พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,546 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้สิทธิโดยไม่สุจริตของผู้รับมรดกและการซื้อขายที่ดินโดยสุจริต
ภรรยาได้ประกาศรับมรดกที่ดินของสามีแล้วโอนขายให้บุคคลอื่นแม้จะปรากฏว่าภรรยามิได้จดทะเบียนสมรสก็ดี แต่ได้มีการไหว้ผีตามประเพณีและอยู่ร่วมกันโดยเปิดเผยจนมีบุตรด้วยกัน 3 คน การที่โอนขายให้แก่บุคคลผู้นั้นก็เนื่องจากสัญญาเดิมที่สามีได้ทำไว้ ซึ่งเป็นการชอบด้วยศีลธรรม เมื่อภรรยามาประกาศรับมรดก โจทก์ก็ไม่มาคัดค้านปล่อยให้ภรรยารับมรดกมาโอนขายแก่บุคคลผู้นั้น บุคคลผู้นั้นรับซื้อไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน โจทก์จึงขอให้เพิกถอนนิติกรรม ดังนี้ ย่อมได้ชื่อว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5จะมาขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกคืนกรรมสิทธิ์ในที่ดินสวน ต้องใช้มาตรา 1382 ไม่ใช่ 1375
ที่ดินเป็นที่สวนนั้นเป็นที่ซึ่งเจ้าของมีกรรมสิทธิ์จะนำมาตรา 1375 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาบังคับไม่ได้ เพราะมาตรา 1375 เป็นเรื่องฟ้องเรียกทรัพย์ที่มีสิทธิครอบครองคืนคดีนี้เป็นเรื่องฟ้องเรียกทรัพย์ซึ่งมีกรรมสิทธิ์คืน ซึ่งต้องบังคับตามมาตรา 1382
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 750/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการแบ่งทรัพย์สินร่วม กรณีฟ้องขอแบ่งที่ดิน ศาลต้องพิพากษาภายในส่วนแบ่งที่โจทก์ขอ
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า โจทก์กับจำเลยปกครองที่ดินร่วมกันมา บัดนี้จำเลยจะเอาที่ดินเสียผู้เดียว จึงขอให้จำเลยส่งโฉนดมาทำการแบ่งแยกตามส่วนครึ่งหนึ่ง หากแบ่งแยกไม่ตกลง ก็ขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินกัน ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า โจทก์จำเลยต่างปกครองเป็นส่วนสัดกัน ดังนี้ ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์อยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้
โจทก์ฟ้องขอแบ่งที่พิพาทแต่เพียงครึ่งหนึ่ง ถ้าทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์อยู่ในที่พิพาทจริง ศาลก็พิพากษาให้ที่ดินพิพาทไม่เกินครึ่งหนึ่งเป็นของโจทก์ได้ ไม่ผิดจากฟ้อง หรือเกินคำขอ
ศาลชั้นต้นพิพากษาชี้ขาดเลยจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์หรืออย่างไรนั้น ศาลอุทธรณ์มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 695/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้จำนอง/โอนสิทธิในที่ดิน การได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยชอบธรรม
โจทก์ฟ้องว่า นายโทนได้กู้เงินโจทก์ไปและมอบที่นาไม่มีโฉนดให้โจทก์เป็นประกันโดยมีข้อตกลงว่า เมื่อพ้น 6 เดือนนับแต่วันทำสัญญากู้ ยอมให้ที่นาตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ให้กู้ โจทก์ได้ครอบครองมา 6 ปีแล้ว ขอให้ขับไล่จำเลย ๆ ต่อสู้ว่านาพิพาทเป็นของจำเลยได้ให้นายโทนยืมไปให้โจทก์ทำต่างดอกเบี้ย เมื่อทางพิจารณาได้ความว่านายโทนได้นำนาไปมอบให้โจทก์โดยความยินยอมของจำเลย และจำเลยได้แถลงรับว่า ก่อนจะจำนำนา นายโทนได้ปรึกษากับจำเลยก่อนแล้วและในคำให้การจำเลยมิได้ปฏิเสธในข้อที่นายโทนไปทำสัญญากับโจทก์ ยอมให้ที่หลุดเป็นสิทธิแต่ประการใดไม่ ดังนี้ ตามพฤตติการณ์จึงส่อแสดงให้เข้าใจว่านายโทนทำไปโดยความยินยอมของจำเลย โจทก์จึงได้สิทธิครอบครองในที่รายนี้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิเช่า ไม่เกิดกรรมสิทธิจากการครอบครอง
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ของโจทก์ ในวันชี้สองสถานทนายโจทก์จำเลยรับกันว่าที่พิพาทนี้แปลงเดียวกับที่นายฮงเฮงเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ซึ่งอยู่ในระหว่างฎีกา ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์ในคดีนี้เป็นผู้ชนะคดี โดยฟังว่าโจทก์ในคดีนี้เป็นเจ้าของที่ดินรายพิพาท ในวันสืบพะยาน จำเลยรับว่านายฮงเฮงในคดีโน้นเป็นนายฮงเฮงที่จำเลยว่าเช่าที่ดินในคดีนี้มา และคำเบิกความของนายมานะพะยานโจทก์ในคดีโน้น ก็คือตัวจำเลยในคดีนี้ ซึ่งจำเลยเบิกความในคดีโน้นก็รับว่าได้เช่าที่ดินรายนี้จากโจทก์ ดังนี้ ย่อมเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยได้เช่าที่ดินรายนี้จากโจทก์ ข้อเถียงกรรมสิทธิของจำเลยย่อมฟังไม่ขึ้น
จำเลยครอบครองที่พิพาทมาโดยอาศัยสิทธิการเช่า จะอ้างว่าได้กรรมสิทธิโดยการครอบครองไม่ได้.
