พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานรับของโจร: การครอบครองปืนราชการที่ได้มาโดยมิชอบบ่งชี้ถึงเจตนาของผู้รับ
เมื่อปรากฏว่าปืนคาไบร์สองกระบอกนี้เป็นปืนไม่มีทะเบียนและเป็นปืนชนิดที่ใช้ในราชการทหาร เช่นนี้จำเลยก็น่าจะต้องรู้ว่าปืนนั้นได้พ้นมาจากการครอบครองของทางราชการโดยมิชอบประกอบด้วยพฤติการณ์ของจำเลยแสดงความพิรุธ จึงทำให้เห็นได้ชัดว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าปืนนั้นเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำความผิด จึงต้องมีผิดฐานสมคบกันรับของโจรตาม มาตรา321
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1060/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้เอกสารเท็จ (ลายมือชื่อ) ในคดีแพ่ง ความผิดตาม ม.157 และการรอการลงโทษ
การที่ได้รับมอบลายมือชื่อของเขาไปเพื่อขอรถตู้แต่กลับเอาไปเขียนข้อความว่าได้แบ่งปันผลกำไรการค้ากันแล้วนำเอาเอกสารพยานเท็จนั้นมาอ้างในคดีเช่นนี้ นอกจากเป็นความผิดตาม มาตรา 315 แล้วยังต้องมีความผิดตาม มาตรา 157 อีกด้วย
พฤติการณ์ที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ๆ ยอมปรองดองไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยๆ ไม่เคยต้องโทษมาก่อนดังนี้ควรรอการลงโทษจำเลยได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2499)
พฤติการณ์ที่จำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ๆ ยอมปรองดองไม่ติดใจเอาความแก่จำเลยๆ ไม่เคยต้องโทษมาก่อนดังนี้ควรรอการลงโทษจำเลยได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2499)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานและแก้ไขโทษรวมกระทง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.250 ข้อ 3 ม.184 และ ม.120 รวม 3 กะทงเมื่อลดโทษตาม ม.59 แล้วคงรวมกะทงลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต ตาม ม.36
โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ.ม.245 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตาม ม.250 ข้อ 2 ไม่ใช่ข้อ 3 และที่ว่ารวมกะทงลงโทษตาม ม.36 ก็ไม่ถูกต้องเป็น ม.71 จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นตามบทมาตราดังกล่าวนอกจากที่แก้คงยืนดังนี้ จำเลยฎีกาขอให้ลดหย่อนผ่อนโทษได้
โจทก์จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตาม ป.วิ.อ.ม.245 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตาม ม.250 ข้อ 2 ไม่ใช่ข้อ 3 และที่ว่ารวมกะทงลงโทษตาม ม.36 ก็ไม่ถูกต้องเป็น ม.71 จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นตามบทมาตราดังกล่าวนอกจากที่แก้คงยืนดังนี้ จำเลยฎีกาขอให้ลดหย่อนผ่อนโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016-1027/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้พื้นที่สาธารณะ (สนามหลวง) เช่าจักรยานกีดขวางทางสัญจร ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายจราจร หากไม่เป็นถนนหนทาง
จำเลยใช้สนามหลวงเป็นที่ตั้งและวางรถจักรยานสองล้อให้คนเช่าขับขี่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่และเป็นการกีดขวางการไปมาเพราะสนามหลวงเป็นสถานที่ซึ่งสาธารณะชนใช้สัญจรไปมาแต่สถานที่ที่กล่าวหากันเป็นเพียงสนามส่วนหนึ่งทั้งไม่ได้ความว่าที่ตรงนั้นเป็นถนนหนทาง จำเลยยังไม่มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.336 (1),334(2) พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.60,62,65
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1014/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานยักยอกเงินค่าปรับ: การกระทำเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของทางราชการ
การที่จำเลยรับราชการเป็นพลตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่รับเงินและปกครองดูแลรักษาเงินค่าเปรียบเทียบปรับอันเป็นเงินของทางราชการตำรวจที่ได้รับไว้ เมื่อนำส่งให้ไม่ครบจำนวนที่รับไว้ก็ย่อมได้ชื่อว่ากระทำการทุจริตในหน้าที่ยักยอกเงินรายนี้เป็นอาณาประโยชน์ของตนเสียเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องร้องคดีคนต่างด้าวขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัว ความผิดแยกรายปี
การขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวปีใดถือว่าเป็นผิดสำหรับปีที่ขาดต่ออายุปีนั้น
จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำหรับ พ.ศ. 2495 จนถึงวันฟ้อง (1 ก.พ. 97) เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ถือว่าขาดอายุความฟ้องร้องตาม ก.ม. อาญา ม. 78(4) ซึ่งกำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปี แล้ว จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
แต่การที่จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญสำหรับ พ.ศ. 2496 นั้นนับแต่วันจำเลยจะต้องต่ออายุใบสำคัญสำหรับ พ.ศ. 2496 จนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 1 ปี ไม่ขาดอายุความจึงลงโทษได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2498)
จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว สำหรับ พ.ศ. 2495 จนถึงวันฟ้อง (1 ก.พ. 97) เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ถือว่าขาดอายุความฟ้องร้องตาม ก.ม. อาญา ม. 78(4) ซึ่งกำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปี แล้ว จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
แต่การที่จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญสำหรับ พ.ศ. 2496 นั้นนับแต่วันจำเลยจะต้องต่ออายุใบสำคัญสำหรับ พ.ศ. 2496 จนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 1 ปี ไม่ขาดอายุความจึงลงโทษได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องร้องคดีคนต่างด้าว: ความผิดแยกตามปีที่ขาดต่ออายุใบสำคัญ
การขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวปีใดถือว่าเป็นผิดสำหรับปีที่ขาดต่ออายุปีนั้น
จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวสำหรับ พ.ศ.2495จนถึงวันฟ้อง(1ก.พ.97) เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ถือว่าขาดอายุความฟ้องร้องตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78(4) ซึ่งกำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปีแล้ว จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
แต่การที่จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญสำหรับ พ.ศ.2496 นั้นนับแต่วันจำเลยจะต้องต่ออายุใบสำคัญสำหรับพ.ศ.2496 จนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 1 ปี ไม่ขาดอายุความจึงลงโทษได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2498)
จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวสำหรับ พ.ศ.2495จนถึงวันฟ้อง(1ก.พ.97) เป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ถือว่าขาดอายุความฟ้องร้องตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 78(4) ซึ่งกำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปีแล้ว จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
แต่การที่จำเลยขาดต่ออายุใบสำคัญสำหรับ พ.ศ.2496 นั้นนับแต่วันจำเลยจะต้องต่ออายุใบสำคัญสำหรับพ.ศ.2496 จนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน 1 ปี ไม่ขาดอายุความจึงลงโทษได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ยศตำรวจหลังถูกปลดออก ไม่เป็นความผิด มาตรา 128 หากไม่มีคำสั่งถอดออกจากยศ
นายสิบตำรวจถูกปลดออกจากราชการ แต่ไม่ได้ถูกสั่งให้ออกจากยศประทวนด้วยใช้นามตำแหน่งยศนั้นว่า เป็นตำรวจสันติบาลไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 128
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิมพ์แบบใบอนุญาตปลอมพร้อมลายมือชื่อ ถือเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือราชการ แม้ยังมิได้กรอกรายละเอียด
พิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ แล้วยังพิมพ์ปลอมลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนย่อมเป็นการเสียหายแก่ผู้นั้น ถึงแม้จะยังไม่ได้กรอกเลขที่ของใบอนุญาตชื่อผู้รับอนุญาตและเลขท้าย พ.ศ. ก็ถือว่าเป็นผิดฐานปลอมหนังสือราชการ่ตาม ม. 222
แบบพิมพ์ใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ ที่พิมพ์ลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนด้วย ถือได้ว่าเป็นหนังสือตาม ม.6 (18)
ข้อฎีกาที่ว่าการที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ 51 ฉบับ จะเป็นผิดฐานปลอมหนังสือหรือไม่นั้น เป็นข้อ ก.ม. จำเลยย่อมฎีกาได้
อ้างฎีกาที่ 595/2481
แบบพิมพ์ใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ ที่พิมพ์ลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนด้วย ถือได้ว่าเป็นหนังสือตาม ม.6 (18)
ข้อฎีกาที่ว่าการที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลป ฯ 51 ฉบับ จะเป็นผิดฐานปลอมหนังสือหรือไม่นั้น เป็นข้อ ก.ม. จำเลยย่อมฎีกาได้
อ้างฎีกาที่ 595/2481
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิมพ์แบบใบอนุญาตปลอมพร้อมลายมือชื่อ ถือเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือราชการ แม้ยังไม่ได้กรอกข้อมูล
พิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปฯ แล้วยังพิมพ์ปลอมลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนย่อมเป็นการเสียหายแก่ผู้นั้น ถึงแม้จะยังไม่ได้กรอกเลขที่ของใบอนุญาตชื่อผู้รับอนุญาตและเลขท้าย พ.ศ. ก็ถือว่าเป็นผิดฐานปลอมหนังสือราชการตาม มาตรา 222
แบบพิมพ์ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปฯ ที่พิมพ์ลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนด้วย ถือได้ว่าเป็นหนังสือตามมาตรา 6(18)
ข้อฎีกาที่ว่าการที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปฯ51 ฉบับจะเป็นผิดฐานปลอมหนังสือหรือไม่นั้นเป็นข้อกฎหมายจำเลยย่อมฎีกาได้
อ้างฎีกาที่ 595/2481
แบบพิมพ์ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปฯ ที่พิมพ์ลายมือชื่อประธานกรรมการและเลขาธิการนายทะเบียนด้วย ถือได้ว่าเป็นหนังสือตามมาตรา 6(18)
ข้อฎีกาที่ว่าการที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตประกอบโรคศิลปฯ51 ฉบับจะเป็นผิดฐานปลอมหนังสือหรือไม่นั้นเป็นข้อกฎหมายจำเลยย่อมฎีกาได้
อ้างฎีกาที่ 595/2481