พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 854/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยายามลักทรัพย์ในเคหสถานสถานทูต: การกระทำถึงขั้นพยายาม แม้ยังไม่ทันแตะต้องทรัพย์สิน
การที่จำเลยที่ 1 บุกรุกขึ้นไปชั้นบนของสถานทูตเดนมาร์ค เข้าไปในห้องรับแขกซึ่งมีทรัพย์ตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องตั้งอยู่ และเลยเข้าไปในห้องนั่งเล่นอันเป็นเคหสถานของทูตการค้าเดนมาร์คในเวลาที่ปลอดคนเพื่อจะลักทรัพย์ แต่ภริยาทูตการค้าเห็นจำเลยเป็นการขัดขวางเสียก่อนจำเลยจึงเอาทรัพย์ไปไม่ได้ เช่นนี้ แม้จำเลยจะยังไม่ทันแตะต้องทรัพย์แต่อย่างใดก็ดี ก็เรียกได้ว่าจำเลยลงมือกระทำเข้าถึงขั้นพยายามลักทรัพย์ตามกฎหมายแล้ว
จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปพยายามลักทรัพย์ในเคหสถานของทูตการค้า ซึ่งอยู่ชั้นบนของสถานทูตเดนมาร์ค ส่วนจำเลยที่ 2 คอยดูต้นทางอยู่ชั้นล่างนั้น เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำอันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งเพื่อให้การลักทรัพย์บรรลุผลสำเร็จ เรียกได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการในการลักทรัพย์รายนี้ด้วย
จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปพยายามลักทรัพย์ในเคหสถานของทูตการค้า ซึ่งอยู่ชั้นบนของสถานทูตเดนมาร์ค ส่วนจำเลยที่ 2 คอยดูต้นทางอยู่ชั้นล่างนั้น เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำอันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งเพื่อให้การลักทรัพย์บรรลุผลสำเร็จ เรียกได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการในการลักทรัพย์รายนี้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จ: ความเข้าใจผิดของผู้แจ้ง ไม่ถึงเจตนาใส่ร้าย ถือว่าไม่เป็นความผิด
จำเลยไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนโดยเล่าเรื่องให้ฟังตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าบิดาโจทก์กับบิดาจำเลยเป็นความกันเรื่องทางเดิน จำเลยหาคนไปถ่ายภาพทางเดินนั้นเพื่อประกอบคดีในขณะที่โจทก์กับพวกกำลังเดินออกจากบ้านขณะที่ถ่ายภาพอยู่นั้น ได้มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จำเลยไม่เห็นคนยิง แต่เชื่อหรือเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้ยิง พนักงานสอบสวนได้สรุปข้อความตามคำแจ้งความ แล้วให้ตำรวจบันทักคำแจ้งความไว้ มีความตอนหนึ่งว่า โจทก์ใช้ปืนพกยิง จำเลยเข้าใจว่าโจทก์มีเจตนาจะยิงจำเลยให้ถึงแก่ความตาย ดังนี้เห็นได้ว่าจำเลยไปแจ้งความโดยเล่าเรื่องตามที่เกิดขึ้น ซึ่งมีเหตุการณ์ทำให้จำเลยเข้าใจเช่นนั้นได้ ข้อความที่บันทึกไว้นั้นก็เป็นข้อความที่พนักงานสอบสวนบอกให้เขียน ไม่ใช่ถ้อยคำที่จำเลยแจ้งโดยแท้จริง ทั้งมีพฤติการณ์ต่อมาแสดงว่าจำเลยมิได้เจตนาแกล้งเอาความเท็จไปกล่าวหาโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความร้องทุกข์โดยมีเจตนาให้ดำเนินคดี แม้มิได้มอบคดีให้เจ้าพนักงาน ก็ถือเป็นการร้องทุกข์ตามกฎหมาย
การที่พนักงานตำรวจจดรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันไว้ว่า"โจทก์ได้มาแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับกุมจำเลยหาว่าบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ คดีเรื่องนี้ผู้แจ้งจะฟ้องร้องด้วยตนเอง จึงมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน" นั้น เห็นได้ว่า โจทก์ได้กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดและแจ้งเพื่อจะให้จำเลยได้รับโทษ โดยโจทก์จะฟ้องร้องเอาความผิดแก่จำเลยเสียเอง จึงเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นายประกันไม่ผิดสัญญาเมื่อจำเลยถูกจับคดีอื่นก่อนนัด และแจ้งเหตุหลังเวลาเล็กน้อย
นายประกันส่งตัวจำเลยต่อศาลตามกำหนดนัดไม่ได้ โดยจำเลยถูกจับในคดีอื่นเสียก่อนและถูกควบคุมตัวตลอดมา ทั้งในวันนัดพิจารณา นายประกันได้มาแจ้งเหตุภายหลังเวลานัดเพียงเล็กน้อย ดังนี้ ไม่ถือว่านายประกันผิดสัญญา ศาลจะสั่งปรับนายประกันไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 705/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำให้เสียทรัพย์สำคัญกว่าการกระทำ: ถอนเสารั้วเพื่อใช้ทางเดิม ไม่ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา358 นั้น ผู้กระทำจะต้องมีเจตนากระทำเพื่อให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย จึงจะเป็นผิด
