พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานกรรโชก: การข่มขู่โดยอ้างเป็นเจ้าพนักงานและเรียกรับเงิน
ในเรื่องความผิดฐานกรรโชก โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจแต่อ้างว่าเป็นตำรวจใช้วาจาขู่เข็ญว่าไม่รับสัญญาให้เงินจะมีเรื่องเป็นการขู่เข็ญขืนใจให้มีความกลัวตาม มาตรา 303 ดังนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์
ข้อเท็จจริงที่ได้ความว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจแต่อ้างว่าเป็นตำรวจขู่เข็ญผู้เสียหายให้รับสัญญาจะส่งเงินให้ถ้าไม่ให้จะมีเรื่อง และผู้เสียหายได้สัญญาว่าจะส่งเงินให้โดยจำเลยไม่มีอำนาจทำได้ตาม กฎหมาย ดังนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เข้าเกณฑ์ความผิดฐานกรรโชก
แม้โจทก์จะแถลงว่าติดใจสืบพยานเพียงเท่านี้ เมื่อจำเลยอ้างตัวเองเบิกความเป็นพยาน โจทก์ก็ชอบที่จะนำคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่โจทก์ไม่ติดใจสืบยื่นเป็นพยานต่อศาลเพื่อพิสูจน์คำให้การของจำเลยได้เมื่อศาลเห็นว่ามีมูลก็มีอำนาจรับไว้วินิจฉัย
ข้อเท็จจริงที่ได้ความว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจแต่อ้างว่าเป็นตำรวจขู่เข็ญผู้เสียหายให้รับสัญญาจะส่งเงินให้ถ้าไม่ให้จะมีเรื่อง และผู้เสียหายได้สัญญาว่าจะส่งเงินให้โดยจำเลยไม่มีอำนาจทำได้ตาม กฎหมาย ดังนี้เป็นข้อเท็จจริงที่เข้าเกณฑ์ความผิดฐานกรรโชก
แม้โจทก์จะแถลงว่าติดใจสืบพยานเพียงเท่านี้ เมื่อจำเลยอ้างตัวเองเบิกความเป็นพยาน โจทก์ก็ชอบที่จะนำคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่โจทก์ไม่ติดใจสืบยื่นเป็นพยานต่อศาลเพื่อพิสูจน์คำให้การของจำเลยได้เมื่อศาลเห็นว่ามีมูลก็มีอำนาจรับไว้วินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานด้วยคำพูดดูถูกเหยียดหยามถึงตำแหน่งราชการ ถือเป็นความผิดตาม ม.116
การที่จำเลยกล่าวหมิ่นประมาทผู้พิพากษาว่า" อ้ายผู้พิพากษานี่ปรับกูหมื่นห้าได้กูจะต้องเตะมึง" ดังนี้เป็นการดูถูกเหยียดหยามพากพิงถึงตำแหน่งราชการทำให้ผู้พิพากษานั้นได้รับความอับอายเสียหาย จึงมีผิดฐานหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานเพราะเหตุได้กระทำการตามหน้าที่ ตาม ม.116
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้าราชการลักทรัพย์ของทางราชการ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294(4)
จำเลยรับราชการในตำแหน่งเสมียนตราอำเภอนับว่าเป็นข้าราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณประเภทเงินเดือนไม่อยู่ในฐานะเป็นลูกจ้างของกระทรวงทบวงกรม และไม่มี กฎหมายบทมาตราใดที่จะแสดงว่ากระทรวงทบวงกรมเป็นนายจ้างของข้าราชการเช่นจำเลย ดังนี้เมื่อจำเลยลักธนบัตรอันเป็นเงินเพื่อใช้สำหรับราชการจำเลยจึงมีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 294(4) หาใช่มาตรา 294(5) ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแถมบัตรสลากล๊อตเตอรี่กับการประกอบกิจการค้าเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.การพนัน
เมื่อในรายงาน+ปรากฎว่าจำเลยแถลงถึงการกระทำของจำเลย ตามที่โจทก์ฟ้อง (ซึ่งในฟ้องก็กล่าวถึงวันที่หาว่ากระทำผิด) และว่าในวันเกิดเหตุจำเลยได้นำ+ ของจำเลยไปโฆษณาขายด้วย แม้จะไม่ได้กล่าวให้ชัดว่าในวันนั้นได้มีการแถมบัตรสมณาคุณในการขายยาก็ดี แต่เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วในข้อนี้ระหว่างโจทก์จำเลยตลอดจนศาลชั้นต้นผู้พิจารณาว่าคงเหลือปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยฉะเพาะ ก.ม. ตามที่จำเลยต่อสู้เท่านั้น ดังนี้ตามคำให้การและคำแถลงของจำเลยตามรายงานดังกล่าว ย่อมหมายถึงว่าในวันโจทก์หา จำเลยได้กระทำการตามที่โจทก์ฟ้องนั่นเอง
การที่จำเลยจัดให้มีการแถมบัตรสมณาคุณแก่ผู้ที่ซื้อยาของจำเลยกล่าวคือ แจกบัตรดังกล่าวแก่ผู้ซื้อยาธาตุห้าของจำเลย 1 บัตร ต่อยาธาตุ 1 ขวด หากเลขสลากในบัตรนั้นตรงกับเลขสลากล๊อตเตอรี่ที่ออกผู้ซื้อมีสิทธิได้รับเงิน 1 ใน 20 ส่วนของรางวัลล๊อตเตอรี่นั้น ๆ ดังนี้ถือว่าเป็นการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคเพราะในบัตรมีหมายเลขสลากตรงกับเลขสลากล๊อตเตอรี่ของรัฐบาล ซึ่งอาจจะถูกรางวัลได้รับเงินตามที่ปรากฎในบัตรนั้นได้ ทำให้ผู้ซื้อยาจากจำเลยมีหวังในการเสี่ยงโชค จำเลยจะขายยานั้นโดยราคาปกติ ในท้องตลาดหรือไม่ ๆ สำคัญ ประกอบกับการกระทำของจำเลยเป็นการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ ดังนี้ เมื่อจำเลยไม่รับรับอนุญาตก็มีความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน
