พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 657/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
บทบัญญัติเดิมยังใช้ได้ แม้มีแก้ไขเพิ่มเติม ศาลมีหน้าที่รู้ตามกฎหมาย
เมื่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายเดิมมิได้ถูกยกเลิกไปเพียงแต่ถูกแก้ไขเพิ่มเติมและยังคงเป็นบทบังคับอยู่อย่างเก่าแล้ว แม้โจทก์ฟ้องจะอ้างแต่พระราชบัญญัติและมาตราเดิมไม่อ้างกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นบทลงโทษด้วยก็ใช้ได้.และถือเป็นหน้าที่ของศาลต้องรู้เองด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษจำเลยฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ ศาลลงโทษเฉพาะความผิดฐานบุกรุก จึงไม่ถือว่าลงโทษความผิดฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วย
คดีที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ แต่ให้ลงโทษฐานบุกรุกซึ่งเป็นบทหนักมาตราเดียวนั้นจะถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วยไม่ได้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 ที่จะกักกันจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 606/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตใบอนุญาตแปรรูปไม้: การกระทำผิดเงื่อนไขใบอนุญาตไม่ใช่ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
จำเลยได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ แต่จำเลยจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติมประกอบใบอนุญาต แม้ข้อกำหนดระบุไว้ว่าผู้รับอนุญาตจะตั้งโรงงานไม้แปรรูปได้ด้วยเครื่องจักรเพื่อประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปจำหน่าย แต่จเลยแปรรูปไม้หมอนรถไฟโดยรับจ้างตบแต่งด้วยการใช้เครื่องจักรถากไม้หมอนให้ได้ขนาดเรียบร้อย การกระทำของจำเลยก็ไม่เป็นความผิดฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ มาตรา 48 หากแต่เป็นการกระทำผิดต่อข้อกำหนดซึ่งให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตนี้ได้ ไม่ใช่กรณีที่จะฟ้องต่อศาลขอให้ลงโทษจำเลย
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2506)
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2506)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 590/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนส่งของข้ามแดนต้องเป็นไปตามช่องทางอนุมัติ แม้เจ้าหน้าที่อนุญาตก็ไม่เป็นเหตุให้พ้นผิดตามกฎหมาย
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5 บัญญัติว่า 'ห้ามมิให้ผู้ใดขนส่งของผ่านเขตแดนทางบกเข้าในราชอาณาจักรตามทางใดนอกจากทางอนุมัติฯ'ดังนี้ เห็นได้ว่าเป็นการห้ามไว้อย่างเด็ดขาดฉะนั้นแม้พนักงานศุลกากรจะได้อนุญาตให้จำเลยขนส่งของผ่านเขตแดนนอกทางอนุมัติก็ไม่อาจลบล้างข้อห้ามตามกฎหมายและไม่เป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความผิดฐานฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 567/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขับรถประมาทหลีกรถจอด-ปิดทางรถสวน ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ผู้ที่ขับรถยนต์หลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวากินทางของฝ่ายรถที่สวนมาข้างหน้านั้นตามวิสัยจะต้องเป็นฝ่ายใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอ มิฉะนั้นอาจถือว่าเป็นการเสี่ยงภัยของตนเองได้
จำเลยขับรถบรรทุกหลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวาปิดทางรถที่กำลังลงสะพานสวนมาข้างหน้าโดยมิได้ชลอความเร็วทำให้ผู้ขับรถสวนมาไม่สามารถแก้ไขอย่างอื่นได้นอกจากห้ามล้อทันทีเป็นเหตุให้รถที่สวนมาเสียหลักการทรงตัวไถลเอาข้างไปชนรถจำเลยเข้า เกิดอันตรายแก่รถและผู้ที่นั่งมาด้วยเช่นนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานขับรถโดยประมาท
จำเลยขับรถบรรทุกหลีกรถที่จอดอยู่ขึ้นไปทางขวาปิดทางรถที่กำลังลงสะพานสวนมาข้างหน้าโดยมิได้ชลอความเร็วทำให้ผู้ขับรถสวนมาไม่สามารถแก้ไขอย่างอื่นได้นอกจากห้ามล้อทันทีเป็นเหตุให้รถที่สวนมาเสียหลักการทรงตัวไถลเอาข้างไปชนรถจำเลยเข้า เกิดอันตรายแก่รถและผู้ที่นั่งมาด้วยเช่นนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานขับรถโดยประมาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 549/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนสุราเป็นคนละคราวขาดตอน ไม่ถือว่ามีเจตนาขนสุราทั้งหมดเพื่อจำหน่าย จึงไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.สุรา
จำเลยขนสุราจากร้านค้าสุราไปยังบ้านของ บ. 2 เที่ยว แต่ละเที่ยวมีปริมาณน้ำสุรา 9 ลิตรเศษ แต่เวลาก็ห่างกันชั่วโมงเศษ ดังนี้ การขนแต่ละเที่ยวย่อมขาดตอนกันไปแล้ว หากจะว่าจำเลยมีเจตนาจะขนสุราทั้งหมดนี้ต่อจากบ้าน บ. ไปให้ผู้ซื้อ ณ จุดหมายปลายทางแห่งหนึ่ง ถ้าเป็นแต่เพียงคำกล่าวอ้าง ก็จะถือว่าจำเลยกำลังขนสุราทั้งหมดไปยังจุดหมายปลายทางนั้น ๆ ไม่ได้ จำเลยจึงยังไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มาตรา 14
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยืมรถและการรับผิดในความเสียหายจากเหตุสุดวิสัย ผู้ยืมไม่ต้องรับผิดหากความเสียหายไม่ได้เกิดจากความผิดของตน
ยืมรถของผู้อื่นไปใช้อย่างปกติ แล้วถูกรถของบุคคลภายนอกชนเสียหาย โดยไม่ใช่ความผิดของฝ่ายผู้ยืม ผู้ยืมก็ไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยืมรถและการรับผิดในความเสียหายจากบุคคลภายนอก: ผู้ยืมไม่ต้องรับผิดหากความเสียหายมิได้เกิดจากความผิดของตน
ยืมรถของผู้อื่นไปใช้อย่างปกติ แล้วถูกรถของบุคคลภายนอกชนเสียหาย โดยไม่ใช่เพราะความผิดของฝ่ายผู้ยืมผู้ยืมก็ไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 501-502/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขุดทำนบตามคำสั่งกำนันเพื่อระบายน้ำ ไม่ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ หากเจ้าของทำนบยินยอม
จำเลยขุดทำลายทำนบของผู้อื่นเพื่อระบายน้ำไม่ให้ท่วมทางตามคำสั่งของกำนันโดยเจ้าของทำนบได้ตกลงไว้กับทางอำเภอรับจะระบายน้ำให้แล้วย่อมจะฟังว่าจำเลยกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 487/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่ออกใบรับเงินไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษีอากร แต่เป็นความผิดตามมาตรา 105
การที่จำเลยขายของไม่ออกใบรับเงินนั้น เป็นเรื่องไม่กระทำ คือ ไม่ออกใบรับ มีบทบัญญัติเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้โดยเฉพาะอยู่แล้วตามมาตรา 105 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 มาตรา 55 หาเป็นความผิดฐานหลีกเลียงการเสียภาษีอากรตามมาตรา 37 (2) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ. 2502 มาตรา 14 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการกระทำด้วยไม่