คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ครอบครองที่ดิน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 468 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2504

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินด้วยเจตนาเป็นเจ้าของและการได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความ แม้มีการรับมรดกตามพินัยกรรม
ฟ้องของโจทก์ได้อ้างการครอบครองที่ดินพิพาทด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นหลักแห่งข้อหาและอ้างมูลเหตุที่โจทก์เข้าครอบครองว่าเป็นมรดกของมารดา แต่เหตุที่ทำให้ได้มาซึ่งที่ดินนั้นโจทก์ยกเอาการครอบครองเป็นส่วนสัดด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นหลัก ดังนี้ แม้โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าเคยไปรับมรดกมารดาตามพินัยกรรมกันแล้วก็ตาม ก็เป็นเรื่องรับมรดก ส่วนโจทก์ครอบครองเป็นเจ้าของเกิน 10 ปี ก็เป็นเหตุให้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ศาลชั้นต้นตัดมิให้โจทก์นำสืบในข้อนี้แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์อาศัยสิทธิจำเลย ย่อมไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2503

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินที่ผิดแปลงและการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยไม่สุจริต
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 เป็นเพียงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้มีชื่อในทะเบียนที่ดินเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้อื่นครอบครองข้อสันนิษฐานเช่นว่านี้ก็เป็นอันพับไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคแรก เป็นบทบัญญัติว่าการได้มาโดยวิธีใดจึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย หาใช่เป็นบทบัญญัติว่า แม้จะได้มาโดยไม่สุจริต ก็ให้มีสิทธิด้วยไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินและการเปลี่ยนแปลงฐานการได้มาทรัพย์สิน การฟ้องไม่ผิดแม้รายละเอียดไม่ตรงกัน
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่พิพาทโจทก์ได้รับมรดกและชนะความมา แม้จะได้ความว่า ที่ที่ชนะความเป็นที่ดินแปลงอื่น และโจทก์ได้ รับส่วนแบ่งมาจากบิดซึ่งไม่ใช่ได้จากการรับมรดกเมื่อบิดาตายแล้ว ก็ไม่ควรถือว่าผิดกับคำฟ้องจนถึงกับต้องให้โจทก์แพ้คดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 974/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานคนกลางเพื่อพิสูจน์การครอบครองที่ดิน: เจตนาคำท้าต้องมุ่งพิสูจน์เจ้าของที่ดิน ไม่ใช่การครอบครองระยะสั้น
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของครอบครองที่พิพาทตลอดมา 30 ปีแล้ว จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมาถึง 17 ปีแล้ว คู่ความตกลงกันขอให้สืบพยานคนกลาง หากพยานคนกลางเบิกความว่า ที่พิพาทเป็นของฝ่ายใด โดยได้ครอบครองตลอดมาจนก่อนพิพาทกันชั้นอำเภอแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้ พยานคนกลางเบิกความว่า เห็นจำเลยครอบครองตลอดมา 17 ปีแล้ว เมื่อ 2-3 ปีมานี้ โจทก์ได้ยื่นแบบ ส.ค. 1 สำหรับที่รายพิพาท ดังนี้ถือว่า เจตนาตามคำท้ามุ่งถึงเรื่องที่ว่า ฝ่ายใดครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาท ไม่ได้เจตนาถึงเรื่องแย่งการครอบครองภายใน 2 - 3 ปี จึงต้องถือว่าพยานคนกลางเบิกความสมข้างจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 974/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสืบพยานคนกลางเพื่อพิสูจน์การครอบครองที่ดิน เจตนาคำท้าอยู่ที่การครอบครองเดิม ไม่ใช่การแย่งภายหลัง
