พบผลลัพธ์ทั้งหมด 670 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรม: ลักษณะถูกต้องตามกฎหมาย แม้ผู้เขียนเป็นพยาน และพยานลงชื่อก่อนหรือหลังผู้ทำพินัยกรรม
ผู้ตายได้ทำเอกสารฉบับหนึ่งมีข้อกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของตนว่า ให้ยกเงินสองหมื่นบาทให้แก่ อ. เมื่อตนตาย ดังนี้ เอกสารดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นพินัยกรรม
ในพินัยกรรม ตอนท้ายมีข้อความว่า (นางลำดวน)ผู้ทำพินัยกรรมได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รู้เห็นไว้เป็นสำคัญแล้ว ยังมีคำว่า 'ต่อหน้า' อยู่ข้างหน้ากึ่งกลางระหว่างลายมือชื่อพยานกับผู้เขียนอีกด้วย จึงนับได้ว่าเป็นข้อความอันแสดงว่าบุคคลทั้ง 2 นี้ได้ลงชื่อในฐานะเป็นพยาน ดังนี้ พินัยกรรมรายนี้นับว่าถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1656 แล้ว แม้ตามมาตรา1671 จะมีข้อความว่า ถ้าผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรมเป็นพยาน ก็ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพยานต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพยานผู้อื่นก็ดี ความมุ่งหมายสำคัญของมาตรานี้ ก็เพื่อให้มีข้อความแสดงว่า ผู้เขียนนั้นเป็นพยานด้วย ซึ่งในคดีนี้ผู้เขียนก็ได้เบิกความรับรองไว้แล้ว พินัยกรรม จึงหาขัดกับมาตรา 1671 ไม่
พยานจะลงชื่อก่อนหรือหลังผู้ทำพินัยกรรมไม่สำคัญ เมื่อได้ความว่า ผู้ทำพินัยกรรมได้ลงชื่อของตนในเวลาที่อยู่พร้อมกันในขณะนั้น ก็เป็นการใช้ได้
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/92)
ในพินัยกรรม ตอนท้ายมีข้อความว่า (นางลำดวน)ผู้ทำพินัยกรรมได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าผู้รู้เห็นไว้เป็นสำคัญแล้ว ยังมีคำว่า 'ต่อหน้า' อยู่ข้างหน้ากึ่งกลางระหว่างลายมือชื่อพยานกับผู้เขียนอีกด้วย จึงนับได้ว่าเป็นข้อความอันแสดงว่าบุคคลทั้ง 2 นี้ได้ลงชื่อในฐานะเป็นพยาน ดังนี้ พินัยกรรมรายนี้นับว่าถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1656 แล้ว แม้ตามมาตรา1671 จะมีข้อความว่า ถ้าผู้เขียนข้อความแห่งพินัยกรรมเป็นพยาน ก็ให้เขียนข้อความระบุว่าตนเป็นพยานต่อท้ายลายมือชื่อของตนเช่นเดียวกับพยานผู้อื่นก็ดี ความมุ่งหมายสำคัญของมาตรานี้ ก็เพื่อให้มีข้อความแสดงว่า ผู้เขียนนั้นเป็นพยานด้วย ซึ่งในคดีนี้ผู้เขียนก็ได้เบิกความรับรองไว้แล้ว พินัยกรรม จึงหาขัดกับมาตรา 1671 ไม่
พยานจะลงชื่อก่อนหรือหลังผู้ทำพินัยกรรมไม่สำคัญ เมื่อได้ความว่า ผู้ทำพินัยกรรมได้ลงชื่อของตนในเวลาที่อยู่พร้อมกันในขณะนั้น ก็เป็นการใช้ได้
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการเรียกพยานสืบเพิ่มเติมเพื่ออธิบายข้อเท็จจริง แม้ไม่มีคู่ความอ้าง
คดีอาญาศาลมีอำนาจเรียกพะยานสืบเพิ่มเติมเพื่ออธิบายข้อความบางประการได้ โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดอ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลเรียกพยานสืบเพิ่มเติมเพื่ออธิบายหลักฐานโดยไม่ต้องมีคู่ความร้อง
คดีอาญาศาลมีอำนาจเรียกพยานสืบเพิ่มเติมเพื่ออธิบายข้อความบางประการได้ โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดอ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1382/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีอาญา: ผลของการยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่นำพยานมาสืบ
คดีอาญา ผู้เสียหายได้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลย ครั้นถึงวันนัด ทนายโจทก์มา แต่ตัวโจทก์ไม่มาและโจทก์ไม่ได้ร้องขอเลื่อนคดี ศาลได้พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว อัยยการจะนำคดีมาฟ้องใหม่หาได้ไม่ เพราะในคดีก่อนศาลยกฟ้อง เพราะโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบ ซึ่งมีผลเช่นเดียวกับการพิพากษายกฟ้อง โดยโจทก์พิสูจน์ความผิดของจำเลยไม่ได้สมฟ้อง เป็นการพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธิฟ้องร้องได้ระงับสิ้นไปตาม ป.ม.วิ.อาญา มาตรา 39 (4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นบัญชีระบุพะยานล่าช้าและเหตุผลความเผลอเรอ ศาลใช้ดุลพินิจชอบในการไม่อนุญาตสืบพยาน
คดีแพ่ง จำเลยยื่นบัญชีระบุพะยานในวันสืบพะยานโจทก์ และยื่นคำร้องว่าเป็นเพราะความเผลอเรอ ศาลย่อมไม่อนุญาต เพราะไม่มีเหตุจำเป็น.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่นำสืบพยาน แม้จำเลยไม่คัดค้านการดำเนินกระบวนพิจารณา
