พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบที่ดินเพื่อชำระหนี้โดยมิได้จดทะเบียน ไม่ก่อให้เกิดสิทธิยึดถือ เจ้าของกรรมสิทธิมีสิทธิเรียกคืนได้
มอบที่ดินให้เจ้าหนี้ทำกินต่างดอกเบี้ยโดยทำสัญญากันเอง ไม่ได้จดทะเบียนแต่อย่างใด ย่อมไม่มีผลสมบูรณ์ที่จะใช้บังคับให้เกิดสิทธิยึดถือไว้ เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิติดตามเอาคืน โดยขอชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ เจ้าหนี้ต้องคืนที่ดินให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิไป
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้น จะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300 บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่ และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้น จำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.ม.วิแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้.
(อ้างฎีกา 1283/80, 231/82)
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้น จะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300 บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่ และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้น จำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ป.ม.วิแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้.
(อ้างฎีกา 1283/80, 231/82)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบที่ดินโดยมิได้จดทะเบียน ไม่ก่อให้เกิดสิทธิยึดถือ เจ้าของกรรมสิทธิ์มีสิทธิเรียกคืนได้
มอบที่ดินให้เจ้าหนี้ทำกินต่างดอกเบี้ยโดยทำสัญญากันเอง ไม่ได้จดทะเบียนแต่อย่างใด ย่อมไม่มีผลสมบูรณ์ที่จะใช้บังคับให้เกิดสิทธิยึดถือไว้ เมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ติดตามเอาคืน โดยขอชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เจ้าหนี้ต้องคืนที่ดินให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไป
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้นจะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้นจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้
(อ้างฎีกา1283/2480,231/2482)
คำพิพากษาคดีอาญาศาลชั้นต้นที่ศาลสูงได้พิพากษากลับแล้วนั้นจะนำเอาข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดมาใช้ในคดีแพ่งไม่ได้
โจทก์ขอให้จำเลยรับชำระหนี้ 300 บาท และคืนนาให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่ากู้กัน 1300 บาท ไม่ใช่ 300บาท ดังนี้ จำนวนหนี้ที่แท้จริงจะบังคับกันได้หรือไม่และจะเป็นจำนวนมากกว่า 300 บาทหรือเท่าใดนั้นจำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ให้ใช้เงินอันจะต้องเสียค่าธรรมเนียมตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลจึงไม่วินิจฉัยปัญหาเรื่องจำนวนหนี้ให้
(อ้างฎีกา1283/2480,231/2482)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 864/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความบอกล้างโมฆียะกรรมซื้อขายที่ดิน: หากทราบการซื้อขายตั้งแต่แรก ต้องบอกล้างภายใน 1 ปี
โจทก์ทราบว่า ภรรยาโจทก์ได้ขายที่ดินให้แก่จำเลยมาแต่แรก ฉะนั้นโจทก์จึงอาจจะให้สัตยาบันได้มาแต่แรกที่ภรรยาโจทก์ขายที่ดินให้แก่จำเลย แต่โจทก์มิได้บอกล้างนิติกรรมนั้นภายในกำหนด 1 ปีนับแต่เวลาที่อาจให้สัตยาบันได้ คดีจึงขาดอายุความตามมาตรา 143 ป.ม.แพ่ง ฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเอาทรัพย์สินชำระหนี้โมฆะเมื่อไม่มีทางจดทะเบียนได้ ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิในที่ดิน
โจทก์ทำสัญญากู้ยืมเงินและที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยและตอนท้ายแห่งสัญญามีข้อความว่า ถ้าพ้น 2 เดือนไม่นำเงินมาชำระ ยอมให้ที่เป็นสิทธินั้น เป็นลักษณะแห่งการให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้เงินกู้ ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 656 ข้อสัญญานี้ย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรค 3 เมื่อปรากฎว่า ที่พิพาทไม่มีโฉนดก็ไม่มีทางจะไปจดทะเบียน จำเลยไม่มีสิทธิจะยึดที่ดินของโจทก์ไว้ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้ที่เป็นโมฆะ สิทธิในที่ดินกลับคืนแก่เจ้าของเดิม
