คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุมทำให้จำเลยเสียเปรียบ: ลักทรัพย์ vs. รับของโจร
ในคดีความผิดฐานลักทรัพย์และรับของโจรนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องกล่าวขัดแย้งกันในตัวโดยบรรยายฟ้องข้อ 1.ยืนยันว่าจำเลยลักทรัพย์โจทก์ แต่ในข้อ 2 กลับกล่าวแถมว่าจำเลยทำผิดฐานรับของโจรมิหนำซ้ำยังเพิ่มความในวงเล็บอันทำให้เข้าใจไปได้ว่าทรัพย์เหล่านั้นได้หายมาก่อนวันตามฟ้องข้อ 1 ดีงนี้เป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่อาจทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการทำให้เกิดการระเบิดเป็นสำคัญ ความผิดมาตรา 188 ต้องมีเจตนา หากประมาทต้องลงโทษตามมาตรา 201
การทำให้เกิดการระเบิดขึ้นอันเป็นความผิดตามมาตรา 188 นั้นจะต้องประกอบด้วยเจตนาเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้ชัดจากมาตรา 201 ซึ่งบัญญัติว่าความผิดเช่นนี้ ถ้าทำโดยประมาทก็ให้ลงโทษตามมาตรา 201
จำเลยนั่งเป่าเล่นทำทองอยู่ตามปรกติและเคยทำมาช้านานแล้ว โต๊ะทำทองของจำเลยอยู่หน้าร้านติดกับถนนที่มีคนสัญจรขณะนั้นเป็นเวลา 15.00 น.ท่อยางที่จำเลยเป่าอยู่เกิดระเบิดขึ้น เพียงเท่านี้ยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าจำเลยเจตนาที่จะทำให้เกิดการระเบิดขึ้น จำเลยจึงไม่ผิดตามมาตรา 188

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาในการทำให้เกิดการระเบิดเป็นสำคัญตามมาตรา 188 หากไม่มีเจตนาเป็นความผิดฐานประมาท
การทำให้เกิดการระเบิดขึ้นอันเป็นความผิดตามมาตรา 188นั้นจะต้องประกอบด้วยเจตนาเป็นสำคัญ ดังจะเห็นได้ชัดจากมาตรา 201 ซึ่งบัญญัติว่าความผิดเช่นนี้ ถ้าทำโดยประมาทก็ให้ลงโทษตามมาตรา 201
จำเลยนั่งเป่าแล่นทำทองอยู่ตามปรกติและเคยทำมาช้านานแล้วโต๊ะทำทองของจำเลยอยู่หน้าร้านติดกับถนนที่มีคนสัญจรขณะนั้นเป็นเวลา 15.00 น. ท่อยางที่จำเลยเป่าอยู่เกิดระเบิดขึ้น เพียงเท่านี้ยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นว่าจำเลยเจตนาที่จะทำให้เกิดการระเบิดขึ้นจำเลยจึงไม่ผิดตามมาตรา 188

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การล้อมรั้วทับทางสาธารณะโดยเข้าใจผิดตามใบเหยียบย่ำ: จำเลยไม่มีความผิดหากสืบไม่ได้ว่ารู้ว่าเป็นทางสาธารณะ
แม้ทางพิพาทเป็นที่สาธารณะแต่อำเภอได้ออกใบเหยียบย่ำให้จำเลยคร่อมทางสาธารณะนี้ เมื่อจำเลยทำการล้อมรั้วในที่ดินของจำเลยตามใบเหยียบย่ำนั้นโดยทางเข้าใจว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองที่ดินตามใบเหยียบย่ำและโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยรู้มาก่อนว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะดังนี้จำเลยไม่มีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา ม.336(2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 184/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ศาลพิจารณาความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และการกระทำต่อเจ้าพนักงาน
จำเลยใช้ไม้สากตำข้าวโตเท่าแข้งยาว 1 วาตีลงกลางศีรษะผู้ตายโดยแรง เป็นบาดแผลยาว 11 ซม. กว้าง6ซม.ดังนี้จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
แม้ผู้ตายเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแต่ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าการที่ผู้ตายเข้าจับกุมจำเลยนั้น ผู้ตายได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่บ้านให้กระทำผู้ตายกระทำไปโดยลำพังเช่นนี้จึงไม่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตาม มาตรา 28 ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2486 มาตรา 7 จำเลยจึงผิดตาม มาตรา 249 ไม่ใช่ มาตรา 250(2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หลักฐานแวดล้อมบ่งชี้การลักทรัพย์ & การขาดการร้องทุกข์ในคดีฉ้อโกง
