คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ความผิด

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เรือเป็นพาหนะในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบได้แต่ยังไม่สมควร
จำเลยใช้เรือไปทำการลักอ้อยและบรรทุกอ้อย จึงถือได้ว่าจำเลยได้ใช้เรือนี้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบเรือได้ตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 27 แต่รูปคดีนี้ยังไม่สมควรสั่งให้ริบเรือ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาฆ่าจากการอาฆาต: การพิจารณาความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา แม้พบผู้ตายโดยบังเอิญ
เดิมจำเลยต้องหาว่าชิงทรัพย์ผู้ตายเป็นผู้ใหญ่บ้าน ได้จับจำเลยได้ในที่สุดศาลพิพากษาจำคุก จำเลยหลบหนีเรือนจำและเคยพูดอาฆาตผู้ตายไว้ วันเกิดเหตุผู้ตายเห็นจำเลยเดินลุยน้ำมา จึงร้องทักไป จำเลยจำเสียงผู้ตายได้จึงตรงเข้าแทงผู้ตายตามที่พูดอาฆาตไว้ ผู้ตายรักษาตัวอยู่ 21 วันก็ตาย ดังนี้ รูปคดีหาใช่เป็นเรื่องจำเลยแทงเพราะผู้ตายเข้าทำการจับกุมไม่ คดีไม่เข้าบทมาตรา 250 ข้อ 2 ฐานฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งทำการตามหน้าที่ และจะลงโทษจำเลยตามมาตรา 250 ข้อ 3 ฐานฆ่าคนตายโดยความพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายก็ไม่ได้ เพราะแม้จำเลยจะแทงผู้ตายด้วยความพยาบาท ก็ขาดความพยายาม โดยจำเลยมาพบผู้ตายเข้าในที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายโดยแรง จนทะลุถึงน้ำดี ประกอบกับจำเลยเคยพูดอาฆาตไว้ก่อนแล้ว ดังนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานฆ่าคนโดยเจตนา.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับของโจร: เพียงรับทรัพย์ที่รู้ว่าได้มาจากการกระทำผิด ก็มีความผิดตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องที่เกิดเหตุรวม 2 ตำบล ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้กระทำผิดในตำบลหนึ่งนั้น ไม่เรียกว่า ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ลงโทษจำเลยได้
การรับของโจร ไม่จำต้องรับไว้จากคนร้ายที่ลักมาโดยตรง เพียงแต่รับไว้โดยรู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย ก็มีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา 321 ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทำร้ายร่างกายจนผู้อื่นไม่สามารถทำงานได้เกิน 20 วัน เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 256(8)
ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บไม่สามารถจะทำการงานอย่างใดๆเป็นเวลา27 วัน เพราะยกแขนขึ้นไม่ได้ ให้เจ็บปวด ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่า ผู้เสียหายไม่สามารถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปกติเกินกว่า 20 วันต้องตามบทบัญญัติมาตรา 256 ข้อ 8
ศาลชั้นต้นลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 256 ศาลอุทธรณ์แก้ลงโทษตามมาตรา 254 ดังนี้ เป็นแก้มากโจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การค้นบ้านโดยไม่มีหมายค้นและไม่เข้าข้อยกเว้นทางกฎหมาย ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก
จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้านได้เข้าค้นบ้านโจทก์ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เฝ้าบ้าน และการเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้นนี้ กระทำไปโดยไม่มีเหตุแสดงให้เห็นว่า กว่าจะเอาหมายค้นมาได้ ของกลางจะถูกโยกย้ายไปเสีย จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะทำการค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 92(4) การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 329

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องขัดแย้งในตัวเอง: ลักทรัพย์ vs รับของโจร โจทก์ฟ้องทั้งสองฐานไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ถึง 19 กันยายน 2490 จำเลยสมคบกันลักไม้สักหรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยรับไม้สักนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ต่อมาตำรวจค้นพบไม้สักที่จำเลยลักไปที่ข้างรั้วบ้านของจำเลย ขอให้ลงโทษ ดังนี้เป็นฟ้องที่ขัดกันอยู่ในตัว ใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย
(อ้างฎีกา 975/2480)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จ: ข้อความไม่ตรงกับฟ้องและรายงานโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายความผิด
ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรายงานไปว่า "นางสาวสมคิดไปเที่ยวกับผู้ชายในที่เปล่าเปลี่ยวสองต่อสอง" อันเป็นความเท็จและทำให้นางสาวสมคิดเสียหาย แต่ความจริงจำเลยรายงานว่า "ฯลฯ (นางสาวสมคิด) ไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ และการไปมาซึ่งนับว่าเปล่าเปลี่ยว ก็ไปกันกับหญิงกับชายซึ่งไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน ฯลฯ" ซึ่งไม่ตรงกับคำฟ้อง ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรายงานไปโดยสุจริต จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แจ้งความเท็จ – รายงานความจริงโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายความผิด
ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรายงานไปว่า "นางสาวสมคิดไปเที่ยวกับผู้ชายในที่เปล่าเปลี่ยวสองต่อสอง" อันเป็นความเท็จและทำให้นางสาวสมคิดเสียหาย แต่ความจริงจำเลยรายงานว่า"ฯลฯ(นางสาวสมคิด) ไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และการไปมาซึ่งนับว่าเปล่าเปลี่ยวก็ไปกันกับหญิงกับชายซึ่งไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปเป็นเพื่อน ฯลฯ" ซึ่งไม่ตรงกับคำฟ้อง ทั้งข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยรายงานไปโดยสุจริต จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จหรือเบิกความเท็จ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926-927/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปล้นทรัพย์ต้องมีการชิงทรัพย์สำเร็จ หากไม่มีการชิงทรัพย์แม้เพียงเล็กน้อย ถือเป็นความพยายามปล้นทรัพย์
ความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้ชิงแต่ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามา ทั้งเอาปืนยิงด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปโดยไม่มีใบเบิกทางเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ การริบไม้ต้องมีเหตุจากการกระทำผิด
การที่จำเลยมีไม้ไว้ และกระทำผิดฐานเคลื่อนย้ายโดยมิได้มีใบเบิกทางกำกับ ย่อมสั่งริบไม้ของกลางไม่ได้ เพราะไม่เป็นเรื่องที่จำเลยได้มาหรือมีไม้ไว้ เนื่องจากการกระทำผิดในอันที่ศาลจะสั่งริบไม้เสียได้ ตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484
การขนลาไม้กระดานที่เลื่อยจากไม้ดับ และไม่มีใบเบิกทางกำกับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา 39, 71.
การเคลื่อนย้ายไม้แปรรูปจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นตามกฎกระทรวงเกษตราธิกา (ฉะบับที่ 4) ต้องมีใบเบิกทางกำกับ
of 682