พบผลลัพธ์ทั้งหมด 995 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3064/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับระยะเวลาการแจ้งคำบังคับและการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ที่ล่าช้า
ในการขอให้พิจารณาใหม่นั้น เมื่อศาลชั้นต้นมิได้กำหนดการอย่างใด ๆ ไว้เลย เพียงแต่มีคำสั่งให้ส่งคำบังคับโดยวิธีส่งหมายธรรมดา หากไม่พบหรือไม่มีผู้รับก็ให้ปิดคำบังคับได้ จึงเป็นเรื่องให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 หากมีการปิดคำบังคับก็จะมีผลใช้ได้ และถือว่าจำเลยได้ทราบคำบังคับหลังจากเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้ว 15 วัน
เมื่อส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยใช้วิธีปิดคำบังคับในวันที่ 17 ธันวาคม 2524 จึงมีผลเท่ากับจำเลยได้ทราบคำบังคับในวันที่ 2 มกราคม 2525 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน 15 วันซึ่งครบกำหนดในวันที่ 16 มกราคม 2525 แต่จำเลยมายื่นในวันที่ 28 มกราคม 2525 จึงเป็นการยื่นเมื่อล่วงพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย
เมื่อส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยใช้วิธีปิดคำบังคับในวันที่ 17 ธันวาคม 2524 จึงมีผลเท่ากับจำเลยได้ทราบคำบังคับในวันที่ 2 มกราคม 2525 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน 15 วันซึ่งครบกำหนดในวันที่ 16 มกราคม 2525 แต่จำเลยมายื่นในวันที่ 28 มกราคม 2525 จึงเป็นการยื่นเมื่อล่วงพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3064/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับระยะเวลาการยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่หลังการส่งคำบังคับโดยวิธีปิดคำบังคับ
ในการขอให้พิจารณาใหม่นั้น เมื่อศาลชั้นต้นมิได้กำหนดการอย่างใดๆ ไว้เลย เพียงแต่มีคำสั่งให้ส่งคำบังคับโดยวิธีส่งหมายธรรมดา หากไม่พบหรือไม่มีผู้รับก็ให้ปิดคำบังคับได้จึงเป็นเรื่องให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 หากมีการปิดคำบังคับก็จะมีผลใช้ได้ และถือว่าจำเลยได้ทราบคำบังคับหลังจากเวลาได้ล่วงพ้นไปแล้ว 15 วัน
เมื่อส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยใช้วิธีปิดคำบังคับในวันที่ 17 ธันวาคม 2524 จึงมีผลเท่ากับจำเลยได้ทราบคำบังคับในวันที่ 2 มกราคม 2525 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน 15 วันซึ่งครบกำหนดในวันที่ 16 มกราคม 2525 แต่จำเลยมายื่นในวันที่ 28 มกราคม2525 จึงเป็นการยื่นเมื่อล่วงพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย
เมื่อส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยใช้วิธีปิดคำบังคับในวันที่ 17 ธันวาคม 2524 จึงมีผลเท่ากับจำเลยได้ทราบคำบังคับในวันที่ 2 มกราคม 2525 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายใน 15 วันซึ่งครบกำหนดในวันที่ 16 มกราคม 2525 แต่จำเลยมายื่นในวันที่ 28 มกราคม2525 จึงเป็นการยื่นเมื่อล่วงพ้นกำหนด 15 วันนับแต่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทดลองปฏิบัติงานเกิน 180 วัน และสิทธิการเลิกจ้างของนายจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46 วรรคสุดท้ายเป็นเพียงข้อยกเว้นว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำที่นายจ้างแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลาไม่เกิน 180 วันแล้วนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยมิใช่เป็นเรื่องห้ามมิให้ทดลองปฏิบัติงานเกิน 180 วัน ดังนั้นการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงาน 120 วัน เมื่อครบกำหนดแล้วนายจ้างจึงมีสิทธิที่จะมีคำสั่งให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานอีก 60 วันได้ และการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานต่อไปอีกนั้นแม้ลูกจ้างจะมีบันทึกข้องใจในคำสั่งนี้ แต่ลูกจ้างก็ยังคงทำงานต่อไปกับนายจ้างอีก จึงถือได้ว่าลูกจ้างยินยอมตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว ลูกจ้างจึงยังคงมีฐานะเป็นลูกจ้างประจำที่ทดลองปฏิบัติงานอยู่ และเมื่อปรากฏว่าในระหว่างที่ทดลองปฏิบัติงาน ผลงานของลูกจ้างไม่เป็นที่พอใจของ นายจ้างนายจ้างย่อมมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแต่เนื่องจากนายจ้างไม่ได้เลิกจ้างลูกจ้างภายในกำหนดระยะเวลาที่แจ้งไว้แต่แรกจึงไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทดลองงานเกิน 180 วัน การยินยอมของลูกจ้าง และสิทธิในการเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 46 วรรคสุดท้ายเป็นเพียงข้อยกเว้นว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำที่นายจ้างแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือแต่แรกว่าให้ทดลองปฏิบัติงานในระยะเวลาไม่เกิน 180 วันแล้วนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยมิใช่เป็นเรื่องห้ามมิให้ทดลองปฏิบัติงานเกิน 180 วัน ดังนั้นการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงาน 120 วัน เมื่อครบกำหนดแล้วนายจ้างจึงมีสิทธิที่จะมีคำสั่งให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานอีก 60 วันได้ และการที่นายจ้างให้ลูกจ้างทดลองปฏิบัติงานต่อไปอีกนั้นแม้ลูกจ้างจะมีบันทึกข้องใจในคำสั่งนี้ แต่ลูกจ้างก็ยังคงทำงานต่อไปกับนายจ้างอีก จึงถือได้ว่าลูกจ้างยินยอมตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว ลูกจ้างจึงยังคงมีฐานะเป็นลูกจ้างประจำที่ทดลองปฏิบัติงานอยู่ และเมื่อปรากฏว่าในระหว่างที่ทดลองปฏิบัติงาน ผลงานของลูกจ้างไม่เป็นที่พอใจของนายจ้างนายจ้างย่อมมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแต่เนื่องจากนายจ้างไม่ได้เลิกจ้างลูกจ้างภายในกำหนดระยะเวลาที่แจ้งไว้แต่แรก จึงไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2655/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่ได้จดทะเบียน ผลบังคับใช้ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และการต่อสัญญาโดยปริยาย
โจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าตึกพิพาทลงวันเดียวกัน 4 ฉบับมีกำหนด 10 ปี สามฉบับแรกมีกำหนดเวลาเช่าฉบับละ 3 ปี ฉบับสุดท้ายมีกำหนดเวลาเช่า 1 ปี โดยมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงมีผลบังคับเพียง 3 ปี ตามสัญญาเช่าฉบับแรกเท่านั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 เมื่อสัญญาเช่าฉบับแรกสิ้นกำหนดแล้ว การที่จำเลยยังอยู่ในตึกพิพาทและโจทก์ไม่ทักท้วงถือว่าโจทก์จำเลยได้ทำสัญญากันใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา ตามมาตรา 570 เมื่อโจทก์ได้บอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว สัญญาเช่าเป็นอันระงับตามมาตรา 566 จำเลยต้องออกจากตึกพิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนมติสมาคม: ข้อจำกัดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1291
คำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้างว่าการประชุมและรายงานการประชุมของสมาคมเป็นการประชุมและรายงานการประชุมที่ไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของสมาคม ไม่มีผลบังคับขอให้ศาลสั่งว่าการประชุมและรายงานการประชุมดังกล่าวขัดต่อข้อบังคับ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลบังคับ ปรากฏตามรายงานการประชุมว่าที่ประชุมของสมาคมได้ลงมติแต่งตั้งกรรมการบริหารของสมาคม แม้ผู้ร้องมิได้ขอให้เพิกถอนมติของสมาคมโดยตรง แต่ถ้าได้ความตามคำร้องของผู้ร้องประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1291 กำหนดให้ศาลเพิกถอนมตินั้นเสียได้ กรณีตามคำร้องของผู้ร้องถือได้ว่าเป็นการขอให้เพิกถอนมติของสมาคม จึงอยู่ในบังคับของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งห้ามมิให้ร้องเกินกว่าหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ลงมติ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนเกินกว่าหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ลงมติ จึงขาดสิทธิที่จะร้องขอให้เพิกถอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2365/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนมติสมาคม: ข้อจำกัดระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1291
