พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประมาทเลินเล่อจากการใช้ปืนเล่น ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ถือเป็นความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาท
เอาปืนที่บรรจุกระสินไปจ่อล้อเพื่อนเล่น โดยไม่ระมัดระวังเพื่อนปัดกระบอกปืน ๆ จึงลั่นถูกเพื่อนตาย ดังนี้ ก็ย่อมเป็นความผิดฐานทำให้คนตายโดยประมาทตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 253
เจ้าของปืนผู้ได้รับอนุญาตแล้วใช้จำเลยเอาปืนไปทำความสอาดชั่วขณะหนึ่ง ในระหว่างนั้นจำเลยเอาปืนไปจ่อเพื่อนโดยประมาท ปืนลั่นทำให้เพื่อนตาย ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ( อ้างฎีกาที่ 1578/2495 )
เจ้าของปืนผู้ได้รับอนุญาตแล้วใช้จำเลยเอาปืนไปทำความสอาดชั่วขณะหนึ่ง ในระหว่างนั้นจำเลยเอาปืนไปจ่อเพื่อนโดยประมาท ปืนลั่นทำให้เพื่อนตาย ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ( อ้างฎีกาที่ 1578/2495 )
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์: ความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด vs. ความผิดฐานยักยอกทรัพย์โดยตรง
พนักงานบำรุงป่า รับเงินเดือนจากงบประมาณประเภทบำรุงป่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้การสอบ บรรจุโอนตั้งย้ายและให้ความดีความชอบเลื่อนอันดับเงินเดือน ถือตาม พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลมนั้น ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายแล้ว
เจ้าพนักงานอื่นร่วมใจกับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินในหน้าที่ราชการยักยอกเงินซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาของตนไปนั้นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 ส่วนเจ้าพนักงานอื่นนั้น มีผิดเพียงฐานสมรู้ เท่านั้น
เจ้าพนักงานอื่นร่วมใจกับเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินในหน้าที่ราชการยักยอกเงินซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาของตนไปนั้นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินมีผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 ส่วนเจ้าพนักงานอื่นนั้น มีผิดเพียงฐานสมรู้ เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๔๙๓ และไม่ขาดอายุความ
จำเลยไม่ได้ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตั้งแต่ พ.ศ.2483 ตลอดมา โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในปี พ.ศ.2494 สำหรับความผิดที่จำเลยละเลยไม่ต่ออายุใบสำคัญในระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2493 ถึง 22 มิถุนายน 2494 อันอยู่ในระหว่าง 1 ปี ถึงวันฟ้องได้ ไม่ขาดอายุความ
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2497
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2497
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 349/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คนต่างด้าวไม่ต่ออายุใบสำคัญประจำตัว ความผิดตาม พ.ร.บ.การทะเบียนคนต่างด้าว และประเด็นอายุความ
จำเลยไม่ได้ต่ออายุใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวตั้งแต่ พ.ศ.2483 ตลอดมา โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในปี พ.ศ.2494
สำหรับความผิดที่จำเลยละเลยไม่ต่ออายุใบสำคัญในระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2493 ถึง 22 มิถุนายน 2494 อันอยู่ในระหว่าง 1 ปีถึงวันฟ้องได้ ไม่ขาดอายุความ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2497)
สำหรับความผิดที่จำเลยละเลยไม่ต่ออายุใบสำคัญในระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2493 ถึง 22 มิถุนายน 2494 อันอยู่ในระหว่าง 1 ปีถึงวันฟ้องได้ ไม่ขาดอายุความ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2497)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ข่มขู่เรียกเงิน ถือเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 136
