พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,814 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209-210/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลาง (มีด) ในความผิดค่าสุกรโดยไม่ได้รับอนุญาต: พิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างเครื่องมือกับความผิด
มีดที่ไช้ไนการค่าสุกรโดยไม่+อาชญาบัตรนั้น ไม่เปนของจะพึงริบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานปลอมเอกสารและการฉ้อโกง: การแยกพิจารณาความผิดต่างกรรมต่างวาระ
ปลอมไบมอบฉันทะไห้จำนองที่ดินเปนปลอมหนังสือธัมดาไม่ไช่หนังสือสำคัน.
พิจารณาได้ความว่าจำเลยมีความผิดถานปลอมมหนังสือถ้าโจทจะไห้ลงโทสจำเลยถานฉ้อโกงอิกกะทงหนึ่ง จะต้องได้ความว่าจำเลยกะทำการฉ้อโกงต่างกัมต่างวาระจากการกะทำอันเปนองค์ความผิดถานปลอมหนังสือ
พิจารณาได้ความว่าจำเลยมีความผิดถานปลอมมหนังสือถ้าโจทจะไห้ลงโทสจำเลยถานฉ้อโกงอิกกะทงหนึ่ง จะต้องได้ความว่าจำเลยกะทำการฉ้อโกงต่างกัมต่างวาระจากการกะทำอันเปนองค์ความผิดถานปลอมหนังสือ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบสุราของกลางตาม พ.ร.บ.พาสีชั้นใน: ศาลมีอำนาจริบทั้งหมด แม้ไม่ทราบปริมาณเกิน 10 ลิตร
ถ้อยคำตาม พ.ร.บ.พาสีชั้นในจ.ส.1248 มาตรา 12 ซึ่งบัญญัติว่า " ฯลฯ น้ำสุราซึ่งผู้นั้นทำความผิดก็ให้เก็บริบไว้ทั้งสิ้น" นี้เปนคำบังคับไห้ริบไม่ไช่ไห้สาลไช้ดุลพินิจริบก็ได้ไม่ริบก็ได้
เมื่อจำเลยกะทำผิดตาม พ.ร.บ.พาสีชั้นใน จ.ส.1248 มาตรา 11 (ขนสุราออกนอกเขตไม่รับอนุญาต) แล้วสาลพิพากสาริบน้ำสุราได้ ทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเปนจำนวนเกินกว่า 10 ลิตรที่ยกเว้นไว้ไนมาตรา 11 มากน้อยเท่าใด
เมื่อจำเลยกะทำผิดตาม พ.ร.บ.พาสีชั้นใน จ.ส.1248 มาตรา 11 (ขนสุราออกนอกเขตไม่รับอนุญาต) แล้วสาลพิพากสาริบน้ำสุราได้ ทั้งหมด โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเปนจำนวนเกินกว่า 10 ลิตรที่ยกเว้นไว้ไนมาตรา 11 มากน้อยเท่าใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 177/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ไฟฟ้าส่วนตัวเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมกิจการค้า
ผู้ที่ตั้งเครื่องไฟฟ้าใช้เองเพื่อการฉายภาพยนตร์และต่อไปที่ห้องแถวเพื่อให้ผู้เช่าห้องของตนได้ใช้ไฟฟ้าโดยมิได้คิดมูลค่ายังไม่ถือว่าเป็นผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการค้าขายอันกระทบถึงการปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน(อ้างฎีกาที่ 566/2474)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 168/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องทำร้ายร่างกายเพียงพอต่อการลงโทษ แม้ความผิดตามฟ้องต่างจากความผิดที่พิสูจน์ได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 300 แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 254 เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำร้ายร่างกายผู้เสียหายถึงบาดเจ็บก็ลงโทษได้
เคยต้องโทษฐานวิ่งราวทรัพย์แล้วมาทำผิดฐานทำร้ายร่างกายภายใน 3 ปีเพิ่มโทษตามมาตรา 73 ไม่ได้
เคยต้องโทษฐานวิ่งราวทรัพย์แล้วมาทำผิดฐานทำร้ายร่างกายภายใน 3 ปีเพิ่มโทษตามมาตรา 73 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 154/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขายสินค้าโดยตรงของเจ้าของ ไม่ถือเป็นความผิด