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของครอบครองที่พิพาทตลอดมา30 ปีแล้ว จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมาถึง 17 ปีแล้ว คู่ความตกลงกันขอให้สืบพยานคนกลาง หากพยานคนกลางเบิกความว่า ที่พิพาทเป็นของฝ่ายใด โดยได้ครอบครองตลอดมาจนก่อนพิพาทกันชั้นอำเภอแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งยอมแพ้ ทนายคนกลางเบิกความว่า เห็นจำเลยครอบครองตลอดมา 17 ปีแล้ว เมื่อ 2-3 ปีมานี้ โจทก์ได้ยื่นแบบ ส.ค.1 สำหรับที่รายพิพาท ดังนี้ถือว่า เจตนาตามคำท้ามุ่งถึงเรื่องที่ว่า ฝ่ายใดครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาท ไม่ได้เจตนาถึงเรื่องแย่งการครอบครองภายใน2-3 ปี จึงต้องถือว่า พยานคนกลางเบิกความสมข้างจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินก่อนมีกฎหมายใหม่ ไม่มีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย จึงไม่ความผิดทางอาญา
เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทางอาญา ก็ต้องให้ได้ความว่ามีเจตนาบังอาจหรือจงใจฝ่าฝืน มาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน จึงจะลงโทษตาม มาตรา 108 ได้
ที่ดินพิพาทได้ซื้อขายกันมาหลายทอดจนถึงจำเลย และจำเลยได้เข้ายึดถือครอบครองอยู่ก่อนที่ประมวลกฎหมายที่ดินบัญญัติว่าเป็นความผิด ทั้งจำเลยเคยได้แจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้แล้วด้วย ย่อมลงโทษจำเลยในทางอาญาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 806/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาต่างตอบแทนในการสมรส การครอบครองที่ดิน และอำนาจฟ้องคดี
มารดาหญิงตกลงยกที่ดินมีโฉนดให้เป็นกองทุน ชายก็มีเงินเป็นกองทุน ดังนี้ เป็นสัญญาต่างตอบแทนไม่ใช่ให้โดยเสน่หา เมื่อสมรสแล้วชายฟ้องบังคับให้โอนโฉนดได้
บุตรเขยฟ้องมารดาของภริยาให้โอนที่ดินกองทุนได้ไม่เป็นอุทลุม
โจทก์สืบพยานได้ 4 ปาก ศาลสั่งงดไม่สืบพยานต่อไปพิพากษายกฟ้อง ในส่วนข้อเท็จจริงวินิจฉัยว่าพยานเบิกความแตกต่างกันฟังไม่ได้ แต่โจทก์ยังขอสืบพยานในข้อเดียวกันและข้ออื่นอีก ศาลจะรู้ได้อย่างไรว่าพยานที่จะสืบต่อไปฟังไม่ได้ จึงต้องให้คู่ความสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้ซื้อทราบการครอบครองที่ดินก่อนซื้อ ถือเป็นการซื้อโดยไม่สุจริต สิทธิครอบครองย่อมยกขึ้นต่อสู้ได้
ผู้ซื้อเห็นอยู่แล้วในขณะซื้อว่ามีผู้ครอบครองตั้งบ้านเรือนอยู่ส่วนหนึ่งของที่ดินในโฉนดผู้ครอบครองที่ส่วนนั้นย่อมยกขึ้นต่อสู้ผู้ซื้อได้ว่าไม่สุจริต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้สิทธิครอบครองที่ดินจากการยกให้และมอบการครอบครองโดยไม่ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือ
การยกให้ที่ดินมือเปล่าและมอบการครอบครองให้ ผู้รับย่อมได้สิทธิครอบครองโดยสมบูรณ์ โดยมิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่
ตาม ม.15 พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2479 เพียงแต่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งผู้เข้ามาครอบครองที่ดินโดยไม่รับอนุญาตให้ออกไปจากที่ดินนั้นได้ ผู้ขัดคำสั่งมีผิด ไม่ใช่ให้มีอำนาจออกใบเหยียบย่ำทับที่เขาแล้วให้ผู้รับใบเหยียบย่ำมาฟ้องขับไล่เอาเอง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความครอบครองที่ดิน - สิทธิครอบครอง - การปล่อยปละละเลย - มาตรา 1375
ได้ความว่าจำเลยได้ทำรั้วและปลูกห้องแถวลงในที่พิพาทตั้ง3 ปีก่อนถูกฟ้อง ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่ายังมิได้มีหนังสือสำคัญซึ่งโจทก์มีสิทธิจะกล่าวอ้างได้ก็แต่เพียงสิทธิครอบครองประการเดียวเท่านั้น โจทก์จึงมีหน้าที่จะต้องงดและระวังรักษาสิทธิดังกล่าวไว้หาใช่มีแล้วก็ปล่อยปละละเลยไม่ต้องนำพาเสียเลย การที่โจทก์อ้างว่าตัวโจทก์อยู่ไกลไม่มีทางรู้ถือได้ว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่นำพาได้แล้วเพราะ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1375 บัญญัติไว้ชัดเจนว่าการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนการครอบครองต้องเสียภายในปีหนึ่งนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองหาใช่นับแต่วันที่รู้ว่าถูกแย่งการครอบครองไม่ เมื่อจำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทมาตั้ง 3 ปีแล้วจะเป็นโดยเจตนาสุจริตคิดว่าเป็นที่ดินของจำเลยเองหรือโดยเจตนาไม่สุจริตก็ดีและจะโดยโจทก์รู้เห็นแต่แรกแล้วหรือไม่เคยทราบเรื่องเลยก็ตาม ไม่ใช่เป็นข้อสำคัญถือว่าโจทก์หมดสิทธิฟ้องได้แล้ว
of 47