เพราะฉะนั้น การที่จำเลยเพียงแต่ถอนเสารั้วของโจทก์แล้วเอาไปกองไว้ เพื่อใช้ทางเดินตามที่เคยใช้เท่านั้น มิได้มีเจตนากระทำเพื่อให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหายอย่างใด จึงยังไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2507)
หมายเหตุ เคยมีฎีกาที่ 1111/2504 ว่าไม่จำเป็นต้องทำโดยแกล้งหรือทำให้เสียหายถึงขนาด ก็ผิด
เพราะฉะนั้น การที่จำเลยเพียงแต่ถอนเสารั้วของโจทก์แล้วเอาไปกองไว้ เพื่อใช้ทางเดินตามที่เคยใช้เท่านั้น มิได้มีเจตนากระทำเพื่อให้ทรัพย์ของโจทก์เสียหายอย่างใด จึงยังไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 14/2507)
หมายเหตุ เคยมีฎีกาที่ 1111/2504 ว่าไม่จำเป็นต้องทำโดยแกล้งหรือทำให้เสียหายถึงขนาด ก็ผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคืนของกลางของผู้เยาว์ ผู้ไม่รู้เห็นเป็นใจในความผิดของผู้แทน
บิดาซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรผู้เยาว์มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของบุตรด้วยความระมัดระวังเช่นวิญญูชนจะพึงกระทำ
หากผู้แทนโดยชอบธรรม คือ บิดา ไม่ดูแลหรือใช้ทรัพย์สินโดยผิดหน้าที่ ทั้งบุตรมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ดังนี้ ไม่มีกฎหมายใดที่จะให้บุตรต้องรับผิดร่วมด้วย
จำเลยเป็นลูกจ้างของบิดา นำเรือยนต์และถุงลากปลาของบุตรผู้เยาว์ไปกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประมงฯ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบของกลาง บุตรผู้เยาว์ของบิดาซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งคืนเรือยนต์และถุงลากของกลางได้
หากผู้แทนโดยชอบธรรม คือ บิดา ไม่ดูแลหรือใช้ทรัพย์สินโดยผิดหน้าที่ ทั้งบุตรมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ดังนี้ ไม่มีกฎหมายใดที่จะให้บุตรต้องรับผิดร่วมด้วย
จำเลยเป็นลูกจ้างของบิดา นำเรือยนต์และถุงลากปลาของบุตรผู้เยาว์ไปกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการประมงฯ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบของกลาง บุตรผู้เยาว์ของบิดาซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ย่อมมีสิทธิร้องขอให้ศาลสั่งคืนเรือยนต์และถุงลากของกลางได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาออกเช็คเกินจำนวนเงินในบัญชี ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค แม้ผู้ทรงเช็คยื่นเช็คล่าช้า
เช็คซึ่งให้ใช้เงินในเมืองเดียวกันกับที่ออกเช็ค ถ้าผู้ทรงเช็คไม่ยื่นเช็คแก่ธนาคารเพื่อให้ใช้เงินภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันออกเช็คนั้นก็ทำให้ผู้ทรงเช็คเสียสิทธิบางอย่างดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 990 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เท่านั้น ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ พ้นผิดไปด้วย
จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 อันเป็นบริษัทนิติบุคคลจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 กับที่ 3 เซ็นชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คในนามของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ใช้เงินสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีในขณะที่ออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ดังนี้ จำเลยที่ 2,3 ย่อมได้ชื่อว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็ครายนี้ จึงต้องมีความผิดในฐานเป็นตัวการด้วย
จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 อันเป็นบริษัทนิติบุคคลจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 2 กับที่ 3 เซ็นชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คในนามของบริษัทจำเลยที่ 1 ให้ใช้เงินสูงกว่าจำนวนที่มีอยู่ในบัญชีในขณะที่ออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ดังนี้ จำเลยที่ 2,3 ย่อมได้ชื่อว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ออกเช็ครายนี้ จึงต้องมีความผิดในฐานเป็นตัวการด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 588/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดแผ้วถางป่าและตัดไม้หวงห้าม: ใช้บทลงโทษหนักที่สุด
