พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน: ศาลพิจารณาบาดแผลและชนิดกระสุนเพื่อตัดสินความผิด
ใช้ปืนยิงเขาในระยะห่าง 2 วาเศษ ถูกที่สำคัญบริเวณหน้าอก มีบาดแผลที่หน้าอกและแขนรวม 17 แห่ง แต่ละแห่งไม่มีกระสุนฝังลงไปในร่างกายเลย เพียงแต่ฟกบวมและหนังขาดเท่านั้น รักษาบาดแผล 10 วันหาย ดังนี้แสดงว่าถูกกระสุนปืนลูกปลายและดินส่งกระสุนปืนอ่อน ไม่สามารถทำให้ผู้ถูกยิงถึงตายได้ จึงเป็นความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายถึงบาดเจ็บตามมาตรา 254 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกที่ดินสาธารณะประโยชน์เพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตัว ถือเป็นความผิดทางอาญา
ที่ดินที่เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์สาธารณประโยชน์สำหรับราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันนั้น เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ.มาตรา 1304 (2) และเป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษามิให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นประโยชน์เฉพาะตัวตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ 2457 ฉะนั้นเมื่อปรากฎว่ามีบุคคลบุกรุกเข้ามาทำนาหรือครอบครองเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียกรมการอำเภอย่อมมีอำนาจมีคำสั่งให้ผู้บุกรุกนั้นออกไปได้ ถ้าผู้นั้นฝ่าฝืนก็ย่อมมีความผิดฐานขัดคำสั่งตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 334
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1246/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายเกินราคาควบคุม: ศิลปะการค้าไม่เป็นเหตุให้มีความผิด
การจัดร้านสะอาดก็ดี การต้อนรับก็ดี จัดเป็นศิลปในการค้าหาเป็นเหตุให้ขายน้ำชาเกินกว่าราคาควบคุมไม่
ส่วนการชงน้ำชาดีนั้นอาจเกี่ยวแก่ฝีมือหรือเอากำไรแต่น้อยก็อาจทำให้น้ำชามีรสดีได้ ถึงดังนี้ก็ไม่เป็นเหตุให้ขายเกินราคาควบคุมโดยไม่มีความผิดได้
ส่วนการชงน้ำชาดีนั้นอาจเกี่ยวแก่ฝีมือหรือเอากำไรแต่น้อยก็อาจทำให้น้ำชามีรสดีได้ ถึงดังนี้ก็ไม่เป็นเหตุให้ขายเกินราคาควบคุมโดยไม่มีความผิดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1131/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขาดนัดพิจารณาจากความผิดทนายจำเลย ศาลไม่จำเป็นต้องไต่สวน และไม่อนุญาตให้สืบพยานเพิ่มเติม
ศาลพิจารณาสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว นัดเลื่อนไปสืบพยานจำเลย ถึงกำหนดนัดจำเลย ทนายและพยานไม่มาศาล รุ่งขึ้นจำเลยมายื่นคำร้องว่า เป็นเพราะทนายจำเลยพลั้งเผลอ จดวันนัดผิดไปดังนี้ ศาลไม่จำเป็นต้องไต่สวนว่า เป็นความจริงตามคำร้องหรือไม่ เพราะแม้เป็นความจริงตามคำร้องก็ยังเป็นความผิดของฝ่ายจำเลยเอง ศาลจึงย่อม มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยนำพยานเข้าสืบได้ทีเดียว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บค่าเช่านาเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แม้มีสัญญาเช่าก่อนประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านา ก็ยังถือว่ามีความผิด
แม้จะทำสัญญาเช่านากันไว้ก่อนประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา ก็ดี แต่เมื่อเก็บค่าเช่ากันนั้น ได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านาแล้ว ดังนี้ ถ้าค่าเช่าที่เก็บเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าของนาผู้ให้เช่าก็ย่อมผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านา 2493 มาตรา16.
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเก็บค่าเช่านาจากนายย้าผู้เช่าทำเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลย ให้นายบุญธรรมเช่านาไปแล้ว นายบุญธรรมให้นายย้าทำนา เมื่อจำเลยไปเก็บค่าเช่านายบญธรรมจึงให้ไปเก็บกับ นายย้า ดังนี้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เมื่อค่าเช่าที่เก็บเกินอัตราแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิด./
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเก็บค่าเช่านาจากนายย้าผู้เช่าทำเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลย ให้นายบุญธรรมเช่านาไปแล้ว นายบุญธรรมให้นายย้าทำนา เมื่อจำเลยไปเก็บค่าเช่านายบญธรรมจึงให้ไปเก็บกับ นายย้า ดังนี้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เมื่อค่าเช่าที่เก็บเกินอัตราแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิด./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเช่านาเกินอัตราหลังพ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา มีความผิดแม้ทำสัญญาก่อนประกาศใช้
แม้จะทำสัญญาเช่านากันไว้ก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาก็ดี แต่เมื่อเก็บค่าเช่ากันนั้น ได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาแล้ว ดังนี้ ถ้าค่าเช่าที่เก็บเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ เจ้าของนาผู้ให้เช่าก็ย่อมผิดตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่านา 2493 มาตรา 16
