พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และหน้าที่การพิสูจน์ของโจทก์เกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน
ฟ้องของโจทก์มีว่า ยายโจทก์ได้ให้ศาลจ้าวจีนอาศัยปลูกสร้างศาลจ้าวลงในที่ดินพิพาท บัดนี้ที่ดินตกเป็นของโจทก์โจทก์จึงขอให้ขับไล่
กรรมการศาลจ้าว ซึ่งเป็นจำเลยให้การว่า ยายโจทก์ทำหนังสือยกที่พิพาทให้ทำเป็นศาลจ้าวของเอกชนโดยได้รับค่าตอบแทนไป 300 บาท 10 ปีเศษแล้ว
จำเลยอ้างเอกสาร 2 ฉบับ ซึ่งยายโจทก์ยกที่ดินให้ปลูกศาลจ้าว ซึ่งโจทก์เองเป็นผู้เขียนกับเอกสารการรับเงินค่าตอบแทน 300 บาท โจทก์รับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว และว่าได้มอบที่พิพาทให้ในวันทำเอกสาร โจทก์ไปรับโฉนดมา จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบว่า จำเลยอาศัยดังข้อกล่าวอ้าง
กรรมการศาลจ้าว ซึ่งเป็นจำเลยให้การว่า ยายโจทก์ทำหนังสือยกที่พิพาทให้ทำเป็นศาลจ้าวของเอกชนโดยได้รับค่าตอบแทนไป 300 บาท 10 ปีเศษแล้ว
จำเลยอ้างเอกสาร 2 ฉบับ ซึ่งยายโจทก์ยกที่ดินให้ปลูกศาลจ้าว ซึ่งโจทก์เองเป็นผู้เขียนกับเอกสารการรับเงินค่าตอบแทน 300 บาท โจทก์รับรองเอกสารดังกล่าวแล้ว และว่าได้มอบที่พิพาทให้ในวันทำเอกสาร โจทก์ไปรับโฉนดมา จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ เป็นหน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบว่า จำเลยอาศัยดังข้อกล่าวอ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1014/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การห้ามปรามการล้อมรั้วในที่ดินที่เข้าใจผิด: ไม่มีเจตนาทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพ
มีคนมาขุดหลุมปักหลักล้อมรั้วที่นา จำเลยเข้าใจว่าตรงนั้นเป็นที่ของจำเลย จึงห้ามปรามโดยใช้วาจาขู่เข็ญและเงื้อจอบจะทำร้ายไม่ให้ผู้นั้นล้อมรั้วต่อไป ผู้นั้นมีความกลัวจึงไม่ล้อมรั้วต่อไปดังนี้ จะว่าจำเลยไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการที่จะห้ามปรามชายนั้นมิให้ล้อมรั่วยังไม่ได้ จะว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดฐานกระทำให้เสื่อมเสียอิสระภาพก็ไม่ได้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย่งทำกินในที่ดินร่วมกัน ไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุเขตที่ดิน เพราะผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันย่อมรู้ได้
ในกรณีที่โจทก์จำเลยและคนอื่นเป็นเจ้าของกรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกัน ต่างเป็นเจ้าของที่ดินมีส่วนเท่ากันทุกคนนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าทำนาในที่ดินส่วนของโจทก์เสียทั้งหมด จึงเรียกค่าเสียหายกล่าวเพียงเท่านี้ จำเลยย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์หมายความว่า จำเลยบุกรุกแย่งที่ดินซึ่งเป็นส่วนขอโจทก์แม้ไม่บอกเขตต์ติดต่อว่าอยู่ตรงไหนอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาครอบครองที่ดิน: การครอบครองโดยตั้งใจคืนที่ดินให้รัฐ ไม่ถือเป็นการยึดถือเพื่อตน
เข้าครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าโดยตั้งใจว่า เมื่อทางราชการต้องการก็จะคืนไป เพียงมีเจตนาเท่านี้จะถือว่าไม่ได้ยืดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตามมาตรา 1367 หรือสละเจตนาครอบครองตามมาตรา 1377 ยังไม่ได้ เพราะตราบใดที่ทางราชการยังไม่ต้องการผู้นั้นก็ยังต้องการเอาไว้อยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาครอบครองที่ดิน: การครอบครองโดยตั้งใจคืนเมื่อราชการต้องการ ยังไม่ถือเป็นการยึดถือเพื่อตน
