พบผลลัพธ์ทั้งหมด 4,971 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาค้ำประกัน: ความรับผิดของผู้ค้ำประกันต่อความเสียหายจากการกระทำของลูกหนี้ และข้อยกเว้น
หญิงมีสามีเข้าค้ำประกันหนี้ ในชั้นนี้ยังไม่ปรากฏว่าจะผูกพันสินบริคณห์หรือไม่ หญิงมีสามีจึงทำได้โดยไม่ต้องรับอนุญาตของสามี
ลูกหนี้ยอมให้เจ้าหนี้หักเงินเดือนผ่อนใช้หนี้ละเมิดไม่เป็นการผ่อนเวลาอันจะทำให้ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิดเพราะไม่มีกำหนดแน่นอนว่าต้องชำระหนี้เมื่อใด
ลูกจ้างผู้มีหน้าที่ขับรถยนต์ ยอมให้ลูกจ้างอีกคนหนึ่งซึ่งไม่มีหน้าที่และไม่มีใบอนุญาตขับรถจนชนกำแพงเสียหายขึ้น นายจ้างต้องออกเงินใช้ค่าซ่อมแซมไปแทนลูกจ้าง ดังนี้ เป็นผลจากการกระทำของลูกจ้างผู้มีหน้าที่ขับรถ ผู้ค้ำประกันของลูกจ้างนั้นต่อนายจ้างต้องรับผิด
ลูกหนี้ยอมให้เจ้าหนี้หักเงินเดือนผ่อนใช้หนี้ละเมิดไม่เป็นการผ่อนเวลาอันจะทำให้ผู้ค้ำประกันพ้นความรับผิดเพราะไม่มีกำหนดแน่นอนว่าต้องชำระหนี้เมื่อใด
ลูกจ้างผู้มีหน้าที่ขับรถยนต์ ยอมให้ลูกจ้างอีกคนหนึ่งซึ่งไม่มีหน้าที่และไม่มีใบอนุญาตขับรถจนชนกำแพงเสียหายขึ้น นายจ้างต้องออกเงินใช้ค่าซ่อมแซมไปแทนลูกจ้าง ดังนี้ เป็นผลจากการกระทำของลูกจ้างผู้มีหน้าที่ขับรถ ผู้ค้ำประกันของลูกจ้างนั้นต่อนายจ้างต้องรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 40/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรุกล้ำที่ดินและการคุ้มครองประโยชน์การใช้ที่ดิน แม้สร้างเพื่อสาธารณะก็ต้องรับผิดชอบ
บทบัญญัติมาตรานี้ใช้บังคับรวมทั้งนิติบุคคลเช่น เทศบาลและจังหวัดด้วย.
การที่สร้างทางเดินเท้าผ่านหน้าที่ดินของบุคคลอื่นอันเป็นเหตุให้เจ้าของที่เดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควรแล้ว แม้ทางเดินเท้านั้นจะอยู่ในที่สาธารณะและเมื่อผู้สร้างสร้างแล้วอุทิศให้เป็นทางสาธารณะด้วย เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ยังคงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1337 นี้อยู่
การที่สร้างทางเดินเท้าผ่านหน้าที่ดินของบุคคลอื่นอันเป็นเหตุให้เจ้าของที่เดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควรแล้ว แม้ทางเดินเท้านั้นจะอยู่ในที่สาธารณะและเมื่อผู้สร้างสร้างแล้วอุทิศให้เป็นทางสาธารณะด้วย เจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้นก็ยังคงได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1337 นี้อยู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในการเซ็นอนุมัติการเบิกจ่ายเงินของหน่วยงาน
จำเลยเพียงแต่เซ็นในใบยืมตามหน้าที่และภายในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเพื่อให้งานได้ดำเนินไปได้โดยเรียบร้อย จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใดกับเงินนั้นเลย โดยประธานกรรมการมอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลังควบคุมเงินจำนวนนี้เอาไปดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ขององค์การสรรพาหาร ถือว่าจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย และจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นส่วนตัว แต่ถ้าจำเลยกระทำการนอกเหนือหน้าที่ของตน จำเลยก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในการลงนามเบิกจ่ายเงินราชการ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการรับจ่ายเงินโดยตรง
จำเลยเพียงแต่เซ็นในใบยืมตามหน้าที่และภายในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของทางราชการเพื่อให้งานได้ดำเนินไปได้โดยเรียบร้อยจำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใดกับเงินนั้นเลยโดยประธานกรรมการมอบหมายหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายการคลังควบคุมเงินจำนวนนี้เอาไปดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ขององค์การสรรพาหารถือว่าจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย และจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เป็นส่วนตัวแต่ถ้าจำเลยกระทำการนอกเหนือหน้าที่ของตน จำเลยก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 273-275/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิสูจน์ความจริงในคดีอาญายกประโยชน์ให้จำเลยไม่ต้องรับผิดในคดีแพ่ง
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด หาว่าจำเลยนำข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ แต่ก่อนฟ้องคดีแพ่ง โจทก์ได้ฟ้องจำเลยในคดีอาญา หาว่าจำเลยโฆษณาหมิ่นประมาทในข้อความอย่างเดียวกัน และขอให้จำเลยพิสูจน์ความจริงด้วย ดังนี้ เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 46 เมื่อคดีอาญาฟังเป็นยุติว่า จำเลยได้โฆษณาไปตามความเป็นจริง โดยสุจริต จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดในทางแพ่ง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้ค้ำประกันเมื่อเกิดความสำคัญผิดเรื่องตัวลูกหนี้ และไม่มีสิทธิไล่เบี้ย
