พบผลลัพธ์ทั้งหมด 405 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1486/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: ผู้ซื้อมีสิทธิฟ้องบังคับให้โอนกรรมสิทธิ์ได้ แม้มีข้อตกลงเรื่องค่าปรับ
ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกัน ผู้ซื้อได้ชำระราคาส่วนใหญ่ให้แก่ผู้ขายไปแล้ว ราคาส่วนน้อยจะชำระเมื่อทำโอนกันและผู้ซื้อได้เข้าครอบครองที่ดินนั้นแล้ว ดังนี้ แม้ในสัญญาจะมีว่าถ้าผู้ขายบิดพลิ้วไม่ยอมขาย ยอมให้ผู้ซื้อฟ้องเรียกค่าเสียหาย และยอมให้ปรับอีกเป็นเงินจำนวนหนึ่งก็ตาม ผู้ซื้อก็ย่อมมีสิทธิที่จะมาฟ้องผู้ขายให้ชำระหนี้ตามสัญญา คือให้โอนขายที่ดินให้แก่ผู้ซื้อได้ ผู้ขายจะเถียงว่าผู้ซื้อยอมให้ผู้ขายเลือกชำระหนี้นั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระหนี้ไม่ถือเป็นการแปลงหนี้ หากราคารวมยังคงเดิม สัญญาจะซื้อขายเดิมยังใช้บังคับ
ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินบ้านและที่สวนรวม 2 แปลง ราคา 3000 บาท วันโอนกันที่อำเภอผู้ซื้อมีเงินไม่ถึง 3000 บาท จึงตกลงขายที่บ้านแปลงเดียวก่อนตีราคา 2600 บาท ส่วนที่สวนตีราคา 400 บาท นัดโอนกันภายหลัง ดังนี้ย่อมถือได้ว่าคู่กรณีมิได้ตกลงกันเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญแห่งหนี้ให้ผิดแผกไปจากเดิมเลยที่ให้โอนที่บ้านก่อนแล้วจึงมาโอนที่สวนภายหลัง ก็เพื่อความสะดวกของผู้ซื้อในเรื่องเงิน จำนวนราคาเมื่อรวมกันก็เป็น 3000 บาทเท่าเดิมจึงไม่ใช่เรื่องแปลงหนี้สัญญาจะซื้อขายฉบับเดิมหาได้ระงับไปไม่ ผู้ขายยังมีสิทธิฟ้องบังคับให้ผู้ซื้อซื้อที่สวนในราคา 400 บาทได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขาย: การฟ้องให้บังคับตามสัญญาต้องพิสูจน์การตกลงกันแล้ว ไม่ใช่แค่ขอให้ศาลแสดงว่ามีสัญญา
โจทก์ฟ้องว่าได้เสนอขายสิ่งของแก่จำเลย ๆ ได้สนองรับซื้อสิ่งของนั้น ตามคำเสนอของโจทก์แล้วแต่ต่อมาบิดพริ้วไม่ยอมทำสัญญาซื้อขายสิ่งของนั้นกับโจทก์ทำให้โจทก์ได้รับความเสีย หาย จึงขอให้ศาลแสดงว่าการกระทำระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขายมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนี้ยังไม่เป็นเหตุผลที่โจทก์จะต้องมาขอใช้สิทธิทางศาลตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 55 เพราะเป็นเรื่องที่ขอให้แสดงว่าได้มีการตกลงจะทำสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยหรือไม่เท่านั้น ถ้าโจทก์ยืนยันว่าได้มีการตกลงกับจำเลยแล้ว และจำเลยกระทำผิดข้อตกลงอย่างใด โจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวในทางนั้น ฉะนั้นในเรื่องนี้จึงยังไม่เป็นมูลกรณีที่จะพึงฟ้องร้องกลับ
(ประชุมใหญ่)
(ประชุมใหญ่)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายและการฟ้องร้องผิดสัญญา: ไม่เป็นมูลเหตุฟ้องหากยังไม่ได้ทำสัญญาซื้อขาย
โจทก์ฟ้องว่า ได้เสนอขายสิ่งของแก่จำเลย จำเลยได้สนองรับซื้อสิ่งของนั้น ตามคำเสนอของโจทก์แล้ว แต่ต่อมาบิดพริ้วไม่ยอมทำสัญญาซื้อขายสิ่งของนั้นกับโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จึงขอให้ศาลแสดงว่าการกระทำระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขายมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนี้ ยังไม่เป็นเหตุผลที่โจทก์จะต้องมาขอใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 เพราะเป็นเรื่องที่ขอให้แสดงว่าได้มีการตกลงจะทำสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยหรือไม่เท่านั้นถ้าโจทก์ยืนยันว่าได้มีการตกลงกับจำเลยแล้ว และจำเลยกระทำผิดข้อตกลงอย่างใดโจทก์ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวในทางนั้น ฉะนั้นในเรื่องนี้ จึงยังไม่เป็นมูลกรณีที่จะพึงฟ้องร้องกันได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่ถอนการขายฝากมีผลเหนือกว่าสัญญาจะซื้อขาย การตกลงไม่ไถ่ด้วยปากเปล่าไม่ผูกพัน
ขายฝากที่ดินแก่เขาไว้โดยทำสัญญาและจดทะเบียนแล้ว ภายหลังทำสัญญากันเองว่าจะขายขาดที่นั้นให้แก่เขาโดยได้รับเงินมัดจำจากเขาแล้ว กำหนดจะไปทำการโอนกันต่อไป แต่ก่อนถึงกำหนดวันไปทำโอนกัน ผู้ขายกลับฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากดังนี้ ผู้ขายมีสิทธิจะไถ่ได้ตามกฎหมายถ้าการขายฝากยังไม่พ้นระยะเวลาไถ่ถอน
คำรับรองด้วยปากเปล่าว่าจะไม่ไถ่การขายฝากเช่นนี้ไม่มีผลตามกฎหมาย
คำรับรองด้วยปากเปล่าว่าจะไม่ไถ่การขายฝากเช่นนี้ไม่มีผลตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่ถอนการขายฝากยังคงมีอยู่ แม้ทำสัญญาจะซื้อขายและรับเงินมัดจำแล้ว
ขายฝากที่ดินแก่เขาไว้โดยทำสัญญาและจดทะเบียนแล้วภายหลังทำสัญญากันเองว่าจะขายขาดที่นั้นให้แก่เขาโดยได้รับเงินมัดจำจากเขาแล้ว กำหนดจะไปทำการโอนกันต่อไป แต่ก่อนถึงกำหนดวันไปทำโอนกัน ผู้ขายกลับฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝาก ดังนี้ ผู้ขายมีสิทธิจะไถ่ได้ตามกฎหมายถ้าการขายฝากยังไม่พ้นระยะเวลาไถ่ถอน
