พบผลลัพธ์ทั้งหมด 468 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินก่อนย่อมได้สิทธิเหนือผู้เข้ามาภายหลัง แม้จะมีการขอใบเหยียบย่ำ
เข้าจับจองที่ดินซึ่งมีผู้ก่อสร้างครอบครองอยู่ก่อนแล้วใบเหยียบย้ำส่วนที่ทับที่ผู้อื่นครอบครองอยู่ก่อนแล้ว จึงใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย
ก่อสร้างถางป่าทำเป็นนาขึ้น แล้วไปค้าขายต่างถิ่น แต่บุตรภรรยายังคงทำนาอยู่ ได้ชื่อว่าบุตรภรรยาครอบครองแทน ไม่เรียกว่าได้สละการครอบครองแล้ว
ก่อสร้างถางป่าทำเป็นนาขึ้น แล้วไปค้าขายต่างถิ่น แต่บุตรภรรยายังคงทำนาอยู่ ได้ชื่อว่าบุตรภรรยาครอบครองแทน ไม่เรียกว่าได้สละการครอบครองแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินก่อนบุคคลอื่นทำให้ใบเหยียบย่ำเป็นโมฆะ แม้มีการทำนาต่อเนื่อง
เข้าจับจองที่ซึ่งมีผู้โก่นสร้างครอบครองอยู่ก่อนแล้วใบเหยียบย่ำส่วนที่ทับที่ผู้อื่นครอบครองอยู่ก่อนแล้ว จึงใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย
โก่นสร้างถางป่าทำเป็นนาขึ้น แล้วไปค้าขายต่างถิ่นแต่บุตรภรรยายังคงทำนาอยู่ ได้ชื่อว่าบุตรภรรยาครอบครองแทน ไม่เรียกว่าได้สละการครอบครองแล้ว
โก่นสร้างถางป่าทำเป็นนาขึ้น แล้วไปค้าขายต่างถิ่นแต่บุตรภรรยายังคงทำนาอยู่ ได้ชื่อว่าบุตรภรรยาครอบครองแทน ไม่เรียกว่าได้สละการครอบครองแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคดีครอบครองที่ดิน ศาลต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิก่อน หากกรรมสิทธิไม่ชัดเจน การพิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อบุกรุกจึงไม่ชอบ
โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยบุกรุกขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิาพทเป็นของผู้ร้องสอด และจำเลยมิได้บุกรุก ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามา ก็ให้การยืนยันว่าผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของที่พิพาทดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีจึงมีเป็นประการแรกว่า ที่พิพาทเป็นของใคร ถ้าฟังว่าเป็นของโจทก์ จึงจะมีประเด็นต่อไปว่า จำเลยบุกรุกหรือเปล่า ถ้าฟังว่าที่เป็นของผู้ร้องสอดข้อบุกรุกก็ตกไป ฉะนั้นศาลจะชี้ขาดแต่เพียงว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกแล้วพิพากษายกฟ้องโจกท์เสียโดยไม่ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ ซึ่งเป็นของโจทก์หรือมิใช่ ซึ่งเป็นข้ออ้างสำคัญที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้นี้นจึงมิได้เป็นการตัดสินคดีตามข้อหาในฟ้องของโจทก์ทุกข้อเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ ป.ว.แพ่ง 142,246
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินมือเปล่าแย่งกัน โจทก์จำเลยมีสิทธิเท่ากันต้องแบ่งให้คนละครึ่ง
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์จำเลยต่างแย่งกันครอบครองที่ดินมือเปล่ามา แต่ไม่ได้ความชัดว่าใครครอบครองส่วนไหนเท่าไร ควรฟังว่าโจทก์จำเลยต่างมีสิทธิครอบครองด้วยกัน และให้แบ่งคนละครึ่ง (อ้างฎีกา 587/2480)
????????????..
