คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
อายุความ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 5,764 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2509 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หุ้นส่วนรถยนต์: สิทธิในการแบ่งผลกำไร, การใช้สิทธิทำละเมิด, และอายุความฟ้องละเมิด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเอารถพิพาทวิ่งรับจ้างหาประโยชน์เป็นการส่วนตัวหรือแต่ผู้เดียว ดังนี้ ถือว่าโจทก์มิได้ฟ้องว่าจำเลยเอารถออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ในฐานะที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ ซึ่งโจทก์จะต้องร่วมรับผิดชอบในกำไรและขาดทุน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอแบ่งผลกำไรหรือรายได้ที่จำเลยหาได้เป็นการส่วนตัว และรายได้นี้ไม่ถือเป็นดอกผลนิตินัย
รถพิพาทเป็นรถที่โจทก์จำเลยร่วมกันซื้อไว้ให้เป็นรถของหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลยหรือเป็นทำนองโจทก์กับจำเลยเป็นเจ้าของรถพิพาทร่วมกัน การใช้สิทธิใด ๆ ของจำเลยต่อรถ จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือใช้สิทธิที่ไม่ขัดต่อสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 และ 1360 การที่จำเลยเอารถพิพาทออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ทำให้รถเสื่อมคุณภาพสึกหรอ ทำให้โจทก์เสียหายนั้นเป็นการที่จำเลยใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และขัดต่อสิทธิของโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์
เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง โจทก์ก็จำต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า คดีของโจทก์มิได้ขาดอายุความ แต่โจทก์มิได้นำสืบดังกล่าว รูปคดีก็ต้องฟังว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความดังที่จำเลยต่อสู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2509

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หุ้นส่วนรถยนต์, การใช้รถส่วนตัว, ค่าเสียหายจากการเสื่อมสภาพ, อายุความฟ้องละเมิด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเอารถพิพาทวิ่งรับจ้างหาประโยชน์เป็นการส่วนตัวหรือแต่ผู้เดียว ดังนี้ ถือว่าโจทก์มิได้ฟ้องว่าจำเลยเอารถออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ในฐานะที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ ซึ่งโจทก์จะต้องร่วมรับผิดชอบในกำไรและขาดทุน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอแบ่งผลกำไรหรือรายได้ที่จำเลยหาได้เป็นการส่วนตัว และรายได้นี้ไม่ถือเป็นดอกผลนิตินัย
รถพิพาทเป็นรถที่โจทก์จำเลยร่วมกันซื้อไว้ให้เป็นรถของหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลยหรือเป็นทำนองโจทก์กับจำเลยเป็นเจ้าของรถพิพาทร่วมกัน การใช้สิทธิใดๆ ของจำเลยต่อรถ จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือใช้สิทธิที่ไม่ขัดสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 และ 1360 การที่จำเลยเอารถพิพาทออกวิ่งรับจ้างหาประโยชน์ทำให้รถเสื่อมคุณภาพสึกหรอ ทำให้โจทก์เสียหายนั้นเป็นการที่จำเลยใช้สิทธิซึ่งมีแต่จะเกิดความเสียหายแก่โจทก์และขัดต่อสิทธิของโจทก์การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์
เมื่อจำเลยต่อสู้ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง โจทก์ก็จำต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า คดีของโจทก์มิได้ขาดอายุความ แต่โจทก์มิได้นำสืบดังกล่าว รูปคดีก็ต้องฟังว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความดังที่จำเลยต่อสู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2508