ถ้าเจ้าหนี้สำคัญผิดว่าลูกหนี้มีอำนาจทำการกู้ยืมแทนบริษัทได้ซึ่งความจริงลูกหนี้ไม่มีอำนาจทำเช่นนั้นได้เจ้าหนี้มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่า ผู้ค้ำประกันได้รู้เหตุสำคัญผิดแล้วในขณะที่เข้าทำสัญญาผูกพันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681 วรรคสาม
ฟ้องโจทก์ยืนยันว่า ผู้กู้ยืมอันแท้จริงไม่ใช่ลูกหนี้ของโจทก์ก็เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันหนี้รายนั้นไม่มีทางจะไปไล่เบี้ยเอาจากผู้กู้และไม่มีสิทธิอันใดเหนือผู้กู้ที่จะเข้ารับช่วงมาจากโจทก์ได้โดยสิ้นเชิง ผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นความรับผิดตามมาตรา 697
ฟ้องโจทก์ยืนยันว่า ผู้กู้ยืมอันแท้จริงไม่ใช่ลูกหนี้ของโจทก์ก็เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันหนี้รายนั้นไม่มีทางจะไปไล่เบี้ยเอาจากผู้กู้และไม่มีสิทธิอันใดเหนือผู้กู้ที่จะเข้ารับช่วงมาจากโจทก์ได้โดยสิ้นเชิง ผู้ค้ำประกันจึงหลุดพ้นความรับผิดตามมาตรา 697
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดในค่าเสียหายพิเศษจากการกู้เงินแทนผู้อื่น และการรับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้
ศาลพิพากษาตามยอมให้โจทก์จำเลยร่วมกันไถ่จำนองจากเจ้าหนี้ภายในกำหนด 1 เดือนครบกำหนดโจทก์ไม่ไถ่ จำเลยจึงไปกู้เงินผู้อื่นมาไถ่โดยเสียดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ โจทก์ชำระเงินส่วนที่โจทก์จะต้องไถ่แต่ไม่ยอมชำระดอกเบี้ยที่จำเลยได้เสียให้แก่ผู้ให้กู้ จำเลยจึงฟ้องเรียกจากโจทก์ เงินดอกเบี้ยนั้นถือเป็นค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ เมื่อโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วยในการกู้เงินนี้ และไม่มีพฤติการณ์แสดงให้เห็นได้ว่าโจทก์ควรจะได้คาดเห็นเช่นนั้นล่วงหน้ามาก่อนแล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่จำเลย
จำเลยฟ้องแย้งเรียกดอกเบี้ยที่จำเลยต้องกู้เงินคนอื่นมาไถ่จำนองแทนโจทก์ มิได้อ้างสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากโจทก์ในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้จำนอง ศาลจะบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ค่าเสียหายที่จำเลยฟ้องแย้งเรียกจากโจทก์.
จำเลยฟ้องแย้งเรียกดอกเบี้ยที่จำเลยต้องกู้เงินคนอื่นมาไถ่จำนองแทนโจทก์ มิได้อ้างสิทธิเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากโจทก์ในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้จำนอง ศาลจะบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยในฐานะเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากเจ้าหนี้ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ค่าเสียหายที่จำเลยฟ้องแย้งเรียกจากโจทก์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามปล้นทรัพย์: การยับยั้งการกระทำด้วยตนเองไม่ถือเป็นอุปสรรค
การกระทำของจำเลยเป็นการพยายามปล้นทรัพย์ตามกฎหมาย แต่การที่พวกจำเลยมิได้กระทำไปจนบรรลุผลสำเร็จ เพราะเห็นว่าผู้เสียหายเป็นพวกเดียวกัน จึงหยุดการกระทำเสียนั้น เป็นการยับยั้งเสียเอง หาใช่เพราะมีอุปสรรคอื่นขัดขวาง จำเลยจึงยังไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตัวแทนบริษัทเดินเรือต่างประเทศไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายจากการเดินเรือ หากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับการเรือ
จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทซึ่งอยู่ต่างประเทศในการจัดบรรทุกสินค้าเมื่อเรือของบริษัทนั้นเข้ามาในประเทศไทยและมีหน้าที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าที่บรรทุกส่งออกไป จำเลยไม่ได้ร่วมกับบริษัทนั้นจัดเรือเดินรับส่งสินค้าและไม่ได้เป็นผู้จัดการรับผิดเกี่ยวกับการเดินเรือเข้ามาในประเทศไทย การเดินเรืออยู่ในบังคับบัญชารับผิดชอบของผู้บังคับการเรือนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับจำเลย เมื่อใบจักรของเรือนั้นหมุนฟันท้ายเรือของโจทก์แตกและจมลง จำเลยก็ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1248/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด: การฟ้องเรียกค่าเสียหายต้องแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนด้วย
โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสองรับผิดฐานหุ้นส่วน ถ้าฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้เห็นว่า จำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ ถึงแม้จำเลยที่ 2 จะเข้ามาเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในการขายสุกรของหุ้นส่วนก็ดี ศาลก็จะบังคับให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะเป็นหุ้นส่วนไม่ได้