พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำลายโบราณสถานโดยผู้ไม่เป็นเจ้าของ: ไม่มีผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน
เจดีย์ ซึ่งทางราชการขึ้นทะเบียนเป็นโบรารสถานอยู่ในอารักขาของทางราชการนั้น ถ้ามีผู้อื่นซึ่งไม่ใช่เจ้าของพระเจดีย์องค์นั้นไปขุดทำลายหรือทำให้เสียหายแก่พระเจดีย์นั้น ผู้นั้นยังไม่ผิดตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณสถานวัตถุ ฯลฯ พ.ศ.2477 ฉะนั้นจึงจะลงโทษตามมาตรา 30 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำลายโบราณสถานโดยผู้ไม่เป็นเจ้าของ ไม่ผิดตามมาตรา 10 พ.ร.บ.โบราณสถานฯ
เจดีย์ซึ่งทางราชการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอยู่ในอารักขาของทางราชการนั้น ถ้ามีผู้อื่นซึ่งไม่ใช่เจ้าของพระเจดีย์องค์นั้นไปขุดทำลายหรือทำให้เสียหายแก่พระเจดีย์นั้น ผู้นั้นยังไม่ผิดตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยโบราณสถาน ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุฯลฯ พ.ศ.2477ฉะนั้นจึงจะลงโทษตามมาตรา 30 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าพนักงานใช้อำนาจในทางทุจริตเรียกรับเงิน, สมคบกระทำผิด, ความผิดฐานชิงทรัพย์
จำเลยเป็นตำรวจประจำการได้สมคบกับพวกแกล้งกล่าวหาว่าเขาทำผิดกฎหมาย แล้วนำตัวเขาไปเพื่อจะดำเนินคดี ระหว่างทางเขายอมให้เงิน 60 บาทแก่พวกจำเลยตามคำเรียกร้องของจำเลยกับพวก แล้วจำเลยก็ปล่อยเขากลับบ้านได้ ดังนี้จะถือว่าจำเลยกับพวกใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญจะทำร้ายอันจะปรับบทเป็นความผิด ฐานชิงทรัพย์ไม่ได้ แต่อาจเป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136 ได้
ฟ้องบรรยายว่า จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่ง สมคบกันใช้วาจาขู่เข็ญผู้เสียหายว่า จะจับกุมเพราะไม่เสียภาษีและไม่ออกใบรับเงินปิดอากรแสตมป์โดยประสงค์จะเรียกร้องบังคับเอาเงินเป็นผลประโยชน์รายได้ อันมิควรจะได้ตามกฎหมายผู้เสียหายได้ถูกจับกุมไป ระหว่างทางมีความกลัวจึงให้เงินแก่พวกจำเลย เพื่อให้จำเลยปล่อยตัวฯลฯ จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีฯลฯ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136,298 ดังนี้ พอถือได้ว่าเป็นฟ้องที่มีข้อหาในฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตด้วย ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 136 ได้
สำหรับผู้ที่มิได้เป็นเจ้าพนักงานนั้น ถ้าได้สมคบกับเจ้าพนักงานกระทำผิดตามมาตรา 136 แล้ว ก็มีโทษตามมาตรา 136 ได้ แต่ผิดเพียงฐานสมรู้
ฟ้องบรรยายว่า จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่ง สมคบกันใช้วาจาขู่เข็ญผู้เสียหายว่า จะจับกุมเพราะไม่เสียภาษีและไม่ออกใบรับเงินปิดอากรแสตมป์โดยประสงค์จะเรียกร้องบังคับเอาเงินเป็นผลประโยชน์รายได้ อันมิควรจะได้ตามกฎหมายผู้เสียหายได้ถูกจับกุมไป ระหว่างทางมีความกลัวจึงให้เงินแก่พวกจำเลย เพื่อให้จำเลยปล่อยตัวฯลฯ จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีฯลฯ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136,298 ดังนี้ พอถือได้ว่าเป็นฟ้องที่มีข้อหาในฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตด้วย ศาลย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 136 ได้
สำหรับผู้ที่มิได้เป็นเจ้าพนักงานนั้น ถ้าได้สมคบกับเจ้าพนักงานกระทำผิดตามมาตรา 136 แล้ว ก็มีโทษตามมาตรา 136 ได้ แต่ผิดเพียงฐานสมรู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 101/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องอาญา: การระบุเวลาในความผิดที่กระทำในเวลาราชการ
โจทก์ ฟ้องระบุถึงวันเดือนปีที่จำเลยนำหนังสือปลอมไปแสดงต่อเจ้าพนักงานหอทะเบียนที่ดินโดยอ้างว่าเป็นหนังสืออันแท้จริงไว้แล้ว คงขาดแต่ไม่ได้กล่าวเวลาที่ไปแสดงนั้นเป็นเวลาใดกลางวันหรือกลางคืน แต่ตามฟ้องนั้นเองก็ย่อมจะเข้าใจได้ว่าจำเลยนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานในเวลาราชการ ซึ่งตามปกติเป็นเวลากลางวัน ทั้งปรากฎตามคำให้การของจำเลย ก็เห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจข้อหาดีอยู่แล้ว ดังนี้ ย่อมถือได้ว่า ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์พอเพียงตามความประสงค์ของกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรุกล้ำทางหลวงด้วยการปลูกพืชผล ไม่เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 336