โจทก์ทำสัญญากู้ยืมเงินและที่ดินให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยและตอนท้ายแห่งสัญญามีข้อความว่า ถ้าพ้น 2 เดือนไม่นำเงินมาชำระยอมให้ที่เป็นสิทธินั้นเป็นลักษณะแห่งการให้เอาทรัพย์สินชำระหนี้เงินกู้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 ข้อสัญญานี้ย่อมเป็นโมฆะตามมาตรา 656 วรรคสาม เมื่อปรากฏว่า ที่พิพาทไม่มีโฉนดก็ไม่มีทางจะไปจดทะเบียน จำเลยไม่มีสิทธิจะยึดที่ดินของโจทก์ไว้ได้ (อ้างฎีกาที่1237/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกและสิทธิในที่ดินร่วมกัน: การไม่เข้าร่วมของผู้รับมรดก
โจทก์ 3 คนกับ ม. ได้รับมฤดกกึ่งหนึ่งของที่พิพาท อีกกึ่งหนึ่งเป็นของจำเลย เมื่อโจทก์ 3 คนฟ้องขอแบ่ง โดย ม. มิได้เข้ามาเป็นโจทก์ หรือร้องขอรับส่วนของตนในคดี ศาลก็พิพากษาแบ่งให้โจทก์ตามส่วนที่โจทก์ควรจะได้ คือ 3 ใน 8 ส่วน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการใช้เรือนในที่ดินของผู้อื่นตามสัญญาซื้อขาย: สิทธิของจำเลยในการให้เช่า
โจทก์ขายเรือนซึ่งอยู่ในที่ของโจทก์ให้จำเลย โดยมีข้อสัญญากันว่า โจทก์ผู้ขายยอมให้จำเลยผู้ซื้ออยู่ในที่ดินมีกำหนด 3 ปี โดยไม่คิดค่าเช่า นับแต่วันทำสัญญา ดังนี้ ในระยะ 3 ปีนี้จำเลยย่อมเอาเรือนหลังนี้ไปให้คนอื่นเช่าอยู่ได้ เพราะเรือนเป็นของจำเลยผู้ซื้อ จำเลยจะอยู่เองหรือจะให้ใครอยู่ ก็ย่อมมีสิทธิทำได้ เพราะเป็นการใช้สิทธิตามสัญญาซื้อขาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829-830/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิในที่ดินโดยผู้ไม่มีสิทธิและผลกระทบต่อผู้ซื้อโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ห. ขายสวนยางที่มีใบเหยียบย่ำให้แก่ ส. โดยทำสัญญาซื้อขายจดทะเบียนกันที่อำเภอ แต่ปรากฎว่า ห.ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินและทั้งไม่เคยมีชื่อปรากฎในทางทะเบียนให้บุคคลภายนอกเช่น ส. เข้าใจผิดแต่ประการใด ดังนี้ ส.จะอ้างความคุ้มครองตามมาตรา 1299,1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินและบ้านเรือน: ผลของการให้การพยานขัดแย้งและระยะเวลาการครอบครอง
คู่ความท้าอ้างนายกอนพะยานปากเดียว คำท้ามีดังนี้ "ถ้านายกอน ให้การว่าโจทก์ปกครองที่ดินและเรือนรายพิพาทมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยยอมให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและเรือนรายพิพาททั้งหมด ถ้านายกอน ให้การว่าโจทก์ปกครองเรือนและที่ดินมาไม่กว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ยอมยกที่ดินและเรือนให้จำเลยทั้งหมด" และนายกอนให้การได้ความว่าเดิมที่ดินบ้านเรือนเป็นของบิดามารดาโจทก์ เมื่อบิดามารดาโจทก์ตายแล้ว โจทก์จำเลยอยู่ในที่รายนี้ จำเลยเพิ่งออกจากบ้านไป 6 ปี ดังนี้ แสดงว่าตอนแรกโจทก์ปกครอง จึงสมข้างจำเลย จำเลยย่อมชนะคดี ตามคำท้า./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินและบ้านเรือนเป็นเวลากว่า 10 ปีมีผลต่อกรรมสิทธิ์ตามคำท้า
คู่ความท้าอ้างนายกอนพยานปากเดียว คำท้ามีดังนี้'ถ้านายกอนให้การว่าโจทก์ปกครองที่ดินและเรือนรายพิพาทมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยยอมให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและเรือนรายพิพาททั้งหมด ถ้านายกอนให้การว่าโจทก์ปกครองเรือนและที่ดินมาไม่กว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ยอมยกที่ดินและเรือนให้จำเลยทั้งหมด' และนายกอนให้การได้ความว่าเดิมที่ดินบ้านเรือนเป็นของบิดามารดาโจทก์ เมื่อบิดามารดาโจทก์ตายแล้ว โจทก์จำเลยอยู่ในที่รายนี้ จำเลยเพิ่งออกจากบ้านไป 6 ปี ดังนี้ แสดงว่าตอนแรกโจทก์ปกครอง จึงสมข้างจำเลยจำเลยย่อมชนะคดีตามคำท้า