พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฉ้อโกงด้วยการหลอกลวงเรื่องน้ำศักดิ์สิทธิ์ ศาลตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
จำเลยหลอกหลวงว่าน้ำที่พุขึ้นนั้นเจ้าแม่สำโรงบันดาลให้มีขึ้นและว่าน้ำพุนั้นศักดิ์สิทธิใช้เป็นยารักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ประชาชนคนดูหลงเชื่อ ได้เอาน้ำนั้นไปใช้กินและทารักษาโรค แต่ไม่หายเพราะเป็นน้ำธรรมดาในลำคลองนั้นเอง และได้ให้เงินแก่จำเลยรวมประมาณหมื่นบาทโดยหลงเชื่อว่าน้ำนั้นเป็นของเจ้าแม่สำโรงรักษาโรคได้ แต่ความจริงนั้น จำเลยที่ 1 เอาเท้าพุ้ยน้ำในคลองทำให้น้ำผุดพุขึ้นมาเอง ไม่เกี่ยวแก่เจ้าแม่อะไรเลย จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดด้วย โดยอ้างว่าน้ำพุนั้นเจ้าแม่สำโรงบันดาลให้เกิดขึ้นเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ ซึ่งเป็นการปกปิดความจริง และแสดงข้อความเท็จจริง ถือว่า จำเลยทั้งสองสมคบกันและมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกง โดยอ้างประมวลกฎหมายอาญา ม. 343 แม้โจทก์ไม่ได้อ้างถึง ม. 341, 342 แต่ ม.343 ได้อ้างถึง ม.341,342 อยู่แล้ว และโจทก์ก็ได้บรรยายไว้ในฟ้องชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยหลอกลวงประชาชน จึงเท่ากับอ้าง ม. 341, 342 โดยปริยายแล้ว
จำเลยได้เงินมาเพราะหลอกลวงเขาว่า น้ำพุนั้นเป็นน้ำพุที่เจ้าแม่สำโรงบันดาลให้เกิดขึ้นเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้เป็นยารักษาโรคได้ ประชาชนหลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลย ย่อมถือได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทุจริตตามกฎหมายแล้ว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกง โดยอ้างประมวลกฎหมายอาญา ม. 343 แม้โจทก์ไม่ได้อ้างถึง ม. 341, 342 แต่ ม.343 ได้อ้างถึง ม.341,342 อยู่แล้ว และโจทก์ก็ได้บรรยายไว้ในฟ้องชัดแจ้งแล้วว่า จำเลยหลอกลวงประชาชน จึงเท่ากับอ้าง ม. 341, 342 โดยปริยายแล้ว
จำเลยได้เงินมาเพราะหลอกลวงเขาว่า น้ำพุนั้นเป็นน้ำพุที่เจ้าแม่สำโรงบันดาลให้เกิดขึ้นเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้เป็นยารักษาโรคได้ ประชาชนหลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลย ย่อมถือได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการทุจริตตามกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาพยายามฆ่า แม้จะลงมือไม่สำเร็จ ถือเป็นความผิดฐานพยายามฆ่า
จำเลยมีเจตนาจะฆ่านางเจตน์และอยู่ห่างจากนางเจตน์ 5 ฟุต จำเลยคว้าปืนบาเร็ตต้าขึ้นมากระชากลูกเลื่อนเอานิ้วมือเข้าไปในไกปืนแล้ว แต่จำเลยกระชากลูกเลื่อนไม่ถึงที่ ทหารเรือก็เข้าล๊อกคอจำเลยไว้และตำรวจเข้ามาแย่งปืนไปเช่นนี้ จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 288, 80
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิง, พยายามฆ่า, กระชากลูกเลื่อน, ไม่ตลอด, ความผิดฐานพยายามฆ่า
จำเลยมีเจตนาจะฆ่านางเจตน์และอยู่ห่างจากนางเจตน์ 5 ฟุตจำเลยคว้าปืนบาเร็ตต้าขึ้นมากระชากลูกเลื่อนเอานิ้วมือเข้าไปในไกปืนแล้วแต่จำเลยกระชากลูกเลื่อนไม่ถึงที่ทหารเรือก็เข้าล๊อกคอจำเลยไว้และตำรวจเข้ามาแย่งปืนไปเช่นนี้จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประกอบโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้ไม่มีกฎกระทรวงออกใช้ ก็ยังมีความผิดตามกฎหมาย
แม้ขณะจำเลยตั้งโรงงานประกอบเครื่องขีดไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตจะยังไม่มีกฎกระทรวงออกใช้ตามเก็บภาษีเครื่องขีดไฟฯ พ.ศ.2476 ก็ตามก็ไม่ทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ เพราะตามมาตรา 6,8, แห่งพระราชบัญญตินี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจออกกฎกระทรวงก็เพื่อควบคุมและปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่จะขออนุญาตประกอบเครื่องขีดไฟดังบัญญัติไว้ใน มาตรา 4 นั้นเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสนับสนุนการกระทำความผิดชิงทรัพย์: ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยที่ 1 แม้ไม่ได้ฎีกา
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการสมคบกันชิงทรัพย์ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยเป็นเพียงผู้สนับสนุนโจทก์ฎีกาฝ่ายเดียว ขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นตัวการเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิด แม้จำเลยไม่ได้ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องได้เพราะเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของผู้สลักหลังเช็คและการกำหนดวันออกเช็คที่เกี่ยวข้องกับความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค
เช็คมีชื่อผู้สลักหลังหลายคน ผู้สลักหลังแต่ละคนย่อมมีความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 989,914,959,967 เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ผู้สลักหลังคนใดคนหนึ่งย่อมเป็นผู้เสียหายที่จะดำเนินการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ได้
วันออกเช็คตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3(2)(3) คือ วันที่ลงในเช็คนั้น
วันออกเช็คตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3(2)(3) คือ วันที่ลงในเช็คนั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 312/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นพนันสลากกินรวบ: ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน แม้ไม่ระบุชนิดการแทง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานโดยจำเลยเป็นลูกค้าซื้อสลากกินรวบจากเจ้ามือผู้ขายเช่นนี้ แม้โจทก์จะไม่ได้บรรยายในฟ้องไว้ด้วยว่าเป็นชนิดการพนันชนิดแทงเลขท้าย 3 ตัว หรือเลขลอยตัวเดียวโดยเฉพาะ เมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเล่นการพนันโดยแทงสลากกินรวบชนิดเลขลอยตัวเดียว ก็ถือได้ว่าจำเลยเล่นการพนันสลากกินรวบอยู่นั่นเอง และไม่ใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดั่งที่กล่าวในฟ้อง เพราะการเล่นการพนันสลากกินรวบมิได้จำกัดลงไปโดยเฉพาะว่าจะต้องแทงเลขท้าย 3 ตัว หรือ 2 ตัว หรือตัวเดียวของรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลแต่ประการเดียว ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่เจ้ามือและลูกค้าจะตกลงเล่นการพนันโดยแทงสลากกินรวบกันตามความพอใจ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2502
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามปล้นทรัพย์โดยหยุดกระทำเมื่อเห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน ไม่ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82
การกระทำของจำเลยเป็นการพยายามปล้นทรัพย์ตามกฎหมายแต่การที่พวกจำเลยมิได้กระทำไปจนบรรลุผลสำเร็จ เพราะเห็นว่าผู้เสียหายเป็นพวกเดียวกัน จึงหยุดการกระทำเสียนั้นเป็นการยับยั้งเสียเองหาใช่เพราะมีอุปสรรคอื่นขัดขวางจำเลยจึงยังไม่ต้องรับโทษสำหรับการพยายามกระทำความผิดนั้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 82
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกเงินต้องมีการครอบครองเงินจริง การรับหลักฐานเบิกจ่ายไม่ถือเป็นการยักยอก
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าเงินในรายการข้อ ก. และข้อ ง. ที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงินนั้น จำเลยมิได้รับตัวเงินไว้เป็นแต่รับหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งเป็นการเบิกหักผลักส่ง ดังนั้น จึงมิใช่เป็นการยักยอกเงินตามฟ้องของโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 131/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดของผู้อยู่ในเหตุการณ์ การพิสูจน์เจตนาและความร่วมมือในการกระทำความผิด
ผู้ที่ร่วมไปกับจำเลย พูดเป็นการทักท้วงการกระทำของจำเลยผู้ลงมือกระทำขึ้นในขณะนั้นว่า อ้าว ทำไมไปทำเขาอย่างนั้น อย่างนี้พากันฉิบหายหมด และเพื่อเกิดเหตุแล้ว ก็พลอยหนีไปด้วยและไปตามถนนอย่างธรรมดา เช่นนี้ แสดงว่าผู้ที่ไปด้วยกับจำเลยนั้น มิได้ร่วมมือกระทำผิดด้วย