คำร้องของผู้ร้องกล่าวอ้างว่าการประชุมและรายงานการประชุมของสมาคมเป็นการประชุมและรายงานการประชุมที่ไม่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของสมาคม ไม่มีผลบังคับขอให้ศาลสั่งว่าการประชุมและรายงานการประชุมดังกล่าวขัดต่อข้อบังคับ ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่มีผลบังคับ ปรากฏตามรายงานการประชุมว่าที่ประชุมของสมาคมได้ลงมติแต่งตั้งกรรมการบริหารของสมาคม แม้ผู้ร้องมิได้ขอให้เพิกถอนมติของสมาคมโดยตรง แต่ถ้าได้ความตามคำร้องของผู้ร้องประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1291 กำหนดให้ศาลเพิกถอนมตินั้นเสียได้ กรณีตามคำร้องของผู้ร้องถือได้ว่าเป็นการขอให้เพิกถอนมติของสมาคม จึงอยู่ในบังคับของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งห้ามมิให้ร้องเกินกว่าหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ลงมติ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนเกินกว่าหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้ลงมติ จึงขาดสิทธิที่จะร้องขอให้เพิกถอนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2526
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และการขาดสิทธิฟ้องร้องเรียกคืนที่ดินเนื่องจากระยะเวลาเกินกำหนด
เดิมมารดาโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทและเป็นผู้แจ้งการครอบครองโจทก์จำเลยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต่อมาได้เลิกร้างแล้วต่างไปมีภรรยาและสามีใหม่ แต่จำเลยและบุตรทำกินในที่พิพาท เมื่อมารดาโจทก์ตายแล้วจำเลยยังทำกินต่อมาและแจ้งเสียภาษีบำรุงท้องที่อ้างว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย การที่โจทก์แจ้งความหาว่าสามีใหม่จำเลยบุกรุกที่พิพาทและจำเลยอ้างต่อตำรวจว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยแสดงให้เห็นว่าโจทก์ทราบดีว่าจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการยึดถือครอบครองที่พิพาทตั้งแต่โจทก์แจ้งความแล้ว โจทก์ฟ้องคดีเมื่อเกินกำหนด 1 ปีโจทก์จึงขาดสิทธิฟ้องร้องเรียกเอาคืนซึ่งการครอบครองที่พิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทวงหนี้ก่อนสิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้ยืมเกิดขึ้น ไม่ถือเป็นเหตุล้มละลาย
จำเลยที่ 1 ขอยืมโฉนดที่ดินของโจทก์ไปจำนองเป็นประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 กู้ยืมจากธนาคาร โดยจำเลยที่ 1 จ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้โจทก์เป็นเงินจำนวนหนึ่ง และทำสัญญากู้ยืมเงินให้ไว้แก่โจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้แต่อย่างใด จำเลยที่ 1 ตกลงกับโจทก์เป็นหนังสือว่าจะจัดการโอนที่ดินคืนให้โจทก์ภายใน 1 ปี มิฉะนั้นยอมให้โจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ตามสัญญาที่ทำให้โจทก์ไว้ได้ ก่อนครบกำหนด 1 ปี โจทก์มอบให้ทนายความมีหนังสือทวงถามไปยังจำเลยสองครั้งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แล้วอ้างเหตุดังกล่าวมาฟ้องให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย ดังนี้ การทวงถามทั้งสองครั้งดังกล่าวจำเลยทั้งสองยังไม่มีหนี้ที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญา กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองได้รับหนังสือทวงถามของโจทก์ให้ชำระหนี้รายนี้แล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ซึ่งมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน อันจะเป็นเหตุทำให้จำเลยทั้งสองตกอยู่ในข้อสันนิษฐานว่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 8(9)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141-1144/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การอายัดทรัพย์ตามคำพิพากษา: ระยะเวลาการขอเฉลี่ยหนี้และการตีความ 'อายัด' ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 วรรคสี่ บัญญัติถึงระยะเวลายื่นขอเฉลี่ยของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไว้ว่า "ในกรณีอายัดทรัพย์สินให้ยื่นคำขอเสียก่อนที่มีการชำระเงินหรือส่งทรัพย์สินตามที่อายัดไว้ และไม่ว่ากรณีใด ๆ ห้ามมิให้ยื่นคำขอช้ากว่าสามเดือนนับแต่วันอายัด" คำว่า อายัด ในมาตรานี้ หมายถึงการอายัดของเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เพราะเป็นการเฉลี่ยระหว่างเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาด้วยกัน หามีผลรวมถึงการอายัดชั่วคราวก่อนคำพิพากษาด้วยไม่