองเปลี่ยนไปจากเดิมผู้จำนองยังมีสิทธิขอไถ่จำนองได้เพราะถ้าผู้รับจำนองรับนามาจากอำเภอแล้ว จะครอบครองเอานาอย่างเป็นเจ้าของผู้รับจำนองจะต้องบอกกล่าวไปยังผู้จำนองว่า ตนไม่เจตนาจะครอบครองแทนผู้จำนองต่อไป ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381 หรือมิฉะนั้นก็ต้องบังคับจำนอง การครอบครองใหม่ในฐานะเป็นเจ้าของจึงจะมีขึ้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประนีประนอมยอมความเจ้าของร่วม: การแบ่งแยกที่ดินและผลผูกพันทางกฎหมาย
เจ้าของร่วมในที่ดินแปลงหนึ่งนั้น ตามกฎหมายในเบื้องต้นก็ต้องถือว่า ต่างคนต่างมีส่วนเป็นเจ้าของพัวพันกันอยู่
ฉะนั้นเมื่อเจ้าของร่วม ได้ตกลงกันกำหนดลงไปว่า ใครได้ตรงไหน ดังนี้ก็ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้
เสร็จไป เพราะเป็นการตกลงเพื่อเป็นที่แน่นอนไม่โต้เถียงแย่งกันเอาส่วนนั้นส่วนนี้ ฉะนั้นข้อตกลงดังกล่าว จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 850 เมื่อไม่มีหลักญานเป็นหนังสือ ก็ย่อมจะฟ้องร้อง
บังคับคดี ไม่ได้.
ฉะนั้นเมื่อเจ้าของร่วม ได้ตกลงกันกำหนดลงไปว่า ใครได้ตรงไหน ดังนี้ก็ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้
เสร็จไป เพราะเป็นการตกลงเพื่อเป็นที่แน่นอนไม่โต้เถียงแย่งกันเอาส่วนนั้นส่วนนี้ ฉะนั้นข้อตกลงดังกล่าว จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 850 เมื่อไม่มีหลักญานเป็นหนังสือ ก็ย่อมจะฟ้องร้อง
บังคับคดี ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงแบ่งที่ดินของเจ้าของร่วม: สัญญาประนีประนอมยอมความที่ไม่ต้องทำเป็นหนังสือก็ได้
เจ้าของร่วมในที่ดินแปลงหนึ่งนั้น ตามกฎหมายในเบื้องต้นก็ต้องถือว่า ต่างคนต่างมีส่วนเป็นเจ้าของพัวพันกันอยู่ฉะนั้นเมื่อเจ้าของร่วมได้ตกลงกันกำหนดลงไปว่า ใครได้ตรงไหนดังนี้ก็ย่อมเป็นการระงับข้อพิพาทอันจะมีขึ้นให้เสร็จไป เพราะเป็นการตกลงเพื่อเป็นที่แน่นอนไม่โต้เถียงแย่งกันเอาส่วนนั้นส่วนนี้ฉะนั้นข้อตกลงดังกล่าว จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 เมื่อไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ย่อมจะฟ้องร้องบังคับคดี ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของร่วมที่ดินฟ้องเรียกที่ดินส่วนขาดจากผู้ได้เกินกว่าตกลงได้
โจทก์จำเลย ซื้อที่ดินร่วมกันในที่ดินโฉนดเดียวกัน โจทก์ได้ที่ดินน้อยกว่าที่ได้ตกลงซื้อไว้ส่วนจำเลยกลับได้ที่ดินเกินกว่าจำนวนที่ตกลงซื้อไว้ ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมด้วยผู้หนึ่ง ได้รับความเสียหายเพราะที่ดินขาดไปจึงมีอำนาจฟ้องเรียกที่ดินที่ขาดจากจำเลยในฐานะเป็นเจ้าของที่ดินด้วยกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขข้อความในใบมอบอำนาจเพื่อทำสัญญาโอนสิทธิในที่ดินถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร
เจ้าของที่ดินมีโฉนดทำใบมอบฉันทะให้จำเลย เป็นผู้มีอำนาจจัดการสอบเขตต์ที่ดินแทนตน จำเลยกลับขีดฆ่าข้อ
ความว่า ทำการรังวัดสอบเขตต์ที่ดินออกแล้ว เดิมข้อความว่า ทำสัญญาขายกรรมสิทธิที่ดินแทน แล้วนำใบมอบฉัน
ทะนั้นไปทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ.
ความว่า ทำการรังวัดสอบเขตต์ที่ดินออกแล้ว เดิมข้อความว่า ทำสัญญาขายกรรมสิทธิที่ดินแทน แล้วนำใบมอบฉัน
ทะนั้นไปทำสัญญาโอนขายกรรมสิทธที่ดินนั้นแก่ผู้อื่นไปย่อมเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือ.