พบผลลัพธ์ทั้งหมด 670 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 872/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การไม่อนุญาตเลื่อนการพิจารณาคดีและผลกระทบต่อการพิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.อาญา
โจทก์และพยานไม่มาศาลในวันนัดพิจารณา ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนแล้ววินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ มิใช่เป็นเรื่องขาดนัด ศาลจะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 166 วรรค 2 ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมลงลายพิมพ์นิ้วมือและมีพยานเซ็นชื่อ ถือเป็นพินัยกรรมสมบูรณ์ได้ แม้ไม่ได้ระบุรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ
พินัยกรรม์ลงลายพิมพ์นิ้วมือผู้เป็นเจ้าของและมีพะยานเซ็นชื่อ 3 คนว่าเป็นพะยาย แม้จะมิได้เขียนระบุไว้ว่า ได้รับรองและพิมพ์พิมพ์นิ้วมือของเจ้าของพินัยกรรม์ก็ดี ยังไม่เป็นเหตุที่จะถือว่า เป็นพินัยกรรม์ที่ขาดพะยานผู้รับรองลายพิมพ์นิ้วมือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมลงลายพิมพ์นิ้วมือมีพยานเซ็นชื่อ ถือเป็นพินัยกรรมสมบูรณ์ แม้ไม่ได้ระบุรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ
พินัยกรรมลงลายพิมพ์นิ้วมือผู้เป็นเจ้าของและมีพยานเซ็นชื่อ 3 คนว่าเป็นพยานแม้จะมิได้เขียนระบุไว้ว่า ได้รับรองและพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือของเจ้าของพินัยกรรมก็ดี ยังไม่เป็นเหตุที่จะถือว่า เป็นพินัยกรรมที่ขาดพยานผู้รับรองลายพิมพ์นิ้วมือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับฟังพยานที่ไม่สาบานตน และผลกระทบต่อการวินิจฉัยคดีอาญา
พะยานโจทก์เบิกความโดยไม่ได้สาบาลตัว ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง ศาลชั้นต้นเรียกพะยานมาสืบใหม่ แต่พะยานบางคนไม่ได้ให้การถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง คงให้การ เพียงว่า คำให้การครั้งก่อนถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว ดังนี้คำให้การของพะยานครั้งก่อนฟังเป็นความจริงไม่ได้ เพราะพะยานไม่ได้สาบาลตัวก่อนเข้าเบิกความ คำเบิกความของพะยานในครั้งหลังยังไม่เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยได้กระทำผิด รูปเรื่องนี้แตกต่างกับคำพิพากษาฎีกาที่ 217/2488 ที่ศาลอุทธรณ์อ้าง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำให้การพยานที่ไม่สาบานตัวก่อนเบิกความใช้ไม่ได้ แม้มีการสืบพยานใหม่ ศาลต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ชอบด้วยกฎหมาย
พยานโจทก์เบิกความโดยไม่ได้สาบานตัว ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง ศาลชั้นต้นเรียกพยานมาสืบใหม่ แต่พยานบางคนไม่ได้ให้การถึงรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง คงให้การเพียงว่า คำให้การครั้งก่อนถูกต้องตรงกับความจริงแล้ว ดังนี้ คำให้การของพยานครั้งก่อนฟังเป็นความจริงไม่ได้ เพราะพยานไม่ได้สาบานตัวก่อนเข้าเบิกความคำเบิกความของพยานในครั้งหลังยังไม่เป็นที่พอใจศาลว่าจำเลยได้กระทำผิดรูปเรื่องนี้แตกต่างกับคำพิพากษาฎีกาที่ 217/2488 ที่ศาลอุทธรณ์อ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองที่ดินและบ้านเรือน: ผลของการให้การพยานขัดแย้งและระยะเวลาการครอบครอง
คู่ความท้าอ้างนายกอนพะยานปากเดียว คำท้ามีดังนี้ "ถ้านายกอน ให้การว่าโจทก์ปกครองที่ดินและเรือนรายพิพาทมากว่า 10 ปีแล้ว จำเลยยอมให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินและเรือนรายพิพาททั้งหมด ถ้านายกอน ให้การว่าโจทก์ปกครองเรือนและที่ดินมาไม่กว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ยอมยกที่ดินและเรือนให้จำเลยทั้งหมด" และนายกอนให้การได้ความว่าเดิมที่ดินบ้านเรือนเป็นของบิดามารดาโจทก์ เมื่อบิดามารดาโจทก์ตายแล้ว โจทก์จำเลยอยู่ในที่รายนี้ จำเลยเพิ่งออกจากบ้านไป 6 ปี ดังนี้ แสดงว่าตอนแรกโจทก์ปกครอง จึงสมข้างจำเลย จำเลยย่อมชนะคดี ตามคำท้า./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความขัดแย้งในคำเบิกความของพยานระหว่างชั้นสอบสวนและชั้นศาล ศาลไม่รับฟังและยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า วันเกิดเหตุคือคืนวันที่ 5 - 6 พ.ค. 91 (ตรงกับวันแรม 11 - 12 ค่ำ เดือน 5) พะยานโจทก์เบิกความว่า วันเกิดเหตุคือ คืนวันแรม 13 - 14 ค่ำ เดือน 5 โจทก์จึงส่งคำให้การชั้นสอบสวนของนายนุ้ยพะยานโจทก์เป็นพะยานต่อศาล ซึ่งในชั้นสอบสวนนายนุ้ยเบิกความว่าเป็นวันที่ 5 - 6 พ.