คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ปล้นทรัพย์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 633 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1918-1919/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดสมคบกันปล้นทรัพย์และการพยายามปล้นทรัพย์ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น
คดีที่หาว่า จำเลยปล้นทรัพย์ 2 ราย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำผิดจริงดังข้อหาทั้ง 2 รายพิพากษารวมกระทงให้จำคุกจำเลยคนละ 10 ปี ลดกึ่งหนึ่งคงเหลือ 5 ปี ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยพยายามปล้นทรัพย์รายเดียวพิพากษาแก้ให้จำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน ลด 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 4 ปี 5 เดือน 10 วัน ยกฟ้องรายหนึ่ง ดังนี้ โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขู่เข็ญด้วยอาวุธและการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์
จำเลยกับพวกรวม 4 คนได้ขึ้นไปบนบ้านเจ้าทรัพย์ จับเจ้าทรัพย์กับพวกมัดไว้ และค้นเอาทรัพย์ จำเลยได้ใช้ปืนขว้างและถือปืนยืนร้องอยู่หน้าบันไดบ้านเจ้าทรัพย์ว่า "ไม่ใช่ธุระของใคร ๆ อย่าเข้ามา" ดังนี้ รูปคดีฟังได้ชัดว่า เป็นการขู่เข็ญจะทำร้าย เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขู่เข็ญด้วยอาวุธและการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์
จำเลยกับพวกรวม 4 คนได้ขึ้นไปบนบ้านเจ้าทรัพย์ จับเจ้าทรัพย์กับพวกมัดไว้ และค้นเอาทรัพย์ จำเลยได้ใช้ปืนขวางและถือปืนยืนร้องอยู่หน้าบันไดบ้านเจ้าทรัพย์ว่า"ไม่ใช่ธุระของใครๆ อย่าเข้ามา" ดังนี้ รูปคดีฟังได้ชัดว่า เป็นการขู่เข็ญจะทำร้าย เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416-1417/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแย่งกระบือจำนำคืน ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ หากไม่มีเจตนาทุจริต
จำเลยได้จำนำกระบือไว้กับผู้เสียหาย จำเลยได้นำเงินไปขอไถ่กระบือคืนผู้เสียหายไม่ยอมให้ไถ่ จำเลยได้เอาเงินค่าไถ่กระบือวางไว้ให้ แล้วจำเลยต้อนกระบือของจำเลยที่จำนำไว้นั้นไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาทุจริต ไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย โจทก์ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงในข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องที่ไม่สมบูรณ์และการไม่ตรงกันของวันเวลาที่กล่าวอ้างในฟ้องกับพยานหลักฐาน
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดเมื่อระหว่างเวลาพระอาทิตย์ตกของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2491 ถึงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2491 ซึ่งเป็นเวลากลางคืนตามกฎหมาย ตามปฏิทินวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2491 ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 แต่พะยานเบิกความว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นเมื่อวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 3 เวลากลางคืน 2.00 น. เศษ รุ่งเช้าเป็นวันขึ้น 8 ค่ำ ดังนี้ เป็นคนละคืนกับที่กล่าวในฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล้นทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปรวมเป็นเงิน 6045 บาท โดยไม่ปรากฎว่าทรัพย์นั้นเป็นอะไรบ้าง ทั้งบัญชีทรัพย์ก็ไม่มี ดังนี้ จำเลยย่อมเข้าใจข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์นั้นไม่ได้ จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย.
(อ้างฎีกาที่ 931/2485)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926-927/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานปล้นทรัพย์ต้องมีการชิงทรัพย์สำเร็จ หากไม่มีการชิงทรัพย์แม้เพียงเล็กน้อย ถือเป็นความพยายามปล้นทรัพย์
ความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้ชิงแต่ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามา ทั้งเอาปืนยิงด้วย แต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926-927/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปล้นทรัพย์ต้องมีการชิงทรัพย์สำเร็จ หากไม่ปรากฏหลักฐานการเอาทรัพย์ไป ถือเป็นความพยายาม
ความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จนั้น ต้องได้ความว่า จำเลยได้ชิงเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย
จำเลยได้ร้อง "อ้ายเสือเอา" และพังประตูเรือนเจ้าทรัพย์เข้ามาทั้งเอาปืนยิงด้วยแต่ไม่ปรากฏว่าเอาทรัพย์ของเจ้าทรัพย์ไปด้วย จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ปล้นทรัพย์ทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย ความรับผิดตามมาตรา 301 ตอนท้าย
จำเลยทั้งสามเข้าไปปล้นและทำร้ายเจ้าทรัพย์ ต่อมาเจ้าทรัพย์ตาย เนื่องจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายนั้นเป็นบาดทะยัก จำเลยทั้งสามมีความผิดตามมาตรา 301 ตอนท้าย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังคับเรียกค่าสินไถ่และการข่มขู่เรียกทรัพย์: ศาลฎีกาแก้ข้อกล่าวหาปล้นทรัพย์ แต่ยืนตามบทหนักเดิม
จำเลยกับพวกจับตัวผู้เสียหายไปควบคุมตัวไว้แล้วบังคับเอาเงินจากพ่อตาและภรรยาเพื่อสินไถ่ และเรียกผู้เสียหายคนอื่นอีก 6 คนมาหาว่าลักควายบังคับให้หาเงินมาให้จำเลยดังนี้ การกระทำในตอนแรกเป็นเรื่องจับตัวไปบังคับเรียกเอาค่าสินไถ่โดยตรง การกระทำในตอนหลังก็ไม่มีกริยาเป็นโจรชิงทรัพย์ตามความหมายของกฎหมายจึงไม่ใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 301,270 แต่ให้รวมกระทงลงโทษตาม มาตรา270 ซึ่งเป็นบทหนักแต่บทเดียวโจทก์มิได้ฎีกาคัดค้านประการใด ดังนี้
เมื่อศาลฎีกาคงเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 270ซึ่งเป็นบทหนักอยู่แล้ว แม้จะเห็นว่าจำเลยไม่ผิดตามมาตรา 301 ด้วย ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยมีผิดฐานใดอีก เพราะลงโทษบทหนักอยู่แล้ว
อัยการโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 301,270 กับขอให้จำเลยคืนหรือใช้ทรัพย์ถ้าศาลพิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 301 แล้ว อัยการก็ไม่มีอำนาจเรียกเงินคืนแทนผู้เสียหาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเพียงพอของฟ้องคดีปล้นทรัพย์ - ไม่จำต้องระบุรายละเอียดทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยพยายามปล้นทรัพย์ เป็นที่เข้าใจว่าในบ้านเจ้าทรัพย์ย่อมมีทรัพย์หลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าระบุก็มากมายเกินความจำเป็น จำเลยย่อมเข้าใจฟ้องได้ดี ไม่จำต้องระบุว่าเป็นทรัพย์อะไรราคาเท่าใด ฟ้องของโจทก์ย่อมถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
of 64