พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องของเจ้าของร่วมกรณีผู้จัดการทำผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน
โจทก์และพวกอิสลามิกชนในจังหวัดหนึ่งได้ร่วมกันบริจาคเงินซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ทำเป็นโรงเรียนสำหรับชาวอิสลามิกชนเข้าเรียน และได้ตั้งผู้จัดการจัดการโรงเรียนสืบต่อกันไปดังนี้ ถือว่าผู้จัดการเหล่านั้นเป็นตัวแทนโจทก์และพวก ฉะนั้นเมื่อผู้จัดการคนหนึ่งทำผิดโดยเอาที่ดินแปลงนี้ยกให้แก่บุตร แล้วบุตรโอนขายให้คนภายนอกเสีย เช่นนี้ โจทก์แต่ผู้เดียวซึ่งเป็นเจ้าของร่วมด้วยย่อมมีอำนาจฟ้องในนามของตนเอง ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายดังกล่าวเสียหรือขอให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน เพื่อจะได้จัดซื้อที่ดินอื่นจัดตั้ง เป็นโรงเรียนแทนโรงเรียนเดิมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834-835/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินต้องทำที่หอทะเบียนที่ดินจึงสมบูรณ์
การทำสัญญาซื้อขายที่ดินที่มีตราจองแล้ว ต้องทำกัน ณ ที่ หอทะเบียนที่ดิน จึงจะสมบูรณ์ จะทำกันที่อำเภอไม่ได้ตกเป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละที่ดินจากการไม่ไถ่ถอนขายฝากและการครอบครองในฐานะผู้เช่าทำให้เสียสิทธิในที่ดิน
เจ้าของที่ดินมือเปล่ายอมให้เจ้าของร่วมอีกคนซึ่งเอาที่ดินไปขายฝากแก่+ไว้ทั้งแปลงครบกำหนดถอนตามสัญญาก็ไม่ไถ่ถอน+และเจ้าของร่วมผู้ขายผู้เช่าที่ดินนี้จากเขาทำกินดังนี้ ถือได้ว่าเจ้าของที่ดินคนละที่ดินนั้นแล้ว ที่ยังคงครอบครองที่ดินอยู่ ก็เป็นเรื่องครอบครองในฐานะเป็นผู้เช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิในที่ดิน: การกรีดน้ำยางหลังศาลตัดสินคดีถึงที่สุด ถือเป็นการรุกล้ำทรัพย์สิน
โจทก์จำเลยต่างเถียงกรรมสิทธิในสวนยางกัน จนคดีถึงศาล ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามไม่ให้โจทก์(ซึ่งเป็นจำเลยในคดีเดิม) เกี่ยวข้องกับสวนพิพาท จำเลยจึงเข้ากรีดยาง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะ ศาลฎีกาพิพากษายืนทีสวนยางนี้เป็นของโจทก์เพราะศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้ว เมื่อปรากฎว่าจำเลยได้กรีดยางในสวนยางนี้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้พิพากษากลับ ดังนี้ จำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ ในการที่จำเลยกรีดน้ำยางในสวนยางของโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดิน: การกรีดยางหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุด ถือเป็นการรอนสิทธิเจ้าของ
โจทก์จำเลยต่างเถียงกรรมสิทธิ์ในสวนยางกันจนคดีถึงศาล
ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามไม่ให้โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยในคดีเดิม) เกี่ยวข้องกับสวนพิพาทจำเลยจึงเข้ากรีดยางแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะ ศาลฎีกาพิพากษายืนที่สวนยางนี้เป็นของโจทก์เพราะศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้กรีดยางในสวนยางนี้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะจนถึงศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ดังนี้จำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ ในการที่จำเลยกรีดน้ำยางในสวนยางของโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามไม่ให้โจทก์ (ซึ่งเป็นจำเลยในคดีเดิม) เกี่ยวข้องกับสวนพิพาทจำเลยจึงเข้ากรีดยางแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์ชนะ ศาลฎีกาพิพากษายืนที่สวนยางนี้เป็นของโจทก์เพราะศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วเมื่อปรากฏว่าจำเลยได้กรีดยางในสวนยางนี้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชนะจนถึงศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ดังนี้จำเลยก็ต้องรับผิดต่อโจทก์ ในการที่จำเลยกรีดน้ำยางในสวนยางของโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 773/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พิพาทกรรมสิทธิที่ดินราคาต่ำ ศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อย โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
โจทก์จำเลยโต้เถียงพิพาทกรรมสิทธิที่ดินกันศาลชั้นต้นพิพากษาให้ที่นาเป็นของจำเลย ที่ดินที่ไม่ใช่นาเป็นของโจทก์ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ทั้งที่นาและไม่ใช่ที่นาเป็นของจำเลยดังนี้ ถือว่าเป็นการแก้น้อยเมื่อที่ดินพิพาททั้งหมดมีราคาเพียง 500 บาท ก็จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์การชำระราคาที่ดินที่แท้จริง แม้สัญญาจะระบุการชำระแล้ว การสืบพยานเพื่อหักล้างข้อความในสัญญาทำได้
แม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อความชัดเจนว่า ผู้ขายได้รับเงินราคาที่ดินไปครบถ้วนแล้วก็ดี แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายรับกันว่า ความจริงเงินราคาที่ดินยังไม่ถึงมือผู้ขาย โดยผู้ซื้อนำไปมอบไว้แก่เจ้าอาวาสวัดหนึ่งไว้ โดยผู้ซื้ออ้างว่าผู้ขายตกลงให้ไปมอบแต่ผู้ขายปฏิเสธว่าไม่ได้ตกลงให้ไปมอบเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องสืบพยานกันว่าความจริงเป็นอย่างไร ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 เพราะเป็นการสืบหักล้างข้อความในสัญญาไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์ที่ดินติดต่อกันเกิน 10 ปี เหนือโฉนดเดิม
โจทก์จำเลยต่างซื้อที่ดินมีโฉนด ซึ่งอยู่ติดต่อกันคนละโฉนดแล้วต่างเข้าปกครองตามเขตที่ผู้ขายเดิมครอบครองมา ทั้งสองฝ่ายภายหลังรังวัดสอบเขตตามโฉนดกันจึงปรากฏว่าเขตที่ดินที่โจทก์ปกครองตั้งแต่ซื้อตลอดมานั้นล้ำเข้าไปในเขตโฉนดของจำเลยส่วนหนึ่ง ดังนี้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้ปกครองที่ดินส่วนที่ล้ำเข้าไปนั้นเกินกว่า 10 ปีแล้ว จำเลยจะอ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299,1300 มาคุ้มครองจำเลยโดยจำเลยจะเอาที่ส่วนที่โจทก์ปกครองนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 759/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดินโดยมือเปล่าและการคุ้มครองตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 หากยังไม่ถึง 9-10 ปี
ผู้ที่ได้ครอบครองที่บ้านที่สวนอยู่โดยมือเปล่าก่อนมีป.ม.ก.ม.แพ่งและพาณิชย์และ ก.ม.ว่าด้วยการออกโฉนดที่ดินนั้น ได้รับความคุ้มครองตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 คือสละที่ดินไปยังไม่ถึง 9 ปี 10 ปี ก็ยังไม่ขาดสิทธิในที่นั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 744/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินจากการขายทอดตลาด: สิทธิของผู้ซื้อ vs. ผู้ครอบครองเดิม
ผู้ครอบครองที่ดินจะรู้หรือไม่รู้ว่ามีการขายทอดตลาดก็หาเป็นเหตุที่จะยกขึ้นต่อสู้สิทธิของผู้ซื้อที่ดินนั้นในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1330 ได้ไม่
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องทำสัญญาเช่ากับตน
เจ้าของที่ดินมีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ดินของตนให้ออกไปได้ แต่ไม่มีสิทธิจะบังคับให้ผู้นั้นต้องทำสัญญาเช่ากับตน