พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากสิ่งปลูกสร้างเสียหายจากเหตุสุดวิสัย ผู้ซื้อไม่สามารถเลิกสัญญาได้
ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินและห้องแถวที่ปลูกใสที่ดินนั้นโดยวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของการซื้อขาย ก็คือที่ดิน เมื่อทำสัญญาแล้วเกิดไฟไหม้ห้องแถวเสีย ผู้ซื้อจะใช้สิทธิขอเลิกสัญญาและขอมัดจำคืนไม่ได้ เมื่อการไฟไหม้จะโทษเอาเป็นความผิดของผู้ขายไม่ได้ ผู้ซื้อมีสิทธิจะขอลดราคาซื้อขายกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง: ไฟไหม้สิ่งปลูกสร้างไม่ถึงขั้นเลิกสัญญา ผู้ซื้อมีสิทธิขอปรับลดราคา
ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินและห้องแถวที่ปลูกในที่ดินนั้นโดยวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของการซื้อขาย ก็คือที่ดิน เมื่อทำสัญญาแล้วเกิดไฟไหม้ห้องแถวเสีย ผู้ซื้อจะใช้สิทธิขอเลิกสัญญาและขอมัดจำคืนไม่ได้ เมื่อเกิดไฟไหม้จะโทษเอาเป็นความผิดของผู้ขายไม่ได้ ผู้ซื้อมีสิทธิจะขอลดราคาซื้อขายกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยไม่มีการจดทะเบียน และผลของการครอบครองไม่ถึง 10 ปี
ทำนิติกรรมยกที่บ้านที่สวนให้กัน โดยทำเป็นหนังสือกันเองมิได้จดทะเบียนนั้น การให้ย่อมไม่สมบูรณ์ผู้รับครอบครองยังไม่ถึง 10 ปี หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ ผู้ให้ฟ้องเรียกคืนได้
โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งจำเลยไม่ปฏิเสธข้อนี้ ทั้งปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันจดทะเบียนรับมรดกที่รายนี้แล้ว จำเลยจะเถียงว่าเป็นมรดกยังไม่ได้แบ่งกันไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งจำเลยไม่ปฏิเสธข้อนี้ ทั้งปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันจดทะเบียนรับมรดกที่รายนี้แล้ว จำเลยจะเถียงว่าเป็นมรดกยังไม่ได้แบ่งกันไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายต้องมีข้อตกลงชัดเจน การครอบครองที่ดินเพื่อทำกินยังไม่ถือเป็นการซื้อขาย
ฟ้องขอให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายแต่ตามคำบรรยายฟ้องและข้อเท็จจริงที่สืบ หาได้มีการตกลงจะซื้อขายต่อกันไม่ดังนี้ ศาลบังคับให้ไม่ได้ ต้องพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หากยังไม่เป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาด
จำเลยตกลงขายที่พิพาทซึ่งโจทก์เคยขายฝากไว้แก่สามีจำเลย คืนแก่โจทก์และรับเงินราคาค่าที่ดินจากโจทก์ไว้แล้วต่อมาได้พากันไปยังหอทะเบียนที่ดิน เพื่อแบ่งแยกและโอนขายที่ดินให้กันตามที่ตกลงแต่โอนยังไม่ได้ เพราะจำเลยยังมิได้ประกาศรับมรดกสามีจำเลย จำเลยจึงทำใบมอบฉันทะให้จำเลยด้วยกัน เพื่อจะแย่งแยกที่ดินและโอนขายให้โจกท์ไว้เช่นนี้ ถือว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย หาใช่เป็นสัญญาขายเด็ดขาดไม่จึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหนักงานเจ้าหน้าที่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หากยังไม่ได้มีการซื้อขายเด็ดขาด
จำเลยตกลงขายที่พิพาทซึ่งโจทก์เคยขายฝากไว้แก่สามีจำเลยคืนแก่โจทก์และรับเงินราคาค่าที่ดินจากโจทก์ไว้แล้ว ต่อมาได้พากันไปยังหอทะเบียนที่ดิน เพื่อแบ่งแยกและโอนขายที่ดินให้กันตามที่ตกลงแต่โอนยังไม่ได้ เพราะจำเลยยังมิได้ประกาศรับมรดกสามีจำเลย จำเลยจึงทำใบมอบฉันทะให้จำเลยด้วยกัน เพื่อจะแบ่งแยกที่ดินและโอนขายให้โจทก์ไว้เช่นนี้ ถือว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย หาใช่เป็นสัญญาขายเด็ดขาดไม่จึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในที่ดินก่อนพิจารณาประเด็นบุกรุก: ศาลต้องชี้ขาดกรรมสิทธิ์ก่อน หากกรรมสิทธิ์ไม่ชัดเจน ประเด็นบุกรุกจึงไม่สามารถวินิจฉัยได้
โจทก์ฟ้องว่าที่วิวาทเป็นของโจทก์ จำเลยบุกรุกขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอดและจำเลยมิได้บุกรุก ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามา ก็ให้การยืนยันว่าผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของที่พิพาท ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีจึงมีเป็นประการแรกว่า ที่พิพาทเป็นของใคร ถ้าฟังว่าเป็นของโจทก์จึงจะมีประเด็นต่อไปว่า จำเลยบุกรุกหรือเปล่า ถ้าฟังว่าที่เป็นของผู้ร้องสอดข้อบุกรุกก็ตกไป ฉะนั้นศาลจะชี้ขาดแต่เพียงว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียโดยไม่ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ซึ่งเป็นข้ออ้างสำคัญที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้นั้นจึงมิได้เป็นการตัดสินคดีตามข้อหาในฟ้องของโจทก์ทุกข้อเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142,246
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน: สันนิษฐานส่วนเท่ากันหากไม่ระบุในทะเบียน
มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดร่วมกับคนอื่นรวม 6 ชื่อด้วยกัน เมื่อไม่ปรากฏการจดแจ้งในทะเบียนว่ามีส่วนได้น้อยกว่า 1 ใน 6 ก็ย่อมต้องสันนิษฐานตาม ป.พ.พ. ม. 1357 ว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมมีส่วนเท่ากัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 811/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดิน - สันนิษฐานส่วนได้เท่ากันเมื่อมิได้ระบุ
มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดร่วมกับคนอื่นรวม 6 ชื่อด้วยกันเมื่อไม่ปรากฏการจดแจ้งในทะเบียนว่ามีส่วนได้น้อยกว่า 1 ใน 6 ก็ย่อมต้องสันนิษฐานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1357 ว่าผู้เป็นเจ้าของร่วมมีส่วนเท่ากัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินและเรือนพิพาท: เจ้าของเดิม vs. บุตรภรรยา
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินและเรือนโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์และภรรยาจำเลยต่อสู้ว่าที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลยทำมาหากินได้ด้วยตนเองตลอดจนเรือนก็ปลูกสร้างขึ้นด้วยทุนของจำเลยดังนี้ เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าที่ดินและเรือนเป็นของโจทก์กับภรรยามิใช่ของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตามที่ต่อสู้ไว้แล้ว แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นบุตรของภรรยาโจทก์ติดมารดามาอยู่กับโจทก์ขับไล่และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่และเรือนพิพาทได้ และคดีไม่มีประเด็นเรื่องมรดกศาลไม่จำต้องวินิจฉัย