คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำนองที่ดินที่ให้เป็นประกันเงินกู้ ไม่เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ หรือทำให้เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้
จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์โดยเอาที่ดินเป็นประกันเงินกู้ ต่อมาจำเลยเอาที่ดินแปลงนี้ไปจำนองเสีย การกระทำของจำเลยดังนี้ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 349 และ 350

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำนองที่ดินหลังกู้เงิน – ไม่เป็นความผิดอาญา
จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์โดยเอาที่ดินเป็นประกันเงินกู้ต่อมาจำเลยเอาที่ดินแปลงนี้ไปจำนองเสีย การกระทำของจำเลยดังนี้ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 349 และ 350

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิด พ.ร.บ.ควบคุมกิจการค้าฯ นายหน้าหาลูกค้าไม่ใช่ผู้ประกอบกิจการประกันภัย
ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ.2471(แก้ไขโดยพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าอันกระทบถึงความปลอดภัยฯ (ฉบับที่3) พ.ศ.2489 มาตรา 3) นั้น ผู้กระทำผิดจะต้องเป็นผู้ประกอบกิจการประกันภัยเอง หาใช่เป็นแต่เพียงตัวแทนหรือนายหน้าเท่านั้นไม่ โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย(ซึ่งเป็นเพียงนายหน้า)ตามบทกฎหมายดังกล่าวนั้นไม่ได้
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 21/2507)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมั่วสุมในสถานค้าประเวณีมีความผิดตาม พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี แม้มิได้ค้าประเวณีเอง
โจทก์ฟ้องว่า เพื่อการค้าประเวณี จำเลยบังอาจเข้าไปมั่วสุมในบ้านเลขที่ 169 อันเป็นสถานค้าประเวณี ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 5 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเข้าไปในบ้านดังกล่าว อันเป็นสถานการค้าประเวณี หยอกล้อ กอดจูบ กับชายหลายคนร่วมกับหญิงอื่นในห้องที่ปิดประตู พอตำรวจไปจับกุม จำเลยก็หลบไปซ่อนในห้องลับกับหญิงที่มั่วสุมค้าประเวณี ดังนี้ฟังได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการเข้าไปมั่วสุมเพื่อการค้าประเวณีอันเป็นความผิดตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 5 แล้ว โจทก์ไม่จำเป็นต้องสืบให้ได้ความว่าจำเลยเคยค้าประเวณี สำส่อนเพื่อสินจ้างมาก่อน เพราะโจทก์มิได้ฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยในฐานทำการค้าประเวณีด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1018/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีเพียงพอ แม้ข้อเท็จจริงในฟ้องต่างจากทางพิจารณา แต่ไม่ถึงขั้นสารสำคัญ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็ค 10,000 บาท ให้โจทก์ โจทก์นำเช็คไปขอรับเงิน ธนาคารปฎิเสธไม่จ่ายเงิน เพราะจำเลยไม่มีเงินในบัญชีของธนาคาร ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาปรากฎว่า จำเลยมีเงินในบัญชี 232.32 บาท ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงิน โดยให้โจทก์ไปติดต่อกับผู้สั่งจ่าย ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฎในทางพิจารณาย่อมแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างนี้ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญและจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ จำเลยจึงต้องมีความผิดดังโจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1018/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค: แม้มีเงินในบัญชีแต่ไม่พอจ่าย ก็ถือเป็นความผิด
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยออกเช็ค 10,000 บาทให้โจทก์โจทก์นำเช็คไปขอรับเงิน ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินเพราะจำเลยไม่มีเงินในบัญชีของธนาคาร ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาปรากฏว่า จำเลยมีเงินในบัญชี 232.32 บาท ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินโดยให้โจทก์ไปติดต่อกับผู้สั่งจ่าย ดังนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาย่อมแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างนี้ไม่ใช่ข้อสารสำคัญ และจำเลยมิได้หลงต่อสู้จำเลยจึงต้องมีความผิดดังโจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2507 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ไม้แปรรูปvs.เครื่องใช้: การพิจารณาความผิดฐานมีไม้สักแปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะทำเป็นบานหน้าต่างแล้ว
บานหน้าต่างไม้สักของกลางจำนวน 22 บาน ซึ่งเป็นบานโกลน ยังไม่ทำบังใบเพื่อให้เป็นบานซ้ายบานขวา ทั้งเจ้าพนักงานจับได้ขณะที่จำเลยบรรทุกบานหน้าต่างเหล่านั้นขึ้นรถยนต์จะนำไปยังที่อื่นในยามวิกาล ประมาณ1.00 น. ดังนี้ บานหน้าต่างไม้สักของกลางนั้น หาใช่เป็นบานหน้าต่างสำเร็จรูปที่มีสภาพเป็นเครื่องใช้ไม่ เมื่อจำเลยมีไว้โดยมิได้รับอนุญาตจำเลยก็ย่อมมีความผิดฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2507

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ไม้สักแปรรูปกับความผิดฐานมีไม้หวงห้าม
บานหน้าต่างไม้สักของกลางจำนวน 22 บาน ซึ่งเป็นบานโกลนยังไม่ทำบังใบเพื่อให้เป็นบานซ้ายบานขวา ทั้งเจ้าพนักงานจับได้ขณะที่จำเลยบรรทุกบานหน้าต่างเหล่านั้นขึ้นรถยนต์จะนำไปยังที่อื่นในยามวิกาลประมาณ 1.00 น.ดังนี้ พฤติการณ์แสดงว่าบานหน้าต่างไม้สักของกลางนั้นเป็นไม้แปรรูป หาใช่เป็นบานหน้าต่างสำเร็จรูปที่มีสภาพเป็นเครื่องใช้ไม่ เมื่อจำเลยมีไว้โดยมิได้รับอนุญาต จำเลยก็ย่อมมีความผิดฐานมีไม้สักแปรรูปไว้ในความครอบครอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2506

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความประมาทในการขับรถเร็วและการพิพากษาแก้โทษฐานประมาททำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถโดยประมาทโดยความเร็วสูงเกินอัตราที่กำหนดไว้ จนรถตกถนนพลิกหงายท้อง ทำให้คนโดยสารบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกและประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยขับรถเร็วเกินอัตราเท่านั้น พิพากษาลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกให้ปรับจำเลย 100 บาท ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำโดยประมาททำให้คนโดยสารบาดเจ็บด้วย พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 300 ด้วย ให้จำคุก 1 ปี นอกนั้นคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นดังนี้ จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ว่า การที่รถจำเลยตกถนนพลิกหงายท้องนั้น มิได้เกิดจากความประมาทของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดของผู้จัดการธนาคารที่ปลอมเอกสารเบิกเงินและยักยอกทรัพย์สินของธนาคาร
การที่จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบทั่วไปในธุระกิจและควบคุมบังคับบัญชาพนักงานของธนาคารออกสินสาขา บังอาจปลอมใบถอนเงินของผู้ฝากแล้วกรอกจำนวนเงินนำไปเบิกต่อธนาคารออกสินที่จำเลยเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเบียดบังยักยอกไว้เป็นของตนโดยทุจริตนั้น ถือว่าเป็ฯความผิดที่จำเลยได้กระทในฐานเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนแล้ว.
of 682