คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
สัญญาจะซื้อขาย

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 405 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายและการบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์เมื่อรับเงินค่าตึกและที่ดินครบถ้วนแล้ว
ฟ้องว่า จำเลยขายตึกและที่ดินให้โจทก์ราคาสามพันบาท จำเลยรับเงินสามพันบาทค่าตึกกับที่ดินไปแล้ว จำเลยมอบตึกและที่ดินให้โจทก์ครอบครองแล้วจำเลยสัญญาว่า จะไปโอนทางทะเบียน แต่ต่อมากลับอาไปขายแก่คนอื่น จึงขอให้บังคับจำเลยโอนทางทะเบียนให้โจทก์ ดังนี้ ย่อมถือว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสัญยาจะขายตึกกับที่ดินให้โจทก์ โดยจำเลยรับเงินค่าตึกและที่ดินไปแล้ว จะถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาดแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายต้องมีการตกลงกันชัดเจน หากไม่มีการตกลงซื้อขาย ศาลไม่สามารถบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ได้
ฟ้องขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขาย แต่ตามคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงที่สืบ หาได้มีการตกลงจะซื้อขายกันต่อไม่ ดังนี้ศาลบังคับให้ไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายต้องมีข้อตกลงชัดเจน การครอบครองที่ดินเพื่อทำกินยังไม่ถือเป็นการซื้อขาย
ฟ้องขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายแต่ตามคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงที่สืบ หาได้มีการตกลงจะซื้อขายต่อกันไม่ดังนี้ ศาลบังคับให้ไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หากยังไม่เป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาด
จำเลยตกลงขายที่พิพาทซึ่งโจทก์เคยขายฝากไว้แก่สามีจำเลย คืนแก่โจทก์และรับเงินราคาค่าที่ดินจากโจทก์ไว้แล้วต่อมาได้พากันไปยังหอทะเบียนที่ดิน เพื่อแบ่งแยกและโอนขายที่ดินให้กันตามที่ตกลงแต่โอนยังไม่ได้ เพราะจำเลยยังมิได้ประกาศรับมรดกสามีจำเลย จำเลยจึงทำใบมอบฉันทะให้จำเลยด้วยกัน เพื่อจะแย่งแยกที่ดินและโอนขายให้โจกท์ไว้เช่นนี้ ถือว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย หาใช่เป็นสัญญาขายเด็ดขาดไม่จึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหนักงานเจ้าหน้าที่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หากยังไม่ได้มีการซื้อขายเด็ดขาด
จำเลยตกลงขายที่พิพาทซึ่งโจทก์เคยขายฝากไว้แก่สามีจำเลยคืนแก่โจทก์และรับเงินราคาค่าที่ดินจากโจทก์ไว้แล้ว ต่อมาได้พากันไปยังหอทะเบียนที่ดิน เพื่อแบ่งแยกและโอนขายที่ดินให้กันตามที่ตกลงแต่โอนยังไม่ได้ เพราะจำเลยยังมิได้ประกาศรับมรดกสามีจำเลย จำเลยจึงทำใบมอบฉันทะให้จำเลยด้วยกัน เพื่อจะแบ่งแยกที่ดินและโอนขายให้โจทก์ไว้เช่นนี้ ถือว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย หาใช่เป็นสัญญาขายเด็ดขาดไม่จึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: สิทธิเรียกร้องให้บังคับโอน แม้ไม่มีกำหนดเวลา
ทำสัญญาจะขายที่ดินและห้องแถวให้แก่เขาแล้ว แม้สัญญาจะไม่มีกำหนดเวลาโอน ต่อมากลับไปตกลงขายให้คนอื่นเสียอีก จนถูกฟ้อง ศาลบังคับให้ขาย ผู้ซื้อคนแรกได้ร้องสอดใช้สิทธิของเขาในคดีนั้นแล้ว เช่นนี้ถือว่าผู้ขายผิดสัญญาต่อผู้ซื้อคนแรก ผู้ซื้อคนแรกจึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ผู้ขายโอนที่ โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญาก่อนได้ ทั้งตามมาตรา 203 ก็ให้อำนานาจโจทก์เรียร้องให้โดยพลัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผิดสัญญาจะซื้อขาย: ผู้ซื้อมีสิทธิขอให้บังคับขายได้ แม้ไม่มีกำหนดเวลา
ทำสัญญาจะขายที่ดินและห้องแถวให้แก่เขาแล้ว แม้สัญญาจะไม่มีกำหนดเวลาโอน ต่อมากลับเอาไปตกลงขายให้คนอื่นเสียอีก จนถูกฟ้อง ศาลบังคับให้ขาย ผู้ซื้อคนแรกก็ได้ร้องสอดใช้สิทธิของเขาในคดีนั้นแล้ว เช่นนี้ถือว่าผู้ขายผิดสัญญาต่อผู้ซื้อคนแรก ผู้ซื้อคนแรกจึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ผู้ขายโอนที่ โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญาก่อนได้ ทั้งตามมาตรา 203 ก็ให้อำนาจโจทก์เรียกร้องได้โดยพลัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความและการรับสภาพหนี้: ศาลต้องพิจารณาพฤติการณ์ก่อนวินิจฉัยขาดอายุความ
คดีที่โจทก์ฟ้องว่าได้รับซื้อที่นามีโฉนดซึ่งยังไม่ได้โอนกันแต่โจทก์ได้ครอบครองมากว่า 20 ปีแล้วได้มอบให้จำเลยไปประกาศรับมฤดก-ผู้ขายเพื่อโอนให้โจทก์แล้วกลับไม่โอนให้ จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาจะซื้อขายขาดอายุความ ดังนี้ศาลไม่ควรวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความ โดยไม่สืบพะยานให้สิ้นกระแสร์ความเพราะพฤติการณ์อาจเป็นการรับสภาพหนี้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 72/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความและการรับสภาพหนี้ในสัญญาจะซื้อขายที่ดิน กรณีครอบครองปรปักษ์ยังไม่ชัดเจน
คดีที่โจทก์ฟ้องว่าได้รับซื้อที่นามีโฉนดซึ่งยังไม่ได้โอนกันแต่โจทก์ได้ครอบครองมากว่า 20 ปีแล้วได้มอบให้จำเลยไปประกาศรับมรดกผู้ขายเพื่อโอนให้โจทก์แล้วกลับไม่โอนให้ จำเลยต่อสู้ว่าสัญญาจะซื้อขายขาดอายุความ ดังนี้ศาลไม่ควรวินิจฉัยว่าคดีขาดอายุความ โดยไม่สืบพยานให้สิ้นกระแสความ เพราะพฤติการณ์อาจเป็นการรับสภาพหนี้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายยังใช้ได้ แม้การโอนช่วงแรกถูกทำลาย เหตุใบมอบอำนาจสิ้นอายุ ทายาทต้องปฏิบัติตามสัญญา
ผู้ตายได้ทำสัญญาจะขายนาให้โจทก์แต่ได้ตายเสียในระหว่างประกาศขาย ทายาทบางคนได้โอนขายนาพิพาทให้โจทก์ไปโดยถือตามใบมอบอำนาจเดิม ต่อมาโจทก์ถูกทายาทคนอื่นฟ้องทำลายการโอนดังนี้ แม้ศาลจะพิพากษาให้ทำลายการโอนและให้คืนเงินราคานาให้โจทก์โดยอ้างเหตุว่า ใบมอบอำนาจสิ้นอายุ โจทก์ก็ยังฟ้องบังคับทายาทของผู้ตายให้โอนนาพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเดิมได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
of 41