จำเลยครอบครองที่พิพาทมาโดยอาศัยสิทธิการเช่า จะอ้างว่าได้กรรมสิทธิโดยการครอบครองไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีเกี่ยวข้องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: ผู้ดูแลแทนเจ้าของไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดิน จำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้อง ดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1381 เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนสัญญาให้ที่ดินและการเรียกคืนกรรมสิทธิ ถือเป็นการเรียกทรัพย์คืน
โจทก์ ฟ้องอ้างว่าโจทก์ได้ให้ที่ดินแก่จำเลยไปแล้ว โจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาให้ ดังนี้ ความประสงค์ก็คือเอากรรมสิทธิ ซึ่งโจทก์ว่าได้โอนไปให้ แล้วกลับคืนมานั่นเอง ดังจะเห็นได้จากคำขอที่ให้ถอนชื่อจำเลยออกเสียจากโฉนด คงชื่อไว้แต่โจทก์ผู้เดียวนั้น เป็นเรื่องเรียกทรัพย์คืน และเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์ อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิจากการครอบครองที่ดิน แม้ไม่มีหนังสือสำคัญ และผลของการยกที่ดินโดยไม่ได้จดทะเบียน
หนังสือยกให้ที่ดิน แม้จะไม่สมบูรณ์เพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และมิใช่พินัยกรรม์ เพราะไม่มีข้อกำหนดเผื่อตายก็ตาม ก็ยังเป็นการแสดงเจตนาว่าเจ้าของที่ดินได้สละสิทธิครอบครองให้แก่ผู้รับแล้ว
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปีย่อมได้สิทธิ.
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปีย่อมได้สิทธิ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินจากการครอบครอง โดยมีเอกสารยกที่ดินที่ไม่สมบูรณ์และระยะเวลาครอบครองที่แตกต่างกัน
หนังสือยกให้ที่ดิน แม้จะไม่สมบูรณ์เพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และมิใช่พินัยกรรม เพราะไม่มีข้อกำหนดเผื่อตายก็ตาม ก็ยังเป็นการแสดงเจตนาว่าเจ้าของที่ดินได้สละสิทธิครอบครองให้แก่ผู้รับแล้ว
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ์
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปี ย่อมได้สิทธิ
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ์
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปี ย่อมได้สิทธิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิในที่ดิน: โอนโดยสุจริตและจดทะเบียน vs. ครอบครองปรปักษ์ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน
ที่พิพาทเป็นที่มีโฉนดแผนที่แล้ว และโจทก์ได้รับโอนกรรมสิทธิมาจนบัดนี้ ยังไม่ถึง 10 ปี ฉะนั้นแม้จำเลยจะเป็นผู้ครอบครองติดต่อมาตลอดเวลากว่า 30 ปีแล้ว แต่เมื่อสิทธิการครอบครองของจำเลยยังมิได้จดทะเบียนแล้ว จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์ซึ่งได้รับโอนกรรมสิทธิที่พิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริต และจดทะเบียนการรับโอนนั้นแล้วไม่ได้ ดังที่บัญญัติไว้ตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1299.
ข้อที่ว่าโจทก์ซื้อโดยไม่สุจริตนั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นจะยกขึ้นมากล่าวอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้.
ข้อที่ว่าโจทก์ซื้อโดยไม่สุจริตนั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นจะยกขึ้นมากล่าวอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้.