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินมรดก การแบ่งสินสมรส และอายุความคดีครอบครองปรปักษ์
โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของ ด. ด. ตายที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์ผู้เป็นภริยาและบุตรของ ด.ขอให้แบ่งตามส่วน จำเลยให้การต่อสู้ว่ายายจำเลยยกที่พิพาทให้ด. ต่อมาด.ยกให้จำเลย (ผู้เป็นบุตรของ ด.เกิดแต่ภรรยาอีกคนหนึ่ง) ตั้งแต่ด.ยังมีชีวิตอยู่ ศาลกะประเด็นนำสืบว่า ที่พิพาทนี้ ด. ได้ยกให้จำเลยตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่ ดังนี้ ศาลก็ชอบที่จะสืบพยานตามประเด็นข้อพิพาท และพิจารณาชี้ขาดตัดสินไปตามนั้น ที่จะไปฟังตามคำพยานจำเลยว่ายายจำเลยมิได้เจตนายกที่ให้ด. ด. ปกครองที่พิพาทโดยมิได้เจตนาปกครองเป็นเจ้าของ แต่เป็นการปกครองแทนจำเลยนั้น ย่อมเป็นการขัดแย้งกับคำของจำเลย และเป็นเรื่องนอกประเด็น
โจทก์เป็นภริยาของผู้ตายก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ไม่ปรากฏว่าฝ่ายใดมีสินเดิม โจทก์จึงมีสิทธิได้รับสินสมรส 1 ใน 3 กับมีสิทธิได้ส่วนแบ่งจากส่วนที่เป็นมรดกของผู้ตายด้วย รวมเป็นเนื้อที่ 13 ไร่เศษ แต่โจทก์ได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทมาเพียง11 ไร่ นอกนั้นจำเลยเป็นฝ่ายครอบครอง ที่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อเจ้ามรดกตายแล้วเกินกว่า 1 ปี ที่มรดกนอกจากที่โจทก์ได้ครอบครองมาย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความการเรียกร้องค่าโดยสารเครื่องบิน: 10 ปี ตามมาตรา 164 ไม่ใช่ 2 ปี ตามมาตรา 165(3)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าโดยสารเครื่องบินอายุความเรียกร้องมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มิใช่ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(3)
เมื่อมีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้และระบุไว้ชัดเจนแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยตามคลองจารีตประเพณีหรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัติ
เมื่อฎีกาจำเลยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งจำเลยจะยกขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้ง ศาลก็ไม่รับวินิจฉัยให้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2508

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความการเรียกร้องค่าโดยสารเครื่องบิน: ใช้ 10 ปี ตามมาตรา 164 ไม่ใช่ 2 ปี ตามมาตรา 165(3)
โจทก์ฟ้องเรียกค่าโดยสารเครื่องบินอายุความเรียกร้องมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 มิใช่ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(3)
เมื่อมีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้และระบุไว้ชัดเจนแล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยตามคลองจารีตประเพณีหรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัติ
เมื่อมีฎีกาจำเลยไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายซึ่งจำเลยจะยกขึ้นอ้างอิงโดยชัดแจ้ง ศาลก็ไม่รับวินิจฉัยให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความสะดุดหยุดชะงักจากการรับสภาพหนี้ การเริ่มต้นนับอายุความใหม่
จำเลยใช้เงินบางส่วนให้โจทก์ เป็นการรับสภาพหนี้ จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง
อายุความสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ระยะเวลาที่ล่วงไปแล้วคือตั้งแต่วันหนี้ค้างชำระจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม จึงเป็นอายุความเดิมซึ่งล่วงไปแล้ว ไม่นับเข้าในอายุความใหม่ ถ้านับด้วยก็จะเป็นนับเวลาซ้อนกันไปกับอายุความเดิมอายุความที่ให้เริ่มนับใหม่ตามมาตรานี้จึงเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม เป็นต้นไป.
ในกรณีที่ระยะเวลานับเป็นปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมเข้าด้วย จึงต้องนับวันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 940/2508

