พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดต่อเจ้าพนักงาน: การขู่เข็ญขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 119,120 โดยบรรยายถึงการกระทำของจำเลยมีใจความว่า "จำเลยสมคบกันใช้วาจาขู่เข็ญว่าจะทำร้ายนายประทวนปลัดอำเภอ โดยประสงค์จะขัดขวางไม่ให้นายประทวนทำการรังวัดที่ดินตามหน้าที่อันชอบด้วยกฎหมาย " แล้วบรรยายข้อเท็จจริงประกอบนั้น การกระทำเช่นนี้ ย่อมเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา120 เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว ศาลก็พิพากษาได้ตามป.ม.วิ.อาญามาตรา 176
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงสุราแม่โขงเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต: ความผิดตาม พ.ร.บ.สุรา แต่ไม่ริบสุรา
นำสุราแม่โขงออกแสดงเพื่อขายโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตย่อมเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติสุรา 2493มาตรา 17 แต่สุราแม่โขงที่นำออกแสดงเพื่อขายนั้นตามมาตรา 45 มิได้บัญญัติให้ริบ
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2494)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 4/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 497/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชิงทรัพย์: การใช้กำลังแย่งทรัพย์ที่ลักมาคืนถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
จำเลยลักไก่เขาไป เจ้าทรัพย์ติดตามพบในเวลากระชั้นชิด แล้วแย่งไก่คืนจากจำเลย จำเลยจึงทำร้ายเจ้าทรัพย์เพราะเจ้าทรัพย์แย่งไก่ที่จำเลยลักไปคืนจากจำเลย ย่อมเป็นการใช้กำลังทำร้ายเพื่อประสงค์จะเอาผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่จำเลยลักทรัพย์ตามความในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 298(3) จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานชิงทรัพย์ กรรมที่จำเลยกระทำการลักและทำร้ายร่างกายเจ้าทรัพย์นั้นเป็นกรรมที่ต่อเนื่องเรื่องเดียวกัน หาใช่ต่างกรรมต่างวาระกันไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับสารภาพเรื่องราคาฝิ่น: ไม่ต้องสืบพยานยืนยัน หากจำเลยไม่โต้แย้ง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยนำฝิ่นผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร โดยได้ระบุถึงจำนวนฝิ่นและราคาฝิ่น ทั้งยังบรรยายถึงราคาฝิ่นรัฐบาลในท้องที่ตามวันเวลาเกิดเหตุเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการเรื่องราคาฝิ่นตามฟ้องก็มิได้คัดค้านแต่ประการใด ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้รับตลอดถึงราคาฝิ่นแล้ว แม้คดีมีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปี โจทก์ต้องสืบพยานให้เป็นที่พอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงก็ตาม เมื่อโจทก์นำพยานมาสืบว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิดจริงตามฟ้องแล้วแม้จะไม่ได้สืบเรื่องราคาฝิ่นอีกก็ตามและโดยเหตุที่ราคาฝิ่นเป็นเพียงคำนวณค่าปรับ หาใช่เป็นธาตุฐานแห่งความผิดเมื่อจำเลยให้การรับอยู่แล้วตามฟ้องจึงเป็นการเพียงพอฟังได้ว่าฝิ่นมีราคาจริงดังฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหว่านกล้าปลูกข้าวรุกล้ำทางหลวง ไม่ถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 336
การหว่านกล้าก็ดี ปลูกต้นข้าวก็ดี รุกล้ำเข้าไปในทางหลวงนั้น จะให้ถือว่าเป็นการเอาไปทอดทิ้งยังไม่ได้ จึงไม่เป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 336 ข้อ 1 และจะถือว่าเป็นการปลูกสร้างสิ่งใด ๆ ยังไม่ได้ จึงไม่เป็นผิดตามมาตรา 336 ข้อ 2 ดุจกัน (อ้างฎีกาที่ 78,79,80/2843 และที่ 148/2483 )
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดยักย้ายข้าวตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว 2489 และการริบข้าวที่เกี่ยวเนื่องกับความผิด