การที่จำเลยจัดให้มีการแถมบัตรสมณาคุณแก่ผู้ที่ซื้อยาของจำเลยกล่าวคือ แจกบัตรดังกล่าวแก่ผู้ซื้อยาธาตุห้าของจำเลย 1 บัตร ต่อยาธาตุ 1 ขวด หากเลขสลากในบัตรนั้นตรงกับเลขสลากล๊อตเตอรี่ที่ออกผู้ซื้อมีสิทธิได้รับเงิน 1 ใน 20 ส่วนของรางวัลล๊อตเตอรี่นั้น ๆ ดังนี้ถือว่าเป็นการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคเพราะในบัตรมีหมายเลขสลากตรงกับเลขสลากล๊อตเตอรี่ของรัฐบาล ซึ่งอาจจะถูกรางวัลได้รับเงินตามที่ปรากฎในบัตรนั้นได้ ทำให้ผู้ซื้อยาจากจำเลยมีหวังในการเสี่ยงโชค จำเลยจะขายยานั้นโดยราคาปกติ ในท้องตลาดหรือไม่ ๆ สำคัญ ประกอบกับการกระทำของจำเลยเป็นการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ ดังนี้ เมื่อจำเลยไม่รับรับอนุญาตก็มีความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิพนักงานสอบสวนฟ้องปรับนายประกัน แม้คดีลูกประกันขาดอายุความหรือไม่ผิด
สัญญาประกันตัวผู้ต้องหาที่จำเลยทำไว้กับปลัดอำเภอซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในฐานะตำแหน่งหน้าที่ราชการนั้นพนักงานสอบสวนผู้นั้นย่อมมีสิทธิเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ปรับนายประกันได้ถึงแม้ว่าคดีของผู้ต้องหาที่จำเลยประกันตัวไปจะขาดอายุความหรือไม่มีความผิดก็หาเกี่ยวข้องกับสัญญาประกันนั้นไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดพยายามลักทรัพย์: การงัดประตูบ้านถือเป็นการลงมือกระทำแล้ว
ใช้เหล็กงัดประตูห้องผู้อื่นในเวลาวิกาลจนประตูแตกแต่ยังถอดสลักประตูไม่ได้ ก็ถูกจับเสียก่อน นับว่าเป็นการลงมือกระทำเพื่อประกอบการลักทรัพย์พ้นจากขั้นตระเตรียมการแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน แม้ไม่ลงประจำวัน ก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
นำความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจกล่าวโทษว่า เขาลักตัดยางและเอาไฟเผาสวนยางด้วย โดยความจริงเขามิได้กระทำผิดังข้อหานั้นเลย ดังนี้แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะมิได้จดข้อความที่แจ้งความนั้นไว้ในสมุดลงประจำวัน ผู้แจ้งก็มีความผิดฐานแจ้งความเท็จร้องเรียนเท็จตาม ก.ม. ลักษณะอาญา ม.158 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน แม้ไม่ลงประจำวัน ก็ถือเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จได้
นำความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจกล่าวโทษว่าเขาลักตัดยางและเอาไฟเผาสวนยางด้วยโดยความจริงเขามิได้กระทำผิดดังข้อหานั้นเลยดังนี้แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะมิได้จดข้อความที่แจ้งความนั้นไว้ในสมุดลงประจำวันผู้แจ้งก็มีความผิดฐานแจ้งความเท็จร้องเรียนเท็จตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา158 แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 658/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักร: การพิจารณาความผิดตามกฎหมายคนต่างด้าวหลังมี พ.ร.บ.สัญชาติใหม่
บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรแต่บิดาเป็นคนต่างด้าวแม้จะได้ขอมีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวแล้วก็ตามก็ยังคงเป็นคนไทยอยู่ ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา7 จนถึงวันใช้ พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2496 บังคับ ฉะนั้นคนเช่นว่านี้แม้จะขาดต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวในระหว่างเวลาก่อนใช้ พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2496 จึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติการทะเบียนคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2495 มาตรา4
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 538/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องอาญาแจ้งความเท็จต้องระบุวันเวลาชัดเจน หากฟ้องไม่ระบุเวลาของความผิด ถือเป็นฟ้องไม่ถูกต้อง
ฟ้องของโจทก์ข้อ 1. ระบุวันเวลาที่โจทก์ไปตัดไม้ ส่วนฟ้องข้อ 2. มีข้อความเพียงว่าเนื่องจากโจทก์ตัดไม้ในข้อ 1. จำเลยไปแจ้งความเท็จแก่เจ้าหน้าที่แต่มิได้ระบุวันเวลาไว้ แม้จะอ่านฟ้องข้อ 1,2 รวมกันก็ไม่ได้ความว่าจำเลยไปแจ้งในวันเวลาที่โจทก์ตัดไม้ จึงถือว่าฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฎเวลาตามมาตรา 158 (5) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องยกฟ้อง