โจทก์ฟ้องว่า เดิมข้าหลวงพิเศษจัดแบ่งที่พิพาทรวม 6 แปลง ให้ผู้มีชื่อ 6 คน แต่ยังไม่ได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินให้ ผู้มีชื่อดังกล่าวไม่เคยครอบครองทำประโยชน์เลย เมื่อ พ.ศ. 2482 โจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาท 2 แปลง ต่อมาโจทก์ขอซื้อที่ที่พิพาทนอกนั้นจากผู้มีชื่อ เมือ พ.ศ. 2485 และครอบครองเป็นเจ้าของมา จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของ อ. บิดาภรรยาจำเลย จำเลยได้ครอบครองร่วมกับ อ. จน อ. ตายจำเลยได้ครอบครองแต่ผู้เดียวจนบัดนี้ 10 ปีเศษแล้ว
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ฟังว่าโจทก์จเลยต่างมีส่วนครอบครองที่พิพาท แต่ไม่แน่ชัดว่าฝ่ายใดครอบครองเพียงใด หรือทั้งหมด เพราะคู่ความไม่ขอให้ทำแผนที่พิพาทพิพากษาให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์จำเลย จะฟ้องร้องกันใหม่
ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าโจทก์ครอบครองโดยตั้งใจ จะซื้อจากเจ้าของเดิม ซึ่งไม่มีสิทธิ จึงไม่มีสิทธิดีกว่าเจ้าของเดิม และเชื่อพยานจำเลย เห็นว่าจำเลยมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ พิพากษายืนให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์เข้าครอบครองเพื่อเจตนาเป็นเจ้าของ ที่รายนี้เป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อโจทก์จำเลยต่างมีพยานนำสืบว่าต่างแย่งกันครอบครองมา แต่ไม่ได้ความชัดว่า ใครครอบครองที่ส่วนไหนเท่าไร ควรฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทมาด้วยกันดังศาลชั้นต้นโจทก์จำเลยต่างมีสิทธิในที่พิพาทเท่า ๆ กัน
พิพากษากลับ ให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง ถ้าไม่ตกลงให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินคนละครึ่ง
(นนทประชา - ธรรมบัณฑิต - ศิลปสิทธิ)
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายนิ่ม กลัสประวิทย์
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตน์พจนาท
????????????..
โจทก์ฟ้องว่า เดิมข้าหลวงพิเศษจัดแบ่งที่พิพาทรวม 6 แปลง ให้ผู้มีชื่อ 6 คน แต่ยังไม่ได้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินให้ ผู้มีชื่อดังกล่าวไม่เคยครอบครองทำประโยชน์เลย เมื่อ พ.ศ. 2482 โจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาท 2 แปลง ต่อมาโจทก์ขอซื้อที่ที่พิพาทนอกนั้นจากผู้มีชื่อ เมือ พ.ศ. 2485 และครอบครองเป็นเจ้าของมา จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของ อ. บิดาภรรยาจำเลย จำเลยได้ครอบครองร่วมกับ อ. จน อ. ตายจำเลยได้ครอบครองแต่ผู้เดียวจนบัดนี้ 10 ปีเศษแล้ว
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ฟังว่าโจทก์จเลยต่างมีส่วนครอบครองที่พิพาท แต่ไม่แน่ชัดว่าฝ่ายใดครอบครองเพียงใด หรือทั้งหมด เพราะคู่ความไม่ขอให้ทำแผนที่พิพาทพิพากษาให้ยกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์จำเลย จะฟ้องร้องกันใหม่
ศาลอุทธรณ์ ฟังว่าโจทก์ครอบครองโดยตั้งใจ จะซื้อจากเจ้าของเดิม ซึ่งไม่มีสิทธิ จึงไม่มีสิทธิดีกว่าเจ้าของเดิม และเชื่อพยานจำเลย เห็นว่าจำเลยมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์ พิพากษายืนให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า โจทก์เข้าครอบครองเพื่อเจตนาเป็นเจ้าของ ที่รายนี้เป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อโจทก์จำเลยต่างมีพยานนำสืบว่าต่างแย่งกันครอบครองมา แต่ไม่ได้ความชัดว่า ใครครอบครองที่ส่วนไหนเท่าไร ควรฟังว่า โจทก์จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่พิพาทมาด้วยกันดังศาลชั้นต้นโจทก์จำเลยต่างมีสิทธิในที่พิพาทเท่า ๆ กัน
พิพากษากลับ ให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง ถ้าไม่ตกลงให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดแบ่งเงินคนละครึ่ง
(นนทประชา - ธรรมบัณฑิต - ศิลปสิทธิ)
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายนิ่ม กลัสประวิทย์
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยรัตน์พจนาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 397/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพาทเรื่องการครอบครองที่ดิน และความผิดทางอาญา: การพิจารณาคดีอาญาควบคู่กับข้อพิพาททางแพ่ง
คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันลักตัดฟันต้นไม้ในที่ดินของโจทก์ เมื่อได้ความเพียงว่า ที่ดินนั้นโจทก์จำเลยได้เคยนำเจ้าพนักงานรังวัดเถียงสิทธิครอบครองกันอยู่ ดังนี้ศาลไม่ควรงดสืบพะยานโจทก์โดยเห็นไปว่าเป็นคดีแพ่ง ควรให้โอกาสโจทก์สืบให้สมฟ้องเพราะอาจเป็นความผิดทางอาญาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละเจตนาครอบครองที่ดิน และผลของการครอบครองปรปักษ์เมื่อมีการแย่งการครอบครอง
ที่มาไม่มีหนังสือสำคัญซึ่งเจ้าของผู้กู้ให้ยึดเป็นประกันต่างดอกเบี้ย สัญญาจะใช้เงินใน 3 ปี ถ้าพ้นกำหนดไม่ใช้เงินยอมให้ที่นาเป็นสิทธิแก่เจ้าของเงินนั้น เมื่อพ้น 3 ปีผู้กู้ไม่ใช้เงิน ถือว่า ผู้กู้สละเจตนาครอบคอรง แม้ข้อตกลงแต่แรกจะทำไม่ถูกต้องตามแบบก็ดี
ที่นามือเปล่า เจ้าของมีเพียงสิทธิครอบครอง มิใช่มีกรรมสิทธิ
การที่ถูกแย่งการครอบครองครั้งก่อน ๆ ซึ่งถึงแม้จะเกิน 1 ปีแต่เมื่อปรากฏว่า ผู้ถูกแย่งการครอบครองได้ร้องต่ออำเภอจนได้ผลข้าวในนาที่ถูกแย่งการครอบครองนันแล้ว ต่อมาถูกแย่งการครอบครองครั้งหลักยังไม่เกิน 1 ปีและผู้ถูกแย่งมาฟ้อง ดังนี้ ถือว่ายังไม่หมดสิทธิฟ้องร้อง
ที่นามือเปล่า เจ้าของมีเพียงสิทธิครอบครอง มิใช่มีกรรมสิทธิ
การที่ถูกแย่งการครอบครองครั้งก่อน ๆ ซึ่งถึงแม้จะเกิน 1 ปีแต่เมื่อปรากฏว่า ผู้ถูกแย่งการครอบครองได้ร้องต่ออำเภอจนได้ผลข้าวในนาที่ถูกแย่งการครอบครองนันแล้ว ต่อมาถูกแย่งการครอบครองครั้งหลักยังไม่เกิน 1 ปีและผู้ถูกแย่งมาฟ้อง ดังนี้ ถือว่ายังไม่หมดสิทธิฟ้องร้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับที่ดิน: ผู้ครอบครองแทนเจ้าของไม่มีสิทธิฟ้องร้องกันเอง
โจทก์ฟ้องว่าเจ้าของที่ดินให้โจทก์อาศัยทำกินในที่ดินจำเลยมาขัดขวางไม่ให้โจทก์ทำนาในที่ดินนี้ ขอให้สั่งห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้องดังนี้ สิทธิครอบครองที่ดินยังคงอยู่แก่เจ้าของ โจทก์เป็นได้อย่างมากก็เพียงผู้ยึดถือไว้ให้อยู่ในฐานผู้แทนผู้ครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1381เท่านั้น โจทก์ไม่มีทรัพย์สิทธิอย่างใดในที่ดินนั้น เมื่อเจ้าของไม่ได้เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิจากการครอบครองที่ดิน แม้ไม่มีหนังสือสำคัญ และผลของการยกที่ดินโดยไม่ได้จดทะเบียน
หนังสือยกให้ที่ดิน แม้จะไม่สมบูรณ์เพราะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และมิใช่พินัยกรรม์ เพราะไม่มีข้อกำหนดเผื่อตายก็ตาม ก็ยังเป็นการแสดงเจตนาว่าเจ้าของที่ดินได้สละสิทธิครอบครองให้แก่ผู้รับแล้ว
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปีย่อมได้สิทธิ.
ที่สวนผลไม้และสวนจากนั้น เจ้าของต้องละทิ้งช้านานถึง 9-10 ปี จึงจะขาดกรรมสิทธิ
(ฎีกา 1071-1072/82)
ที่นาซึ่งไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ครอบครองเกินกว่า 1 ปีย่อมได้สิทธิ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินนามือเปล่าไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ การซื้อขายที่ดินดังกล่าวทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิครอบครอง
การครอบครองที่ดินนามือเปล่าที่ยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ผู้ครอบครองได้แต่สิทธิครอบครองเท่านั้น หาได้กรรมสิทธิ์ไม่
จำเลยได้สละเจตนาครอบครองโดยทำสัญญาขายขาดที่ดินนามือเปล่าให้โจทก์ มาตรา 1377 และโจทก์ ผู้เข้ายึดถือโดยเจตนาเป็นเจ้าของย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครอง
ป.ม. แพ่งมาตรา 1382 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ จะใช้บังคับสำหรับที่ดินนามือเปล่า หาได้ไม่
จำเลยได้สละเจตนาครอบครองโดยทำสัญญาขายขาดที่ดินนามือเปล่าให้โจทก์ มาตรา 1377 และโจทก์ ผู้เข้ายึดถือโดยเจตนาเป็นเจ้าของย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครอง
ป.ม. แพ่งมาตรา 1382 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ จะใช้บังคับสำหรับที่ดินนามือเปล่า หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้ครอบครองที่ดินโดยมีชื่อในโฉนดตามคำพิพากษา มีสิทธิได้เปรียบ ผู้ทวงสิทธิอื่นต้องพิสูจน์สิทธิที่เหนือกว่า
ฝ่ายที่ยึดถือที่ดินมีชื่อในโฉนดตามคำพิพากษาของศาลแล้ว เมื่อมีบุคคลอื่นอ้างว่าที่ดินเป็นของตน ก็เป็นหน้าที่ของบุคคลอื่นนั้นต้องนำสืบก่อน(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/92)