คำรับรองด้วยปากเปล่าว่าจะไม่ไถ่การขายฝากเช่นนี้ไม่มีผลตามกฎหมาย
คำรับรองด้วยปากเปล่าว่าจะไม่ไถ่การขายฝากเช่นนี้ไม่มีผลตามกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1065/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีมีทุนทรัพย์: การฟ้องบังคับโอนที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายและการเสียค่าธรรมเนียมที่ถูกต้อง
ฟ้องขอให้โอนขายที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายนั้น ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์
เมื่อคู่ความเสียค่าธรรมเนียมมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ในชั้นศาลล่างและศาลอุทธรณ์ ศาลล่างทั้ง 2 ก็รับข้อวินิจฉัยให้แล้วนั้น แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริง ถ้าคดีนั้นมีทุนทรัพย์เกิน 2000 บาท จำเลยผู้ฎีกาเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาขึ้นมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาก็รับวินิจฉัยให้
เมื่อคู่ความเสียค่าธรรมเนียมมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ในชั้นศาลล่างและศาลอุทธรณ์ ศาลล่างทั้ง 2 ก็รับข้อวินิจฉัยให้แล้วนั้น แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริง ถ้าคดีนั้นมีทุนทรัพย์เกิน 2000 บาท จำเลยผู้ฎีกาเสียค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาขึ้นมาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ถูกต้องแล้ว ศาลฎีกาก็รับวินิจฉัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความสัญญาจะซื้อขาย: การสืบพยานเพื่อแสดงความหมายของข้อความในสัญญา
จำเลยจะขอสืบพะยานถึงคำ "บ้านเรือนของนางสนิทไม่เกี่ยวข้องในที่ดินรายนี้" ว่ารวมถึงที่ดินที่ปลูกอยู่ด้วยนั้น เป็นการสืบแสดงความหมายของข้อความแห่งเอกสารว่า ข้อความนั้นหมายถึงที่ดินด้วย ซึ่งเป็นการสืบแสดงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด ดังข้อความวรรคท้ายของมาตรา 94 ป.ม.วิ.แพ่ง จำเลยมีสิทธินำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรานี้
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2492
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: สิทธิการครอบครองของผู้ซื้อยังเป็นเพียงตัวแทนจำเลย
สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งได้วางมัดจำกันแล้ว และมีข้อตกลงกันว่าเงินจำนวนที่ยังค้างอยู่อีกนั้น ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดิน พร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิที่ดินกัน แต่ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิกันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพังทันที ดังนี้ เป็นสัญญาจะซื้อขาย เพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป.
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฎว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองของจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดและไปชำระหนี้ได้.
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฎว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองของจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดและไปชำระหนี้ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 878/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดินและการครอบครองแทน: สิทธิของผู้ซื้อก่อนโอนกรรมสิทธิ์
สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งได้วางมัดจำกันแล้ว และมีข้อตกลงกันว่าเงินจำนวนที่ยังค้างอยู่อีกนั้น ผู้ซื้อจะนำไปชำระให้ผู้ขายต่อหน้าเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินพร้อมทั้งทำการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกัน แต่ในระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายยังมิได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์กันนี้ ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อ เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนี้ได้ตามลำพังทันที ดังนี้ เป็นสัญญาจะซื้อขาย เพราะยังจะต้องชำระเงินที่ค้างและทำการโอนทะเบียนกันต่อไป
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฏว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองแทนจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดไปชำระหนี้ได้
ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่นาที่ยึดไว้ ผู้ร้องได้ซื้อไว้จากจำเลย แต่เมื่อปรากฏว่าเป็นสัญญาจะซื้อขาย และการครอบครองของผู้ร้องในระหว่างรอการชำระเงินที่ค้างและการโอน เช่นนี้ ต้องถือว่าอยู่ในฐานะครอบครองแทนจำเลย ที่ยังเป็นของจำเลยอยู่ โจทก์มีสิทธิยึดไปชำระหนี้ได้