ที่จะมีความผิดฐานลักทรัพย์นั้นแม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายเข้าไปลักกระบือ แต่ได้ความว่ากระบือหายเวลาก่อนแจ้ง กำนันจับจำเลยได้ขณะขี่กระบือในวันรุ่งขึ้นเวลาบ่าย จำเลยก็รับว่าไม่รู้จักเจ้าทรัพย์ แม้บ้านก็ไม่รู้จัก ครั้นจำเลยได้ประกันตัวไปจากอำเภอเพื่อนำหลักฐานมาแสดง จำเลยก็ตรงไปหาเจ้าทรัพย์ถูก ซ้ำยังหลอกลวงว่าจะไปไถ่กระบือคืนให้ให้เจ้าทรัพย์มอบตั๋วพิมพ์รูปพรรณไป พฤติการณ์ดังนี้เป็นเหตุแวดล้อมให้เห็นว่าจำเลยนั่นเองเป็นผู้เข้าไปลักกระบือรายนี้
อันความผิดฐานฉ้อโกงนั้นแม้ในฟ้องจะกล่าวว่า เจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานสอบสวนจัดการดำเนินคดีแก่จำเลยก็ดีแต่เวลาโจทก์นำสืบไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีในความผิดฐานนี้เลยทั้งหลักฐานการร้องทุกข์ก็ไม่ปรากฏ ฉะนั้นจะฟังว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยหาได้ไม่ โจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1728/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หลักฐานทางอ้อมพิสูจน์ความผิดฐานลักทรัพย์ และการขาดการร้องทุกข์ทำให้ฟ้องฐานฉ้อโกงไม่ได้
ที่จะมีความผิดฐานลักทรัพย์นั้นแม้ไม่มีประจักษ์พยานเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายเข้าไปลักกระบือ แต่ได้ความว่ากระบือหายเวลาก่อนแจ้ง กำนันจับจำเลยได้ขณะขี่กระบือในวันรุ่งขึ้นเวลาบ่าย จำเลยก็รับว่าไม่รู้จักเจ้าทรัพย์ แม้บ้านก็ไม่รู้จัก ครั้นจำเลยได้ประกันตัวไปจากอำเภอเพื่อนำหลักฐานมาแสดง จำเลยก็ตรงไปหาเจ้าทรัพย์ถูก ซ้ำยังหลอกลวงว่าจะไปไถ่กระบือคืนให้ให้เจ้าทรัพย์มอบตั๋วพิมพ์รูปพรรณไป พฤติการณ์ดังนี้เป็นเหตุแวดล้อมให้เห็นว่าจำเลยนั่นเองเป็นผู้เข้าไปลักกระบือรายนี้
อันความผิดฐานฉ้อโกงนั้นแม้ในฟ้องจะกล่าวว่า เจ้าทุกข์ได้ร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานสอบสวนจัดการดำเนินคดีแก่จำเลยก็ดีแต่เวลาโจทก์นำสืบไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีในความผิดฐานนี้เลยทั้งหลักฐานการร้องทุกข์ก็ไม่ปรากฏ ฉะนั้นจะฟังว่าผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานขอให้ดำเนินคดีแก่จำเลยหาได้ไม่ โจทก์จึงฟ้องจำเลยฐานฉ้อโกงยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจ้าพนักงานใช้อำนาจเกินหน้าที่และอนุญาตตัดไม้โดยมิชอบ ไม่ถือเป็นความผิดตาม ม.129 อาญา
จะมีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม.129 ก็ต่อเมื่อได้ความว่าผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ท่านใช้ให้มีหน้าที่ปกครองหรือพิทักษ์รักษาทรัพย์หรือหนังสืออย่างใดใด ถ้ามันมิได้มีอำนาจที่จะทำได้โดยชอบด้วย ก.ม.และมันทำลายทรัพย์หรือหนังสือนั้น ๆ หรือ ทำให้วิปลาศ บุบสลายหรือมันยอมให้ผู้อื่นกระทำเช่นนั้น โดยมันรู้เห็นเป็นใจด้วยก็ดี จึงจะมีความผิด
เมื่อได้ความว่าจำเลยเป็นผู้รักษาการป่าไม้อำเภอ อนุญาตให้ผู้มีชื่อตัดไม้โดยไม่อยู่ในอำนาจที่จะอนุญาตได้เพียงเท่านี้จึงไม่ใช่เรื่องเจตนาทำลายทรัพย์หรือหนังสืออย่างใดตามความใน ม.129 และเมื่อคดีไม่มีปัญหาที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยจะมีความผิดสถานอื่นอีกหรือไม่ เพราะไม่มีฝ่ายใดฎีกา คดีจึงไม่มีทางลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจารเด็ก แม้ไม่สำเร็จก็มีโทษ
เมื่อจำเลยมีเจตนาต้องการจะให้ของลับเข้าไปในของลับของด.ญ.อายุ 8 ขวบแต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กรู้สึกเจ็บจึงร้องไห้ แล้วยังใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปอีกดังนี้ ย่อมมีความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.และกระทำอนาจารเด็ก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1710/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดพยายามข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจารเด็ก แม้ไม่สำเร็จก็ถือเป็นความผิด
เมื่อจำเลยมีเจตนาต้องการจะให้ของลับเข้าไปในของลับของด.ญ.อายุ 8 ขวบแต่ไม่สำเร็จเพราะเด็กรู้สึกเจ็บจึงร้องไห้ แล้วยังใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปอีกดังนี้ ย่อมมีความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราด.ญ.และกระทำอนาจารเด็ก
of 682