ทำสัญญาซื้อข้าวกัน 1,000 กระสอบแล้วส่งคนเอาเรือเอี้ยมจุ๊นไปจัดการขนข้าวจากโกดังที่เก็บบรรทุกลงเรือพอบรรทุกลงเรือได้ 716 กระสอบก็ถูกจับดังนี้ ต้องฟังว่า จำเลยได้ยักย้ายข้าว 716 กระสอบจากสถานที่เก็บฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 ซึ่งห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บ ฯลฯ เป็นความผิดสำเร็จแล้วตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว 2489 มาตรา 17 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ.2489 มาตรา 10 ข้าว 716 กระสอบที่ขนย้ายแล้ว ก็ตกเป็นข้าวที่ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิด ซึ่งตามมาตรา 21ทวิ บัญญัติให้ริบเสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 346/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์สำเร็จบางส่วน แม้จะเอาทรัพย์ไปไม่ทั้งหมด ก็ถือเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ได้
จำเลยเจตนาจะลักตะเกียงท้ายรถยนต์ของผู้เสียหาย จึงไขตะปูควงตะเกียงท้ายรถยนต์ จนตะเกียงหลุดจากท้ายรถแล้วดวงหนึ่ง อีกดวงหนึ่งยังไม่หลุด ดังนี้ถือว่าจำเลยกระทำการจนตะเกียงหลุดเคลื่อนออกไปจากท้ายรถแล้วเรียกได้ว่าเป็นการเอาทรัพย์ไปเป็นความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จแล้วส่วนหนึ่ง แม้ทรัพย์สิ่งอื่นจะยังเอาไปไม่สำเร็จก็ตาม (อ้างฎีกาที่ 999/2485)
โจทก์ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์(ในข้อเท็จจริง) ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่า ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 220 โจทก์จึงทำฎีกามายื่นในวันรุ่งขึ้นใหม่อีกครั้งเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ดังนี้เมื่อมายื่นภายในอายุความฎีกา ศาลชั้นต้นสั้งรับไว้ได้
โจทก์ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์(ในข้อเท็จจริง) ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอ้างว่า ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 220 โจทก์จึงทำฎีกามายื่นในวันรุ่งขึ้นใหม่อีกครั้งเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ดังนี้เมื่อมายื่นภายในอายุความฎีกา ศาลชั้นต้นสั้งรับไว้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตั้งรั้วไซมานรุกล้ำทางน้ำสาธารณะ แม้ได้รับอนุญาตแต่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประมง
ขออนุญาตตั้งรั้วไซมานประมงอำเภอ ได้ปักกรุยเขตให้แล้ว แต่ไม่ทำตามที่เจ้าพนักงานกำหนดให้ทำกลับปักเสารั้งไซมานรุกล้ำปิดทางน้ำเสียหมด ดังนี้ต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.การประมง 2490 มาตรา 31 ,61
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทรัพย์ที่ถูกลักยักยอก ไม่ใช่ของตกหาย ไม่ผิดตามมาตรา 318
โจทก์ฟ้องบรรยายว่ามีคนร้ายลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปแล้วต่อมาจำเลยได้เก็บทรัพย์ซึ่งถูกคนร้ายลักไปนั้นได้ แล้วจำเลยมีเจตนาทุจริตยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ของจำเลยเสียไม่กระทำตามกฎหมายที่บังคับไว้สำหรับการเก็บของตก ของหาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 318 ดังนี้ทรัพย์ที่หาว่ายักยอกเป็นทรัพย์ที่ถูกคนร้ายลักไป ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นของตกหาย ตามความหมายแห่ง ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 318 จำเลยจึงยังไม่ผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
(อ้างฎีกาที่ 138/2492)
(อ้างฎีกาที่ 138/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความเกี่ยวข้องกับของกลาง: ภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่มีความผิด
ตำรวจตรวจค้นได้เครื่องรับส่งวิทยุและเครื่องอุปกรณ์ อยู่บนบ้าน ขณะค้นเจ้าของบ้านไม่อยู่ คงอยู่แต่ภรรยาเจ้าของบ้านโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแต่อย่างใดเลยว่า ภรรยาเจ้าของบ้านได้เกี่ยวข้องกับวิทยุของกลาง นอกจากคำของภรรยายเจ้าของบ้านเองว่ามีคนอื่นมาเช่าห้องเล็กชั้นบนนั้น โดยบอกว่าได้พูดตกลงกับสามีแล้ว แล้วก็ชนของกลางมา รูปคดีเพียงเท่านี้จะเอาผิดแก่ภรรยาฐานมีวิทยุของกลางไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้