เข้าครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าโดยตั้งใจว่า เมื่อทางราชการต้องการก็จะคืนไป เพียงมีเจตนาเท่านี้จะถือว่าไม่ได้ยึดถือโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนตามมาตรา 1367 หรือสละเจตนาครอบครองตามมาตรา 1377 ยังไม่ได้ เพราะตราบใดที่ทางราชการยังไม่ต้องการผู้นั้นก็ยังต้องการเอาไว้อยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินมีเอกสิทธิ์ตามกฎหมายที่ดิน ไม่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ป่าไม้ การตัดไม้ในที่ดินนั้นจึงไม่เป็นความผิด
ที่ดินที่ได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดินแล้ว ย่อมไม่เป็นป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 4(1) ผู้ใดตัดไม้ประเภทหวงห้ามในที่ดินนั้น จึงย่อมไม่ติดตามพระราชบัญญัติป่าไม้
พฤติการณ์ที่ถือว่า ได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ดินแล้ว
พฤติการณ์ที่ถือว่า ได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ดินแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินมีเอกสิทธิ์ตามกฎหมายที่ดิน ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายป่าไม้ การตัดไม้ในที่ดินนั้นจึงไม่ผิด
ที่ดินที่ได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดินแล้ว ย่อมไม่เป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 4(1) ผู้ใดตัดไม้ประเภทหวงห้ามในที่ดินนั้น จึงย่อมไม่ผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้
พฤติการณ์ที่ถือว่า ได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ดินแล้ว
พฤติการณ์ที่ถือว่า ได้ที่ดินมาตามกฎหมายที่ดินแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินแล้วทิ้งร้าง ผู้ครอบครองมีสิทธิเหนือกว่า
ซื้อที่ดินจากผู้อื่นโดยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอ แต่ก็ได้ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าหลายปีจนมีผู้มาขอจับจองเจ้าพนักงานผู้ไปทำการรังวัดก็เห็นเป็นที่ว่างเปล่า จึงได้ออกใบเหยียบย่ำให้ แล้วผู้นั้นได้เข้าครอบครอง ดังนี้ผู้ขอจับจองและเข้าครอบครองจึงมีสิทธิดีกว่าผู้ซื้อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 918/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินทิ้งร้างและสิทธิของผู้ครอบครอง: ผู้ซื้อทิ้งที่ดินไว้นานจนถูกผู้อื่นครอบครอง ย่อมเสียสิทธิ
ซื้อที่ดินจากผู้อื่นโดยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอ แต่ก็ได้ทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าหลายปี จนมีผู้มาขอจับจอง เจ้าพนักงานผู้ไปทำการรังวัดก็เห็นเป็นที่ว่างเปล่า จึงได้ออกใบเหยียบย่ำให้ แล้วผู้นั้นได้เข้าครอบครองดังนี้ ผู้ขอจับจองและเข้าครอบครองจึงมีสิทธิดีกว่าผู้ซื้อ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 910/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้สิทธิไม่สุจริตในการบอกล้างนิติกรรมขายฝากเมื่อสามีเคยยินยอมให้ภรรยาจำนองและไถ่ถอนที่ดินมาก่อน
สามีเคยให้ภรรยาเอาที่ดินไปจำนองและมอบเงินไปชำระดอกเบี้ย และไถ่ถอนมาหลายครั้งแล้ว. ภายหลังภรรยาเอาที่นี้ไปขายฝากไว้แก่ผู้อื่นอีก. แล้วสามีมาขอบอกล้าง ให้ทำลายนิติกรรมโดยอ้างว่าไม่ได้รับความยินยอมจากสามีนั้น.เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตาม ป.พ.พ. ม.5 การบอกล้างไม่มีผล.(อ้างฎีกาที่ 468/2488).