จำเลยปลูกพืชผลทำสวนครัวรุกล้ำเข้าไปในทางหลวง เป็นเหตุให้ขัดข้องแก่ความสดวกในการไปมาของสาธารณชนนั้น ยังไม่ต้องด้วยก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 336(1)(2) (อ้างฎีกาที่ 411/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกพืชรุกล้ำทางหลวงไม่เป็นความผิดทางอาญา
จำเลยปลูกพืชผลทำสวนครัวรุกล้ำเข้าไปในทางหลวง เป็นเหตุให้ขัดข้องแก่ความสะดวกในการไปมาของสาธารณชนนั้น ยังไม่ต้องด้วยกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 336(1),(2) (อ้างฎีกาที่ 411/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น: การพิจารณาโทษหนักกว่าเมื่อมีความผิดตามมาตรา 301 วรรคสาม
ความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 วรรคสาม ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4)พ.ศ.2477 มาตรา 7 นั้น กำหนดโทษไว้หนักกว่าความผิดฐานฆ่าคนตายตามมาตรา 250 ประกอบด้วยมาตรา 60
ฉะนั้นเมื่อศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 วรรคสามแล้ว แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 250,60 ด้วย ศาลฎีกาก็ไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยจะมีความผิดตามมาตรา 250 ประกอบด้วยมาตรา 60ด้วยหรือไม่
ฉะนั้นเมื่อศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301 วรรคสามแล้ว แม้โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 250,60 ด้วย ศาลฎีกาก็ไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยจะมีความผิดตามมาตรา 250 ประกอบด้วยมาตรา 60ด้วยหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตัวการร่วมกับอุปการะหลังความผิด: ความแตกต่างทางกฎหมาย
คนร้ายหลายคนร่วมใจกันเข้าลักทรัพย์แล้วแบ่งหน้าที่กันยกขนรับส่งดังนี้ คนร้ายทุกคนเป็นตัวการในการลักทรัพย์ด้วยกัน
แต่ในกรณีที่คนในโรงงานนัดหมายให้คนนอกโรงงานมารับเอาทรัพย์ที่ตนลักได้มาแล้วให้ช่วยพาไปเสียให้พ้นดังนี้การลักทรัพย์ได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว การกระทำของคนนอกโรงงานเป็นการอุปการะภายหลังการกระทำผิดจึงไม่ผิดฐานเป็นตัวการลักทรัพย์รายนั้นด้วย
แต่ในกรณีที่คนในโรงงานนัดหมายให้คนนอกโรงงานมารับเอาทรัพย์ที่ตนลักได้มาแล้วให้ช่วยพาไปเสียให้พ้นดังนี้การลักทรัพย์ได้สำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว การกระทำของคนนอกโรงงานเป็นการอุปการะภายหลังการกระทำผิดจึงไม่ผิดฐานเป็นตัวการลักทรัพย์รายนั้นด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 871/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การดัดแปลงปืน: การตอกตราเลขเครื่องหมายใหม่ ไม่ถือเป็นความผิด หากไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ข้อเท็จจริงได้ความเพียงตามคำรับของจำเลยว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้มี และใช้ปืนแล้วแต่เลขเครื่องหมายเดิมที่พานท้ายปืนลบเลือนไปจำเลยจึงตอกตราเลขเครื่องหมายเสียใหม่ด้วยตนเองดังนี้ ยังไม่พอจะชี้ขาดว่าการกระทำของจำเลยอยู่ในลักษณะสามารถที่อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นแก่สาธารณะชน หรือแก่ผู้หนึ่งผู้ใดจำเลยจึงยังไม่ผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 223,224 (อ้างฎีกาที่1006/2481)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับ เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249,60 ศาลชั้นต้นฟังวาจำเลยยิงขู่ไม่มีเจตนาจะยิงผู้เริ่ม+ จึงพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรง ไม่อาจทำลายชีวิตได้ จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254,60 ดังนี้ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219 (อ้างฎีกาที่ 1316/2493)
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีเจตนาจะยิงผู้เสียหาย แต่ปืนที่ใช้ยิงเป็นปืนทำเองไม่ร้ายแรงกระสุนก็ไม่ร้ายแรง ไม่อาจทำลายชีวิตได้ จึงพิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามทำร้ายร่างกายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254,60 ดังนี้ในข้อหาโจทก์ที่หาว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยเจตนานั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีความผิดแล้ว โจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 219 (อ้างฎีกาที่ 1316/2493)