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความสะดุดหยุดเมื่อมีการรับสภาพหนี้ การเริ่มนับอายุความใหม่
จำเลยใช้เงินบางส่วนให้โจทก์ เป็นการรับสภาพหนี้ จึงเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง
อายุความสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ระยะเวลาที่ล่วงไปแล้วคือตั้งแต่วันหนี้ค้างชำระจนถึงวันที่ 5 ตุลาคม จึงเป็นอายุความเดิมซึ่งล่วงไปแล้ว ไม่นับเข้าในอายุความใหม่ ถ้านับด้วยก็จะเป็นนับเวลาซ้อนกันไปกับอายุความเดิม อายุความที่ให้เริ่มนับใหม่ตามมาตรานี้จึงเริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคมเป็นต้นไป
ในกรณีที่ระยะเวลานับเป็นปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 158 มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมเข้าด้วย จึงต้องนับวันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความหนี้ซื้อเชื่อจากกิจการโรงพิมพ์: การประดิษฐ์สิ่งของเพื่อขายเป็นอุตสาหกรรม และผลกระทบต่ออายุความตามกฎหมายล้มละลาย
คำว่า "อุตสาหกรรม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) ตอนท้ายนั้น หมายถึง กิจการที่มีการประดิษฐ์สิ่งของขึ้นเพื่อให้เป็นสินค้า ฉะนั้น การที่เจ้าของโรงพิมพ์ซื้อเชื่อกระดาษจากพ่อค้าเพื่อเอามาพิมพ์เป็นหนังสือสำหรับจำหน่ายเป็นสินค้าเช่นนี้ จึงเป็นการที่ได้ทำเพื่ออุตสาหกรรมของฝ่ายลูกหนี้แล้ว แม้เจ้าของโรงพิมพ์จะมิใช่เป็นเจ้าของสินค้าที่ประดิษฐ์ขึ้น เป็นแต่ได้รับผลประโยชน์เป็นค่าจ้างแรงงานเท่านั้นก็ตามเพราะผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่จำต้องเป็นผู้ประดิษฐ์สิ่งของขึ้นจำหน่ายเป็นของตนเองเพียงแต่รับจ้างเขาประดิษฐ์สิ่งของให้เป็นสินค้าขึ้นก็เป็นการที่ได้ประกอบอุตสาหกรรมของตนแล้ว.
เมื่อผู้ล้มละลายเป็นเจ้าหนี้ อายุความตามสิทธิเรียกร้องนั้นย่อมสะดุดหยุดลงในวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้น ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178.
(วรรค 2 ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2508).

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 939/2508

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความหนี้ซื้อเชื่อในคดีล้มละลาย: การประกอบอุตสาหกรรมและการสะดุดหยุดอายุความ
คำว่า "อุตสาหกรรม"ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(1)ตอนท้ายนั้น หมายถึง กิจการที่มีการประดิษฐ์สิ่งของขึ้นเพื่อให้เป็นสินค้า ฉะนั้น การที่เจ้าของโรงพิมพ์ซื้อเชื่อกระดาษจากพ่อค้าเพื่อเอามาพิมพ์เป็นหนังสือสำหรับจำหน่ายเป็นสินค้าเช่นนี้ จึงเป็นการที่ได้ทำเพื่ออุตสาหกรรมของฝ่ายลูกหนี้แล้ว แม้เจ้าของโรงพิมพ์จะมิใช่เป็นเจ้าของสินค้าที่ประดิษฐ์ขึ้น เป็นแต่ได้รับผลประโยชน์เป็นค่าจ้างแรงงานเท่านั้นก็ตาม เพราะผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่จำต้องเป็นผู้ประดิษฐ์สิ่งของขึ้นจำหน่ายเป็นของตนเองเพียงแต่รับจ้างเขาประดิษฐ์สิ่งของให้เป็นสินค้าขึ้นก็เป็นการที่ได้ประกอบอุตสาหกรรมของตนแล้ว
เมื่อผู้ล้มละลายเป็นเจ้าหนี้ อายุความตามสิทธิเรียกร้องนั้นย่อมสะดุดหยุดลงในวันที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้น ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 178 (วรรคสอง ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 11/2508)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 903/2508

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในการต่อสู้คดีอายุความหนี้ในคดีล้มละลาย โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้
ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายบัญญัติว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์-ทรัพย์ผู้เดียวมีอำนาจฟ้องร้องและต่อสู้คดีใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ฉะนั้น การต่อสู้คดีว่าหนี้ของผู้ขอรับชำระหนี้ขาดอายุความ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงทำได้ตามลำพัง โดยไม่ต้องให้ลูกหนี้รู้เห็นยินยอมด้วย
of 577