จำเลยเป็นคนต่างด้าวขายถ่านของตนเองโดยไม่ได้ทำการรับจ้างผู้ใดเช่นนี้ ไม่มีความผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความผิดตาม ม.256 (8) ต้องพิสูจน์อาการเจ็บป่วยและผลกระทบต่อการประกอบอาชีพ
กรนีจะเปนผิดตามม.256 ( 8 ) จะต้องได้ความว่ามีอาการเจ็บป่วยไข้ประกอบด้วยทุขเวทนากล้าเกินกว่า 20 วัน และไม่สามาถจะประกอบการหาเลี้ยงชีพได้โดยปรกติเกินกว่า 20 วันด้วย
เจ้าทุกเบิกความว่ามีอาชีพทำนาย่อมหมายความว่าเวลาเบื่อความมีอาชีพทำนา ไม่หมายความว่าเวลาถูกทำร้ายมีอาชีพทำนาด้วย
เจ้าทุกเบิกความว่ามีอาชีพทำนาย่อมหมายความว่าเวลาเบื่อความมีอาชีพทำนา ไม่หมายความว่าเวลาถูกทำร้ายมีอาชีพทำนาด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำเข้าของผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ. สุลกากร ทำให้ของกลางต้องถูกริบ แม้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ
เมื่อการนำของเข้ามาเปนผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ. สุลกากร 2469 แล้ว ของกลางอันเนื่องด้วยความผิดนั้น ก็ต้องถูกริบด้วยตามมาตรา 17 พ.ร.บ. สุลกากรฉบับที่ 9 พ.ส. 2482 ไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยจะต้องมีโทษด้วยหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงโทษจากพยายามชิงทรัพย์เป็นพยายามลักทรัพย์และการกำหนดโทษที่เหมาะสม
ฟ้องว่าพยายามชิงทรัพย์ ได้ความพยายามลักทรัพย์ ไม่เรียกว่าข้อเท็ดจิงต่างฟ้อง
สาลขั้นต้นลงโทสถานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 293-60 กับถานทำร้ายสาหัสตามมาตรา 256 รวมกะทงลงโทสจำคุก 2 ปี 6 เดือน โจทอุธรน์ขอไห้ลงโทสถานพยายามชิงทรัพย์สาลอุธรน์พิพากสาแก้ลงโทสตามมาตรา 294-60 จำคุก 1 ปี 6 เดือนได้
สาลขั้นต้นลงโทสถานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 293-60 กับถานทำร้ายสาหัสตามมาตรา 256 รวมกะทงลงโทสจำคุก 2 ปี 6 เดือน โจทอุธรน์ขอไห้ลงโทสถานพยายามชิงทรัพย์สาลอุธรน์พิพากสาแก้ลงโทสตามมาตรา 294-60 จำคุก 1 ปี 6 เดือนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 120/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ vs. พยายามลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษ
ฟ้องว่าพยายามชิงทรัพย์ ได้ความว่าพยายามลักทรัพย์ ไม่เรียกว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
ศาลชั้นต้นลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 293-60 กับฐานทำร้ายสาหัสตามมาตรา 256 รวมกระทงลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือนโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานพยายามชิงทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ลงโทษตามมาตรา 294-60 จำคุก 1 ปี 6 เดือนได้
ศาลชั้นต้นลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ตามมาตรา 293-60 กับฐานทำร้ายสาหัสตามมาตรา 256 รวมกระทงลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือนโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษฐานพยายามชิงทรัพย์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ลงโทษตามมาตรา 294-60 จำคุก 1 ปี 6 เดือนได้