ค. 91 และจะขอสืบเจ้าพนักงานสอบสวนว่านายนุ้ยพะยานโจทก์ได้ให้การไว้ดังนั้นจริง ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพะยานโจทก์ต่อไป และพิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะถึงสืบไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่เป็นหลักฐานคำพะยานที่จะยืนยันได้ว่าคำเบิกความของพะยานในศาลนั้นไม่ตรงกับความจริง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความขัดแย้งคำให้การพยาน การงดสืบพยาน และการพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่า วันเกิดเหตุคือคืนวันที่ 5-6 พ.ค. 91(ตรงกับวันแรม 11-12 ค่ำ เดือน 5) พยานโจทก์เบิกความว่าวันเกิดเหตุคือ คืนวันแรม13-14ค่ำเดือน5โจทก์จึงส่งคำให้การชั้นสอบสวนของนายนุ้ยพยานโจทก์เป็นพยานต่อศาล ซึ่งในชั้นสอบสวนนายนุ้ยเบิกความว่าเป็นวันที่ 5-6 พ.ค. 91 และจะขอสืบเจ้าพนักงานสอบสวนว่านายนุ้ยพยานโจทก์ได้ให้การไว้ดังนั้นจริง ดังนี้ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์ต่อไปและพิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะถึงสืบไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่เป็นหลักฐานคำพยานที่จะยืนยันได้ว่าคำเบิกความของพยานในศาลนั้นไม่ตรงกับความจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 604/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้พยานจากสำนวนแพ่งในคดีอาญา: ศาลต้องฟังพยานสำหรับคดีอาญาโดยตรง
ในการไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญา โจทก์จะอ้างแต่คำพะยานบุคคลในสำนวนคดีแพ่ง ซึ่งเป็นมูลกรณีเดียวกันและสืบเนื่องกันมายันแก่จำเลยแทนพะยานบุคคลที่จะมาเบิกความหาได้ไม่ เมื่อโจทก์อ้างแต่คำพะยานในสำนวนอื่นโดยไม่ติดใจสืบพะยานบุคคลแล้ว ก็เป็นอันไม่มีพะยานในสำนวน ดังนี้นับว่า คดีไม่มีมูล ศาลต้องยกฟ้อง.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ลักษณะของพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการรับรองของพยาน
ผู้ตายได้ทำเอกสารฉะบับหนึ่งมีข้อกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนว่า ให้ยกเงินสองหมื่นบาทให้แก่ อ. เมื่อตนตาย ดังนี้ เอกสารดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นพินัยกรรม์
ในพินัยกรรม ตอนท้ายมีข้อความว่า (นางลำดวน) ผู้ทำพินัยกรรม์ ได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รู้เห็นไว้เป็นสำคัญแล้ว ยังมีคำว่า "ต่อหน้า" อยู่ข้างหน้ากึ่งกลางระหว่างลายมือชื่อพะยานกับผู้เขียนอีกด้วย จึงนับได้ว่าเป็นข้อความอันแสดงว่าบุคคลทั้ง 2 นี้ได้ลงชื่อในฐานะเป็นพะยาน ดังนี้ พินัยกรรม์รายนี้นับว่าถูกต้องตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1656 แล้ว แม้ตามมาตรา 1671 จะมีข้อความว่า ถ้าผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรม์เป็นพะยาน ก็ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพะยานต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพะยานผู้อื่นก็ดี ความมุ่งหมายสำคัญของมาตรานี้ ก็เพื่อให้มีข้อความแสดงว่า ผู้เขียนนั้นเป็นพะยานด้วย ซึ่งในคดีนี้ผู้เขียนก็ได้เบิกความรับรองไว้แล้ว พินัยกรรม์ จึงหาขัดกับมาตรา 1671 ไม่
พะยานจะลงชื่อก่อนหรือหลังผู้ทำพินัยกรรม์ไม่สำคัญ เมื่อได้ความว่า ผู้ทำพินัยกรรม์ได้ลงชื่อของตนในเวลาที่อยู่พร้อมกันในขณะนั้น ก็เป็นการใช้ได้.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2492)
ในพินัยกรรม ตอนท้ายมีข้อความว่า (นางลำดวน) ผู้ทำพินัยกรรม์ ได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รู้เห็นไว้เป็นสำคัญแล้ว ยังมีคำว่า "ต่อหน้า" อยู่ข้างหน้ากึ่งกลางระหว่างลายมือชื่อพะยานกับผู้เขียนอีกด้วย จึงนับได้ว่าเป็นข้อความอันแสดงว่าบุคคลทั้ง 2 นี้ได้ลงชื่อในฐานะเป็นพะยาน ดังนี้ พินัยกรรม์รายนี้นับว่าถูกต้องตาม ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 1656 แล้ว แม้ตามมาตรา 1671 จะมีข้อความว่า ถ้าผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรม์เป็นพะยาน ก็ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพะยานต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพะยานผู้อื่นก็ดี ความมุ่งหมายสำคัญของมาตรานี้ ก็เพื่อให้มีข้อความแสดงว่า ผู้เขียนนั้นเป็นพะยานด้วย ซึ่งในคดีนี้ผู้เขียนก็ได้เบิกความรับรองไว้แล้ว พินัยกรรม์ จึงหาขัดกับมาตรา 1671 ไม่
พะยานจะลงชื่อก่อนหรือหลังผู้ทำพินัยกรรม์ไม่สำคัญ เมื่อได้ความว่า ผู้ทำพินัยกรรม์ได้ลงชื่อของตนในเวลาที่อยู่พร้อมกันในขณะนั้น ก็เป็นการใช้ได้.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2492)