ตำรวจไปขู่เข็ญจะจับเขาฐานมีไม้ไว้ในครอบครองเกินกว่า 1 ยก และเรียกเอาเงินจากเขา 200 บาท ผลที่สุดตกลงกันเพียง 75 บาท เมื่อได้เงินจากเขาแล้ว ก็กลับไม่จับกุมต่อไป ดังนี้ เป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 136.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดในการจดทะเบียนสมรสและการคืนเงินหมั้นสินสอด กรณีฝ่ายชายไม่ยอมจดทะเบียน
ชายหญิงอยู่กินด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนชายเป็นฝ่ายผิดไม่ยอมจดทะเบียนเอง จะเรียกเงินหมั้นและสินสอดคืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจับกุมสุราเถื่อนและการทำร้ายร่างกาย: ไม่เข้าข่ายความผิดฐานใช้อำนาจในทางทุจริต
ตำรวจจับราษฎร ฐานมีสุราเถื่อนแล้วได้ทำร้ายราษฎรผู้นั้นมีบาดเจ็บอีกดังนี้ เมื่อปรากฏว่าราษฎรผู้นั้นเป็นเจ้าของสุราเถื่อนที่ถูกจับนั้น จริงก็จะฟ้องตำรวจผู้นั้นได้เพียงฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้นการกระทำของตำรวจผู้จับยังไม่เข้าลักษณะเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 145
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 289/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เขตอำนาจศาล: ความผิดเริ่มเกิดในจังหวัดใด ศาลจังหวัดนั้นมีอำนาจพิจารณา
ในความผิดฐานรับของโจรโคของกลางจับได้ที่จังหวัดสงขลาแต่โคนี้ถูกคนร้ายลักจากจังหวัดพัทลุงความผิดได้เริ่มเกิดในเขตอำนาจศาลจังหวัดพัทลุงศาลจังหวัดพัทลุงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2102/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักย้ายน้ำมันก๊าสเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจตรา เจ้าพนักงานยังสามารถควบคุมได้ ไม่เป็นความผิด
การห้ามยักย้ายตามประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดป้องกันการค้ากำไรเกินควร จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งออกประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความใน ม.8 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร 2490 นั้นหมายถึงการห้ามยักย้ายภายในเขตอำเภอเดียวกันด้วย เพราะการนำเข้ามาในเขตห้องที่อำเภอก็ดี การนำออกจากเขตท้องที่อำเภอก็ดี ได้ประกาศห้ามอยู่แล้ว
การยักย้ายในที่นี้มิได้หมายความแต่เพียงการพาเคลื่อนที่แต่หมายถึงการยักย้ายถ่ายเทเพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานได้ตรวจตราควบคุมเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร เช่นเจ้าพนักงานบังคับให้แจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บไว้แล้วหรือรู้อยู่ว่าจะถูกบังคับเช่นว่านั้นแล้วย้ายของนั้นไปเสียดังนี้เป็นต้น
เมื่อไม่ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาเช่นนั้นและเมื่อพาของเหล่านั้นไปยังตำบลที่อยู่ในประเทศ(ดอยมะอ่างขาง) แล้วเจ้าพนักงานก็ยังอาจตรวจตราควบคุมได้อยู่นั่นเองการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นผิดฐานฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการดังกล่าว
การยักย้ายในที่นี้มิได้หมายความแต่เพียงการพาเคลื่อนที่แต่หมายถึงการยักย้ายถ่ายเทเพื่อไม่ให้เจ้าพนักงานได้ตรวจตราควบคุมเกี่ยวกับการป้องกันการค้ากำไรเกินควร เช่นเจ้าพนักงานบังคับให้แจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บไว้แล้วหรือรู้อยู่ว่าจะถูกบังคับเช่นว่านั้นแล้วย้ายของนั้นไปเสียดังนี้เป็นต้น
เมื่อไม่ได้ความว่าจำเลยมีเจตนาเช่นนั้นและเมื่อพาของเหล่านั้นไปยังตำบลที่อยู่ในประเทศ(ดอยมะอ่างขาง) แล้วเจ้าพนักงานก็ยังอาจตรวจตราควบคุมได้อยู่นั่นเองการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นผิดฐานฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการดังกล่าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2032/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกำหนดเวลาเกิดเหตุในคดีอาญา: ผลกระทบต่อการรับฟังพยานหลักฐาน
เกี่ยวกับเวลากระทำผิดในคดีอาญา โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุเกิดคืนวันที่ 19 ก.พ. 95 "ชั้นสอบสวนพยานให้การว่าเกิดเหตุ"เวลา 1.00 นาฬิกาวันที่ 20 ก.พ." ชั้นศาลพยานให้การว่าเหตุเกิด "เวลา ราว 23.00 นาฬิกาวันที่ 19 ก.พ. "ผิดเวลากันเพียง 2 ชั่วโมงดังนี้ไม่ทำให้คดีโจทก์เสียไป