คดีแพ่ง โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน ครั้นถึงวันนัด โจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนอ้างว่าทนายไปกิจธุระยังไม่กลับ และทั้งปรากฎว่าโจทก์ยังไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพะยานต่อศาล จำเลยคัดค้านในการเลื่อน ศาลไม่อนุญาตให้เลื่อน และพิพากษายกฟ้อง โดยถือว่าโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบ ดังนี้ ไม่ใช่เป็นการทิ้งฟ้องตาม มาตรา 174 ป.ม.วิ.แพ่ง ทั้งไม่ใช่การขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 201 คดีได้มีการดำเนินกระบวนพิจารณาหากแต่พะยานหลักฐานของโจทก์ ต้องห้ามมิให้ศาลรับฟังตามมาตรา 87(2) คำฟ้องของโจทก์จึงไม่มีพะยานหลักฐานสนับสนุน ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง และจะสั่งจำหน่ายคดีไม่ได้ แม้จะถือว่าโจทก์ขาดนัด เมื่อจำเลยร้องขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาไป ศาลก็ต้องตัดสินคดีไปเช่นเดียวกัน ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 201 วรรค 2.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่อัยยการนำพยานสืบในคดีอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายรับปากจะนำพยานมาเอง
ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่อ้างพะยาน จะต้องจัดการเอาพะยานมาให้ศาลสืบตามนัด
คดีอาญาแผ่นดิน ย่อมเป็นหน้าที่ของอัยยการโดยตรงที่จะต้องระวัง จัดการเอาพะยานมาให้ศาลสืบ การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม รับว่าจะนำพะยานมาศาลเอง เมื่อไม่มีพะยานมาศาล หาทำให้อัยยการพ้นหน้าที่ไปไม่.
คดีอาญาแผ่นดิน ย่อมเป็นหน้าที่ของอัยยการโดยตรงที่จะต้องระวัง จัดการเอาพะยานมาให้ศาลสืบ การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม รับว่าจะนำพะยานมาศาลเอง เมื่อไม่มีพะยานมาศาล หาทำให้อัยยการพ้นหน้าที่ไปไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1116/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่อัยการในการนำพยานหลักฐานสืบพยานคดีอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายจะรับปากนำพยานเอง
ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่อ้างพยานจะต้องจัดการเอาพยานมาให้ศาลสืบตามนัด
คดีอาญาแผ่นดิน ย่อมเป็นหน้าที่ของอัยการโดยตรงที่จะต้องระวัง จัดการเอาพยานมาให้ศาลสืบ การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม รับว่าจะนำพยานมาศาลเอง เมื่อไม่มีพยานมาศาล หาทำให้อัยการพ้นหน้าที่ไปไม่
คดีอาญาแผ่นดิน ย่อมเป็นหน้าที่ของอัยการโดยตรงที่จะต้องระวัง จัดการเอาพยานมาให้ศาลสืบ การที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วม รับว่าจะนำพยานมาศาลเอง เมื่อไม่มีพยานมาศาล หาทำให้อัยการพ้นหน้าที่ไปไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พินัยกรรมไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ แม้มีพยานลงชื่อครบตาม กม.ลักษณะมฤดก
พินัยกรรม์ทำเมื่อก่อนใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ 2475 และก่อนใช้ ป.ม.แพ่ง ฯ บรรพ 6 ต้องใช้ ก.ม.ลักษณะมฤดก บทที่ 49 บังคับ.
ผู้ตายทำพินัยกรรม์เมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1 แล้ว ในพินัยกรรม์มีพะยานลงลายมือชื่อเพียง 2 คน และมีผู้พิมพ์ลายมืออีก 2 คน แต่ไม่มีพะยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนี้ ตาม ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 1 มาตรา 9 บังคับให้มีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพินัยกรรม์ดั่งกล่าวจึงมีผู้ลุกนั่งเพียง 2 คน ไม่ครบ 3 คนตาม ก.ม.ลักษณะมฤดก บทที่ 49 จึงไม่สมบูรณ์.
ผู้ตายทำพินัยกรรม์เมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 1 แล้ว ในพินัยกรรม์มีพะยานลงลายมือชื่อเพียง 2 คน และมีผู้พิมพ์ลายมืออีก 2 คน แต่ไม่มีพะยานลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้วมือ ดังนี้ ตาม ป.ม.แพ่งฯ บรรพ 1 มาตรา 9 บังคับให้มีพะยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือพินัยกรรม์ดั่งกล่าวจึงมีผู้ลุกนั่งเพียง 2 คน ไม่ครบ 3 คนตาม ก.ม.ลักษณะมฤดก บทที่ 49 จึงไม่สมบูรณ์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 879/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการงดพยานบุคคลเมื่อข้อเท็จจริงตรงกันกับที่รับสารภาพ
เมื่อปรากฏว่า พยานที่จำเลยขอให้ส่งประเด็นไปสืบนั้น ตรงตามที่รับกันแล้ว ศาลมีอำนาจสั่งงดไม่สืบเสียได้