พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อยกเว้นความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ภายใน 6 เดือนหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้
พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 2487 ผ่อนผันให้ผู้มีอาวุธปืนไปขอรับใบอนุญาตได้ภายใน 6 เดือน ฉะนั้นภายใน 6 เดือนนั้นผู้ใดมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็เอาผิดแก่ผู้นั้นไม่ได้ และแม้จะถูกเจ้าพนักงานจับกุมก็ไม่ทำให้กำหนดเวลาที่กฎหมายผ่อนผันเปลี่ยนแปลงไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมีเงินสดในร้านค้าจำนวนน้อย ไม่ถือเป็นความผิด
กรณีที่ร้านค้ามีสตางค์ไว้ 80 บาท โจทก์ไม่แสดงให้เห็นว่าเกินสมควรไม่มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการแก้ไขคำพิพากษาสำหรับจำเลยอื่น เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีไม่มีความผิด
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยคนหนึ่งตามมาตรา 258 โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยคนที่ถูกปล่อยตามมาตรา 258 แม้ศาลฎีกาฟังว่า คดีไม่มีความผิดตามมาตรา 258 เกิดขึ้น ศาลก็ไม่แก้ไขสำหรับจำเลยคนที่ถูกศาลอุทธรณ์ลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า, การป้องกันเกินสมควร, และอำนาจศาลอุทธรณ์
กะทงความผิดที่คู่ความมิได้ยกขึ้นอุธรน์ และแยกกันได้เด็ดขาดจากกะทงความผิดที่อุธรน์มานั้นย่อมถึงที่สุดเพียงสาลชั้นต้น สาลอุธรน์ไม่มีอำนาดพิจารานาพิพากสา
การที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตายอีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนไดเปน 2 กัมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกะทงเดียว
พรึติการน์ถือว่าป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ.
การที่จำเลยยิงปืน 2 นัดถูกผู้เสียหายคนหนึ่งตายอีก 2 คนบาดเจ็บหากไม่ปรากตว่าจำเลยได้แยกทำร้ายผู้เสียหายคนไดเปน 2 กัมแล้วถือว่าจำเลยทำผิดกะทงเดียว
พรึติการน์ถือว่าป้องกันเกินสมควนแก่เหตุ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อประโยชน์ในการสมัครงานและการพิจารณาความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
โจทฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำไบแทนไบสุทธิปลอมขึ้นและนำไปไช้ จำเลยรับสารภาพดังนี้ลงโทสจำเลยถานปลอมหนังสือและไช้หนังสือปลอมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมและใช้หนังสือปลอม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันทำใบแทนใบสุทธิปลอมขึ้นและนำไปใช้จำเลยรับสารภาพ ดังนี้ ลงโทษจำเลยฐานปลอมหนังสือและใช้หนังสือปลอมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยกเลิกความผิดฐาน 'เข้าซงลงเจ้า' ตามกฎหมายลักสนะอาญา และความผิดฐานฉ้อโกง
กดหมายเรื่องเข้าซงลงเจ้าถูกยกเลิกแล้วโดยกดหมายลักสนะอาญา
โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตามประกาสเข้าซงลงเจ้า แม้จำเลยรับสารภาพ สาลดีกาก็พิพากสายกฟ้องได้.
โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตามประกาสเข้าซงลงเจ้า แม้จำเลยรับสารภาพ สาลดีกาก็พิพากสายกฟ้องได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 76/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหลอกลวงขอยืมทองคำแล้วไม่ส่งมอบทรัพย์ ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง
สมคบกันไปหลอกลวงขอยืมทองคำจากเจ้าทรัพย์มาทำพิธีเสกเป่ายาต่อหน้าเจ้าทรัพย์แล้วเอาทองคำนั้นไปเสีย ไม่เป็นผิดฐานฉ้อโกง เพราะไม่ถือว่ามีการส่งมอบทรัพย์ให้ไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยักยอกทรัพย์: การกระทำความผิดเกิดขึ้นเมื่อได้รับมอบทรัพย์และมีเจตนายักยอก สถานที่เกิดเหตุสำคัญ
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์เกิดเมื่อจำเลยได้รับมอบทรัพย์แล้วเจตนาทุจริตยักยอก ไม่ใช่เกิดขึ้นตั้งแต่ผู้เสียหายทราบเจตนาทุจริตของจำเลย ในคดียักยอกโจทก์ระบุสถานที่เกิดเหตุที่ความผิดฐานยักยอกเกิดขึ้นแล้วแม้ได้ความว่าผู้เสียหายทราบเจตนาทุจริตของจำเลยที่ตำบลอื่น ก็ไม่ทำให้ถือข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบทรัพย์: สิ่งของใช้หรือมีไว้เพื่อกระทำผิด ไม่ใช่ความผิดเอง
การริบทรัพย์ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 27(1) ซึ่งมีความว่าสิ่งของที่บุคคลใช้หรือมีไว้สำหรับกระทำผิดนั้น หมายถึงใช้กระทำผิดหรือมีไว้เพื่อกระทำผิด ไม่ใช่หมายถึงการใช้หรือการมีไว้นั้นเองเป็นความผิด ซึ่งเป็นเรื่องของมาตรา 28 ในคดีที่จำเลย มีความผิด ตามพระราชบัญญัติเงินตราในภาวะฉุกเฉิน พ.ศ.2485 มาตรา 5นั้น จะริบเงินตราของกลางตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 27(1) ไม่ได้