คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
กรรมสิทธิ์ที่ดิน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 468 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาตามยอมแล้ว ศาลไม่สามารถกลับคำพิพากษาได้ แม้มีข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่ดิน
ฎีกาของจำเลยที่โต้เถียงว่า จำเลยได้พิพาทกนและทำยอมแบ่งที่ดินกันระหว่างจำเลยซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้วศาลจะกลับพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์ไม่ได้นั้น เป็นฎีกาที่ไม่มีสาระไม่มีกฎหายให้สนับสนุน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยครอบครองปรปักษ์ และการโต้แย้งปีที่หย่าขาดจากกัน
ผู้ที่ได้รับยกให้ที่ดินและครอบครองมา ย่อมแสดงว่าได้ครอบครองที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผย เมื่อเกิน 10 ปี ก็ได้กรรมสิทธิ์
เมื่อวินิจฉัยว่า ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยครอบคอรงก็ไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า การยกให้แต่แรกนั้นจะมีหนังสือหรือไม่
เอกสารบันทึกของเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลต้องรับฟังเด็ดขาดนั้น เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้โต้เถียงอยู่ว่าเจ้าพนักงานเทียบปีและบันทึกปีผิดไป ดังนี้ ฝ่ายนั้นย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงเป็นปีใดแน่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 484/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การได้กรรมสิทธิ์ที่ดินจากการครอบครองปรปักษ์และการพิสูจน์ปีที่หย่าขาดจากกัน
ผู้ที่ได้รับยกให้ที่ดินและครอบครองมา ย่อมแสดงว่าได้ครอบครองที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผยเมื่อเกิน 10 ปี ก็ได้กรรมสิทธิ์
เมื่อวินิจฉัยว่า ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองก็ไม่มีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่า การยกให้แต่แรกนั้นจะมีหนังสือหรือไม่
เอกสารบันทึกของเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลต้องรับฟังเด็ดขาดนั้น เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้โต้เถียงอยู่ว่าเจ้าพนักงานเทียบปีและบันทึกปีผิดไป ดังนี้ ฝ่ายนั้นย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบได้ว่าความจริงเป็นปีใดแน่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้กรรมสิทธิ์ที่ดินด้วยวาจาไม่สมบูรณ์ และการโอนการครอบครองต่างจากสละสิทธิในที่ดิน
การให้กรรมสิทธิ์ที่ดินจะให้กันโดยปากเปล่า ไม่มีผล
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1379 เป็นเรื่องการโอนการครอบครอง ไม่ใช่เรื่องสละสิทธิในส่วนได้ในที่ดิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินและอายุความฟ้องขับไล่: การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการซื้อขายและการนับอายุความ
โจทก์เป็นผู้ได้กรรมสิทธิที่บ้านที่สวนโดยการซื้อขายแม้จะมีผู้อื่นครอบครองที่นั้นอยู่ก่อน แต่ถ้านับจากวันโจทก์ได้กรรมสิทธิ ถึงวันโจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ครอบครองยังไม่ถึง 10 ปีแล้ว คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความฟ้องขับไล่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน: สัญญาขายฝากหรือการมอบหมายให้ครอบครองแทน
แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าโจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย แต่ในฟ้องได้บรรยายรายละเอียดถึงข้อความในสัญญาขายฝากนั้นอีกว่า ได้ฝากนาไว้กับจำเลย จำเลยเอาเงินไป มีกำหนดเวลาใช้คืน และมีข้อความว่า ใครจะเอานานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ไม่ได้ดังนี้ พิจารณาความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นเรื่องโจทก์เอาเงินของจำเลยไปให้จำเลยครอบครองนาแทน ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1685/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน: คดีก่อนผูกพันคดีหลังไม่ได้ หากคู่ความและประเด็นข้อพิพาทเปลี่ยนแปลง
ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกับผู้อื่นฟ้องขอแบ่งที่ดินเฉพาะส่วนของตนจากผู้ที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ผู้ครอบครองที่ดินต่อสู้ว่า ผู้มีชื่อในโฉนดคนอื่นเอาที่ดินนี้ตีใช้หนี้ตน ทางพิจารณาศาลฟังว่าไม่มีการตีใช้หนี้ แต่เห็นว่า การที่จะฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของโจทก์นั้นย่อมแบ่งให้ไม่ได้ จึงพิพากษายกฟ้อง ภายหลังผู้ครอบครองที่ดินเป็นโจทก์ฟ้องทายาทผู้มีชื่อในโฉนดคนหนึ่งขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ครอบครองที่ดิน ทายาทผู้เป็นจำเลยต่อสู้ว่า ผู้ครอบครองที่ดินไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องอีกเพราะเคยฟ้องกันมาแล้วและในคดีหลังนี้ ผู้มีชื่อในโฉนดที่เคยเป็นโจทก์ฟ้องผู้ครอบครองก็ได้ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จนศาลอนุญาตแล้วก็ตาม ศาลฎีกาก็เห็นว่าจะเอาข้อเท็จจริงในคดีก่อนมารับฟังเป็นข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ได้ เพราะโจทก์จำเลยในคดีนี้เป็นคู่กรณีคนใหม่ และในคดีก่อนศาลยกฟ้องเพราะเห็นว่า การฟ้องขอแบ่งเฉพาะส่วนของตน ย่อมแบ่งให้ไม่ได้ เป็นประเด็นสำคัญ การที่ผู้ครอบครองที่ดินมาฟ้องอ้างสิทธิในที่ดินนี้ทั้งแปลงประเด็นก็ไม่เหมือนกับคดีก่อนซึ่งพิพาทกันเฉพาะที่ดินส่วนของผู้มีชื่อในโฉนดผู้เป็นโจทก์ฟ้องเท่านั้น จึงจะยกเอาสำนวนก่อนมาผูกพันบังคับคู่ความคดีนี้ใหม่หาได้ไม่ชอบที่ศาลจะสืบพยานฟังข้อเท็จจริงในสำนวนหลังนี้ต่อไป(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 23/2493)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำ: ประเด็นกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เคยตัดสินเด็ดขาดแล้ว
คดีเรื่องก่อนจำเลยฟ้องโจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดแล้วโจทก์มาฟ้องคดีใหม่อ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย เป็นการฟ้องตั้งประเด็นว่าที่ดินเป็นของโจทก์อันเป็นประเด็นข้อสำคัญอย่างเดียวกับคดีก่อนนั่นเอง จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1427/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้กรรมสิทธิ์ที่ดินตามสัญญา เอกสารที่รับรองแล้วมีผลผูกพัน ห้ามเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเดิม
โฉนดมีชื่อโจทก์กับจำเลยทั้งสองถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และยังปรากฏตามเอกสารสัญญาให้กรรมสิทธิ์ที่ดินนี้ ซึ่งโจทก์ได้รับรองแล้วแปลความหมายได้แจ้งชัดว่า ผู้ให้(โจทก์) ได้ให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินแก่จำเลยทั้งสอง 2/3 ของที่ดินตามโฉนดนี้ ดังนี้ โจทก์จะนำสืบว่าเป็นแต่ยกให้จำเลยทั้งสองเพียงครึ่งหนึ่งของที่ดิน ย่อมเป็นการสืบแก้ไขเอกสารสัญญาซึ่งโจทก์ได้รับรองแล้วโดยตรง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เป็นสินสมรสและมรดก ศาลยกฟ้องเนื่องจากตั้งรูปคดีไม่ถูกต้อง
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าที่สวนพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งหมด มิได้ตั้งรูปคดีมาว่าเป็นมรดก แต่ปรากฏว่าสวนนั้นเป็นมรดกซึ่งโจทก์มีส่วนได้ไม่ทั้งหมดมีส่วนจะต้องแบ่งในระหว่างทายาท ดังนี้ ศาลยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิที่จะฟ้องขอแบ่งกันต่อไป
สวนพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับสามี สามีโจทก์ตายมารดาของสามีได้คัดค้านว่ามีส่วนในทางมรดก เมื่อโจทก์ประกาศขายและมารดาของสามีได้เข้ากรีดยางในสวนพิพาทดังนี้แสดงว่า มารดาของสามีไม่ได้ละทิ้งมรดกเกิน 1 ปี
of 47