พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองวิทยุของกลาง: ความผิดฐานครอบครองโดยไม่มีอนุญาตต้องมีหลักฐานเชื่อมโยง
ตำรวจตรวจค้นได้เครื่องรับส่งวิทยุและเครื่องอุปกรณ์ อยู่บนบ้านขณะค้นเจ้าของบ้านไม่อยู่ คงอยู่แต่ภรรยาเจ้าของบ้านโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานแต่อย่างใดเลยว่าภรรยาเจ้าของบ้านได้เกี่ยวข้องกับวิทยุของกลาง นอกจากคำของภรรยาเจ้าของบ้านเองว่ามีคนอื่นมาเช่าห้องเล็กชั้นบนนั้น โดยบอกว่าได้พูดตกลงกับสามีแล้วแล้วก็ขนของกลางมารูปคดีเพียงเท่านี้จะเอาผิดแก่ภรรยาฐานมีวิทยุของกลางไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบทรัพย์สินของบุคคลที่มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดขัดต่อรัฐธรรมนูญ
บทบัญญัติมาตรา 13 ทวิ(1) แห่ง พ.ร.บ.สำรวจ และห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2489 มาตรา 6 เฉพาะที่ให้ริบทรัพย์ของบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นในการกระทำผิดด้วยนั้น เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 29 และบทบัญญัติโดยเฉพาะดังกล่าวนี้จึงใช้บังคับมิได้ตามความในมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญาที่ขาดรายละเอียดการกระทำความผิด ศาลไม่สามารถลงโทษฐานทำร้ายร่างกายได้
โจทก์บรรยายว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 5 ถึงที่ 10 อีกฝ่ายหนึ่งต่างมีสาตราวุธ วิวาทต่อสู้กันในถนนหลวง และในการวิวาทต่อสู้กันนี้ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ได้สมคบกันทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 5 ที่ 6 ถึงบาดเจ็บและจำเลยที่ 5 ถึงที่ 10 ได้สมคบกันทำร้ายร่างกายจำเลยที่ 1 ที่ 2 ถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254,335(6) ดังนี้ฟ้องในตอนหลังที่กล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายนั้น มิได้บรรยายรายละเอียดว่าคนไหนทำคนไหนให้ชัดแจ้ง ย่อมถือได้เพียงว่าจำเลยวิวาทกันถึงแก่มีบาดเจ็บเท่านั้น ศาลจะลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจอัยการสั่งจ่ายสินบลนำจับคดีลักลอบส่งออกสินค้า
ในกรณีที่ฟ้องผู้ลักลอบนำสินค้าที่ต้องห้ามออกไปนอกราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรและ พ.ร.บ.ควบคุมการออกไปนอก ฯลฯนั้น อัยการมีอำนาจขอให้ศาลสั่งจ่ายค่าสินบลและรางวัลแก่ผู้จับตาม พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอก ฯลฯมาตรา 9 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 207/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวางเพลิงทรัพย์สินของตนเอง ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 186
จำเลยวางเพลิงเผาเรือนของจำเลยเองแต่ขณะเผามีคนอื่นใช้เป็นเคหะสถานที่อยู่อาศัย ก็ไม่เป็นผิดตามมาตรา 186 (1) (อ้างฎีกาที่ 389/83 และ 747/84)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1995/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในการกระทำความผิด: ปล้นทรัพย์ vs. ฆ่าคนตาย
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปล้นทรัพย์ และบรรยายว่าในการปล้นทรัพย์นี้ จำเลยได้สมคบกันใช้มีดขู่จะทำร้ายและใช้ปืนยิงเจ้าทรัพย์ 1 นัด เจ้าทรัพย์ทนพิษบาดแผลที่จำเลยยิงไม่ได้ได้ขาดใจตายในทันทีนั้น ดังนี้เป็นลักษณะของการปล้นและทำให้เจ้าทรัพย์ตายเท่านั้น เมื่อไม่กล่าวให้ชัดว่าจำเลยได้มีเจตนาจะฆ่าเจ้าทรัพย์ให้ตายอันเป็นลักษณะของความผิดฐานฆ่าคนตายด้วยแล้ว ศาลก็จะลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 250 ด้วยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1989/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเล่นพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดทางอาญา การฟ้องต้องระบุชัดเจนว่าเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยบังอาจจัดให้มีการเล่นการพะนันสลากกินรวบ ขอให้ลงโทษ แต่ในฟ้องมิได้บรรยายว่า เล่นโดยไม่ได้รับอนุญาตดังนี้ ศาลต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารต้องระบุรายละเอียดการกระทำความผิดชัดเจน
ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงและปลอมหนังสือแต่ตามฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยเอาข้อความเท็จมาหลอกลวงเมื่อวันเวลาใด เป็นแต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าว แล้วบรรยายต่อไปว่าจำเลยเขียนเช็คฉบับใดลงวันเดือนปี ให้ผู้มีชื่อ ผู้มีชื่อนำเช็คนั้นมามอบให้โจทก์เมื่อวันใดก็ไม่บอกในฟ้อง และทั้งในฟ้องก็ไม่บรรยายว่าจำเลยทำผิดฐานปลอมหนังสือนั้นทำอย่างไร เป็นแต่โจทก์บอกมาในฟ้องว่า โจทก์นำเช็ค 3 ฉบับไปขอรับเงินที่ธนาคาร ธนาคารว่าเงินไม่พอจ่ายจึงคืนเช็คเพียงเท่านี้เป็นฟ้องที่ยังลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1942/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดคนต่างด้าวและการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองสองฉบับ: การพิจารณาโทษตามกฎหมายใหม่
พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 มาตรา 42 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.นี้และกำหนดโทษไว้ แต่ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 มิได้กำหนดโทษความผิดไว้ คงมีมาตรา 58 บัญญัติห้ามคนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักร ด้วยการเข้ามาโดยฝ่าฝืนมาตรา 11 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 มีความผิดต้องระวางโทษ ฉะนั้นเมื่อใช้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2493 แล้วจะฟ้องคนต่างด้าวหาว่าเข้ามาในราชอาณาจักรสยามฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 ศาลย่อมลงโทษตามที่ฟ้องไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1931/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในการกระทำความผิดฐานกระทำอนาจาร การกระชากเพื่อทำร้าย ไม่ถือเป็นความผิดฐานอนาจาร
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยสั่งว่า "...พิเคราะห์เห็นข้อความที่ตัดสินนั้น เป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุด จึงอนุญาตให้ฎีกา" คำสั่งดังนี้ตรงตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 221 แล้ว ศาลฎีการับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาได้
ชายจับมือหญิงสาว กระชากมาเพื่อจะทำร้ายไม่ใช่เจตนาจะทำอนาจาร นั้นย่อมไม่เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246
ชายจับมือหญิงสาว กระชากมาเพื่อจะทำร้ายไม่ใช่เจตนาจะทำอนาจาร นั้นย่อมไม่เป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246