พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506-507/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนข้าวผ่านเขตห้ามกักกัน ไม่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว
พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489 บัญญัติห้ามฉะเพาะการขนย้ายข้าวออก ซึ่งต้องเป็นที่เข้าใจว่า ขนข้าวที่อยู่ในเขตต์กักกันออกไป หาได้บัญญัติห้ามถึงการขนผ่านไม่
จำเลยขนย้ายข้าวจากจังหวัดนอกเขตต์กักกันข้าว พาผ่านจังหวัดซึ่งเป็นเขตต์กักกันข้าว เพื่อจะนำไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ยังไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
จำเลยขนย้ายข้าวจากจังหวัดนอกเขตต์กักกันข้าว พาผ่านจังหวัดซึ่งเป็นเขตต์กักกันข้าว เพื่อจะนำไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ยังไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506-507/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขนข้าวผ่านเขตกักกันไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ. 2489
พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว พ.ศ.2489 บัญญัติห้ามเฉพาะการขนย้ายข้าวออก ซึ่งต้องเป็นที่เข้าใจว่า ขนข้าวที่อยู่ในเขตกักกันออกไป หาได้บัญญัติห้ามถึงการขนผ่านไม่
จำเลยขนย้ายข้าวจากจังหวัดนอกเขตกักกันข้าว พาผ่านจังหวัดซึ่งเป็นเขตกักกันข้าว เพื่อจะนำไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ยังไม่เป็นผิดตาม พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
จำเลยขนย้ายข้าวจากจังหวัดนอกเขตกักกันข้าว พาผ่านจังหวัดซึ่งเป็นเขตกักกันข้าว เพื่อจะนำไปอีกจังหวัดหนึ่ง ดังนี้ ยังไม่เป็นผิดตาม พระราชบัญญัติสำรวจและห้ามกักกันข้าว 2489
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พฤติการณ์แสดงสันดานผู้ร้ายและการลงโทษกักกัน
พฤติการณ์ที่ถือว่าจำเลยมีสันดานเป็นผู้ร้าย
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือนและลงโทษกักกันอีก 3 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลย 2 ปี 4 เดือนและลงโทษกักกันอีก 3 ปีศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกโทษกักกันเสียดังนี้ โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงในเรื่องกักกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 473/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำโดยประมาทและการไม่มีเจตนาทำร้าย: การพิจารณาความผิดฐานทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
สามีเอากรรไกรคีบหมากขว้างไปที่ประตูโดยหวังจะหยอกล้อภรรยา กรรไกรถูกประตูแล้วกระดอนมาถูกภรรยามีบาดเจ็บถึงตาย ดังนี้ ถือว่าสามีไม่มีเจตนาจะทำร้ายภรรยา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้ตาย หากจะเป็นผิดก็แต่เรื่องฐานกระทำให้คนตายโดยประมาท ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความถึงต่างกับโจทก์ฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำให้คนตายโดยไม่เจตนา เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะทำร้ายร่างกายผู้ตาย หากจะเป็นผิดก็แต่เรื่องฐานกระทำให้คนตายโดยประมาท ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความถึงต่างกับโจทก์ฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 461/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าหน้าที่รัฐยักยอกของหลวงขณะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย มีความผิดตามมาตรา 131
นายอำเภอได้ตั้งให้สัสดีอำเภอและปลัดอำเภอเป็นกรรมการไปรับผ้าของกระทรวงพาณิชย์จากจังหวัด เพื่อนำส่งอำเภอจัดการปันส่วนให้แก่ชาวนานั้น เป็นการแต่งตั้งให้ไปทำงานโดยชอบตามหน้าที่ราชการเมื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งไปกระทำผิดในหน้าที่ ซึ่งตนได้รับมอบ คือยักยอกเอาผ้าที่ไปรับมาจำนวนหนึ่งไว้ เช่นนี้ ต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 (อ้างฎีกาที่ 533/2485)
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม มาตรา 319(3) ให้จำคุก 8 เดือนศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.131 ให้จำคุก 5 ปีเป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้
ศาลชั้นต้นลงโทษตาม มาตรา 319(3) ให้จำคุก 8 เดือนศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.131 ให้จำคุก 5 ปีเป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดตามประกาศของเจ้าพนักงาน ผู้กระทำต้องทราบประกาศนั้นเสียก่อน จึงจะถือว่าผิด
ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ออกโดยอาศัยอำนาจในพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ นั้น เป็นแต่เพียงคำสั่งของเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตาม กฎหมายเท่านั้นหาใช่เป็นกฎหมายหรือส่วนหนึ่งของกฎหมายอย่างใดไม่ ฉะนั้นการที่จะเอาผิดแก่ผู้ที่ไม่กระทำตามคำสั่ง จะต้องได้ความว่าผู้ที่ไม่กระทำตามได้ทราบคำสั่งนั้นหรือมีพฤติการณ์ให้เห็นว่าได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว
แม้ตามบทบัญญัติ มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคฯลฯ 2488 จะไม่มีข้อความว่าผู้ที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายบทนี้ จะต้องทราบประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นแล้วก็ดี แต่กฎหมายบทนี้ บัญญัติให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งนั้นคำว่าฝ่าฝืน ต้องหมายความว่าได้ทราบแล้วยังฝ่าฝืน ผู้ที่ยังไม่ทราบจะเรียกฝ่าฝืนไม่ได้
แม้ตามบทบัญญัติ มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องอุปโภคฯลฯ 2488 จะไม่มีข้อความว่าผู้ที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายบทนี้ จะต้องทราบประกาศหรือคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นแล้วก็ดี แต่กฎหมายบทนี้ บัญญัติให้ลงโทษผู้ฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งนั้นคำว่าฝ่าฝืน ต้องหมายความว่าได้ทราบแล้วยังฝ่าฝืน ผู้ที่ยังไม่ทราบจะเรียกฝ่าฝืนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งหนังสือสัญญาโดยใช้ชื่ออื่น ไม่ถือเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
จำเลยทำหนังสือสัญญาให้ผู้เสียหายหนึ่งฉะบับ มีข้อความว่า ผู้เสียหายเช่าเรือนายประเสริฐ จ่ายค่าเช่าให้นายประเสริฐแล้วครึ่งหนึ่งหกพันบาท อีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายทีหลัง ท้ายหนังสือสัญญาช่องผู้ให้เช่า จำเลยลงชื่อ แต่ลงชื่อว่า ประเสริฐ สุวรรณรังษี ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของจำเลย แล้วมอบสัญญาให้ผู้เสียหายไป ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้เสียหายในการที่จะเอาสัญญานี้ไปแสดงต่อสามี ขอเงินมาทำทุนการค้า ดังนี้ เป็นเพียงจำเลยแต่งหนังสือขึ้นฉะบับหนึ่ง อาศัยเนื้อเรื่องที่ผู้เสียหายนึกสมมุติขึ้น มิใช่เป็นการปลอมหนังสือจึงหามีความผิดฐานปลอมหนังสือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 442/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแต่งหนังสือตามสมมติของผู้เสียหาย ไม่ถือเป็นการปลอมแปลงเอกสาร
จำเลยทำหนังสือสัญญาให้ผู้เสียหายหนึ่งฉบับมีข้อความว่าผู้เสียหายเช่าเรือนายประเสริฐ จ่ายค่าเช่าให้นายประเสริฐแล้วครึ่งหนึ่งหกพันบาทอีกครึ่งหนึ่งจะจ่ายทีหลังท้ายหนังสือสัญญาช่องผู้ให้เช่า จำเลยลงชื่อแต่ลงชื่อว่าประเสริฐ สุวรรณรังษีไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของจำเลย แล้วมอบสัญญาให้ผู้เสียหายไปทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้เสียหายในการที่จะเอาสัญญานี้ไปแสดงต่อสามีขอเงินมาทำทุนการค้า ดังนี้ เป็นเพียงจำเลยแต่งหนังสือขึ้นฉบับหนึ่งอาศัยเนื้อเรื่องที่ผู้เสียหายนึกสมมุติขึ้นมิใช่เป็นการปลอมหนังสือจึงหามีความผิดฐานปลอมหนังสือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 441/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงเกิน 2500 ลิตร ถือมีความผิด แม้ไม่ขออนุญาตสถานที่เก็บ
พ.ร.บ.ด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2474 มาตรา 13 (ข) วรรคท้าย บัญญัติห้ามขาดไม่ให้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดธรรมดา (ประเภทไม่ได้จำหน่ายขาย) มีปริมาณเกิน 2500 ลิตร
ฉะนั้นผู้ใดเก็บน้ำมันไว้เกินกว่า 2500 ลิตร แล้วก็ต้องมีผิดเสมอ โดยไม่ต้องพิจารณาถึงสถานที่เก็บว่าจะต้องขออนุญาตหรือไม่.
ฉะนั้นผู้ใดเก็บน้ำมันไว้เกินกว่า 2500 ลิตร แล้วก็ต้องมีผิดเสมอ โดยไม่ต้องพิจารณาถึงสถานที่เก็บว่าจะต้องขออนุญาตหรือไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด แม้ไม่ได้ลงมือเอง แต่สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้อื่น
ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันเป็นตัวการลงมือฆ่าเขาตาย แต่ทางพิจรณาได้ความว่าจำเลยได้คบคิดกันแล้วมอบปืนให้อีกคนหนึ่งไปยิงเขา โดยตนเองไม่ได้ไปด้วย ดังนี้ จะลงโทษจำเลยฐานเป็นผู้ใช้ไม่ได้ เพราะข้อเท็จจริงในข้อที่ว่าได้ลงมือทำเองหรือเป็นแต่ผู้ใช้นั้นเป็นข้อสำคัญที่ต่างกันมาก โดยวันเวลาและสถานที่ล้านต่างกันทั้งนั้น
แต่การที่มอบปืนให้คนอื่นไปยิงเขาตายนั้น เป็นการอุปการะแก่การกระทำผิด ถือว่าสมรู้ตามมาตรา 65 และศาลลงโทษฐานสมรู้ได้
แต่การที่มอบปืนให้คนอื่นไปยิงเขาตายนั้น เป็นการอุปการะแก่การกระทำผิด ถือว่าสมรู้ตามมาตรา 65 และศาลลงโทษฐานสมรู้ได้