กระทำผิดฐานแผ้วถางป่าและตัดฟันไม้หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาตในระหว่างวันเวลาเดียวกันเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน แต่เป็นความผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ซึ่งบัญญัติให้ใช้กฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดลงแก่ผู้กระทำผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ตราชื่อหรือเครื่องหมายการค้าปลอมเพื่อหลอกลวงประชาชน แม้สินค้าเป็นของแท้ก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
คำฟ้องที่บรรยายว่า จำเลยนำสุราแม่โขงซึ่งทำตราชื่อรูปรอยประดิษฐ์ ของผู้มีชื่อปลอมปิดที่ขวดสุราแม่โขงออกจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสุราแม่โขงของผู้มีชื่อนั้น มีข้อความเข้าใจได้แล้วว่าเท่ากับบรรยายว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่า ตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์นั้นเป็นตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ปลอมไม่ขาดองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275,272
เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ของผู้มีชื่อซึ่งปลอมปิดลงไปบนสินค้า(ที่แท้จริง) เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่มาจากร้านค้าของผู้เป็นเจ้าของตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ แม้เจ้าของตราชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ จะไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้านั้น เพียงแต่เป็นผู้รับมาจำหน่าย ผู้เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ปลอมมาใช้ดังกล่าวก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 272(1)
เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ของผู้มีชื่อซึ่งปลอมปิดลงไปบนสินค้า(ที่แท้จริง) เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่มาจากร้านค้าของผู้เป็นเจ้าของตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ แม้เจ้าของตราชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ จะไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้านั้น เพียงแต่เป็นผู้รับมาจำหน่าย ผู้เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ปลอมมาใช้ดังกล่าวก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 272(1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชักลากไม้ผิดกฎหมาย แม้ไม่ได้ครอบครองไม้เอง ก็มีความผิดฐานชักลากโดยไม่ได้รับอนุญาต
ไม้ของกลางเป็นของแม่ยายจำเลย จำเลยเพียงรับจ้างหรือช่วยเหลือชักลาก ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีไม้ของกลางไว้ในครอบครองอันจะต้องได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ แต่การที่จำเลยทำการชักลากไม้ของกลางโดยรู้อยู่ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตให้ชักลาย จำเลยต้องมีความผิดฐานชักลายไม้ของกลางโดยไม่รับอนุญาต
แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ 2 ตำบลแต่โจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุเกิดที่ตำบลหนึ่งใน 2 ตำบลนั้นเพียงตำบลเดียว แันเป็นตำบลที่เจ้าพนักงานตำรวจพบการกระทำผิดของจำเลยและจับจำเลยได้ เช่นนี้ ฟ้องก็สมบูรณ์ และเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ก็ไม่เป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์.
แม้ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดต่อเนื่องและกระทำต่อเนื่องกันในท้องที่ 2 ตำบลแต่โจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุเกิดที่ตำบลหนึ่งใน 2 ตำบลนั้นเพียงตำบลเดียว แันเป็นตำบลที่เจ้าพนักงานตำรวจพบการกระทำผิดของจำเลยและจับจำเลยได้ เช่นนี้ ฟ้องก็สมบูรณ์ และเมื่อจำเลยมิได้หลงต่อสู้ ก็ไม่เป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์.