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเก็บค่าเช่านาจากนายย้าผู้เช่าทำเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยให้นายบุญธรรมเช่านาไป แล้วนายบุญธรรมให้นายย้าทำนาเมื่อจำเลยไปเก็บค่าเช่านายบุญธรรมจึงให้ไปเก็บกับนายย้า ดังนี้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เมื่อค่าเช่าที่เก็บเกินอัตราแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิด
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเก็บค่าเช่านาจากนายย้าผู้เช่าทำเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยให้นายบุญธรรมเช่านาไป แล้วนายบุญธรรมให้นายย้าทำนาเมื่อจำเลยไปเก็บค่าเช่านายบุญธรรมจึงให้ไปเก็บกับนายย้า ดังนี้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เมื่อค่าเช่าที่เก็บเกินอัตราแล้ว จำเลยก็ย่อมมีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 103/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำพยานหลักฐานเท็จต้องก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถูกกล่าวหา จึงจะถือเป็นความผิด
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยให้โอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย คดีอยู่ในระหว่างพิจารณา จำเลยสมคบกับพวกกระทำพยานหลักฐานเท็จโดยจำเลยทำสัญญากู้เงินผู้อื่นแล้วให้ผู้อื่นมาฟ้องเรียกเงินกู้ต่อศาล และจำเลยยอมความยอมใช้เงินตามสัญญากู้ ซึ่งความจริงจำเลยไม่ได้เป็นหนี้สินตามสัญญากู้นั้นเลย ดังนี้ เพียงเท่านี้โจทก์ยังไม่ได้รับความเสียหายอย่างใด ย่อมไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยฐานกระทำพยานหลักฐานเท็จตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 157 ได้./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขอาวุธปืนโดยไม่ประสงค์จะใช้ในทางผิดกฎหมาย ไม่ถือเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
เจ้าของปืนผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืน ทำพานท้ายปืนใหม่เปลี่ยนของเก่าที่ชำรุดแล้ว ตอกเครื่องหมายลงที่พาน ท้ายปืนซึ่งทำใหม่ให้เหมือนอันเก่า โดยมิได้ประสงค์จะเอาปืนกระบอกนั้นไปใช้ในการผิดกฎหมายใด อันจะเกิด ความเสียหายขึ้นได้แต่ประการใดดังนี้ เจ้าของปืนยังไม่มีความผิดฐานปลอมหนังสือ./
(อ้างฎีกาที่ 1006/2481)
(อ้างฎีกาที่ 1006/2481)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขปืนโดยไม่ประสงค์เจตนาทุจริต ไม่ถือเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
เจ้าของปืนผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืน ทำพานท้ายปืนใหม่เปลี่ยนของเก่าที่ชำรุดแล้ว ตอกเครื่องหมายลงที่พานท้ายปืนซึ่งทำใหม่ให้เหมือนอันเก่า โดยมิได้ประสงค์จะเอาปืนกระบอกนั้นไปใช้ในการผิดกฎหมายใด อันจะเกิดความเสียหายขึ้นได้แต่ประการใด ดังนี้ เจ้าของปืนยังไม่มีความผิดฐานปลอมหนังสือ (อ้างฎีกาที่ 1006/2481)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 999/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องยักยอกทรัพย์ต้องระบุรายละเอียดชัดเจน และการหลอกลวงขายของเป็นความผิดตามกฎหมาย
ฟ้องหาว่า จำเลยยักยอกทรัพย์ แต่มิได้ระบุวันเวลาที่กล่าวหา เป็นแต่ระบุเดือนปีที่กล่าวหาทั้งเดือน และไม่ได้บรรยายด้วยว่าจำเลยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลรักษาหรือเก็บรักษาทรัพย์หรือจัดการทรัพย์อย่างใดๆ นั้นศาลย่อมไม่รับพิจารณาข้อหาฐานยักยอกทรัพย์
ฟ้องหาว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยเป็นเจ้าของตู้เย็น ขอขายให้โจทก์ โจทก์หลงเชื่อรับซื้อไว้ ดังนี้ แม้จะมิได้กล่าวว่าหลงเชื่อว่าอย่างไรก็พอเข้าใจได้ว่าหลงเชื่อว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยตามที่ใช้อุบายหลอกลวงนั้น คำว่าใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็พอเข้าใจได้ว่า จำเลยเอาความเท็จมากล่าวว่าเป็นของจำเลย และเมื่อพิจารณาประกอบฟ้องอีกข้อหนึ่ง ที่ว่าโจทก์ไปที่ร้านค้าจำเลย ปรากฏว่าสิ่งของทั้งหมดไม่มีอยู่ในร้าน ถามจำเลยจำเลยว่าของเหล่านี้เดิมจำเลยเช่ามาจากเจ้าของ เจ้าของเอาไปหมดแล้ว เป็นการแสดงว่า ของที่กล่าวไม่ใช่ของจำเลย แต่จำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าเป็นของจำเลย และขายให้โจทก์ จึงเป็นฟ้องที่ศาลควรรับฟ้องไว้พิจารณาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 ได้
ฟ้องหาว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยเป็นเจ้าของตู้เย็น ขอขายให้โจทก์ โจทก์หลงเชื่อรับซื้อไว้ ดังนี้ แม้จะมิได้กล่าวว่าหลงเชื่อว่าอย่างไรก็พอเข้าใจได้ว่าหลงเชื่อว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยตามที่ใช้อุบายหลอกลวงนั้น คำว่าใช้อุบายหลอกลวงว่าจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ก็พอเข้าใจได้ว่า จำเลยเอาความเท็จมากล่าวว่าเป็นของจำเลย และเมื่อพิจารณาประกอบฟ้องอีกข้อหนึ่ง ที่ว่าโจทก์ไปที่ร้านค้าจำเลย ปรากฏว่าสิ่งของทั้งหมดไม่มีอยู่ในร้าน ถามจำเลยจำเลยว่าของเหล่านี้เดิมจำเลยเช่ามาจากเจ้าของ เจ้าของเอาไปหมดแล้ว เป็นการแสดงว่า ของที่กล่าวไม่ใช่ของจำเลย แต่จำเลยใช้อุบายหลอกลวงว่าเป็นของจำเลย และขายให้โจทก์ จึงเป็นฟ้องที่ศาลควรรับฟ้องไว้พิจารณาตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 ได้