พบผลลัพธ์ทั้งหมด 995 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 252/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าไม่จดทะเบียนและผลกระทบต่อระยะเวลาบังคับสัญญา
จำเลยออกเงินซ่อมตึกของโจทก์ก่อนทำสัญญาเช่าก็เพื่อความสะดวกสบายของจำเลยในการใช้ทรัพย์สินที่เช่าไม่มีลักษณะพิเศษยิ่งไปกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ถ้าไม่จดทะเบียนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ก็มีผลบังคับเพียง 3 ปี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2433/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอพิจารณาคดีใหม่: การส่งคำบังคับโดยชอบและผลของการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล
ในการขอพิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ไม่ว่าในกรณีปกติหรือในกรณีที่มีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ระยะเวลาในการขอพิจารณาคดีใหม่ภายในสิบห้าวันหรือภายในหกเดือนแล้วแต่กรณีนั้น จะเริ่มบังคับต่อเมื่อได้มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้ว หากไม่มีการส่งคำบังคับโดยชอบแล้วจะยื่นคำขอพิจารณาใหม่เมื่อใดก็ได้ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 208 ดังกล่าว
เมื่อศาลมิได้สั่งให้นำส่งและกำหนดเวลาให้นำส่งหมายนัดการไต่สวนไว้ จะถือว่าทิ้งคำร้องหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ได้
เมื่อศาลมิได้สั่งให้นำส่งและกำหนดเวลาให้นำส่งหมายนัดการไต่สวนไว้ จะถือว่าทิ้งคำร้องหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2191/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยึดทรัพย์เพื่อบังคับคดี: การเพิกถอนการบังคับคดีต้องยื่นภายใน 8 วันนับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
ปัญหาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะยึดทรัพย์ได้หรือไม่นั้นแม้ทรัพย์สินในคดีที่พิพาทราคาไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
จำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ต้องยื่นคำร้องให้เพิกถอนการบังคับนั้นไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
จำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ต้องยื่นคำร้องให้เพิกถอนการบังคับนั้นไม่ช้ากว่า 8 วัน นับแต่วันทราบการฝ่าฝืน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1767/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งนัดพยาน: ระยะเวลาแจ้งนัดต้องเหมาะสมเพื่อให้จำเลยทราบวันนัดตามกฎหมาย หากระยะเวลาไม่เพียงพอ ศาลต้องเลื่อนคดี
เมื่อระยะเวลานับแต่วันที่ปิดหมายนัดแจ้งให้ผู้ร้องทราบวันนัดสืบพยานจนถึงวันนัดสืบพยานดังกล่าวยังไม่พ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันอันจะถือว่าการส่งหมายนัดมีผลดังนั้นแม้ผู้ร้องจะไม่มาศาลและไม่ขอเลื่อนคดีศาลก็จำเป็นต้องเลื่อนคดีอยู่แล้วเพราะยังถือไม่ได้ว่าผู้ร้องได้ทราบวันนัดสืบพยานตามกฎหมายกรณีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้ผู้ร้องเลื่อนคดีตามที่ขอได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งนำส่งบัญชีและเอกสารหลักฐาน: ระยะเวลาการบอกกล่าวและการออกหมายเรียก
ระยะเวลานับแต่วันรุ่งขึ้น เจ้าพนักงานประเมินจำเลยส่งหมายให้โจทก์วันที่ 16 กันยายนให้นำบัญชีเอกสารหลักฐานมาแสดงในวันที่ 23 กันยายนต้องเริ่มนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 บอกล่วงหน้าไม่ครบ 7 วันตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19, 23 แต่จำเลยเตือนโจทก์และโจทก์ขอเลื่อนเวลาออกไปเกินกำหนดถือว่าให้เวลาเกิน 7 วันแล้วได้
กำหนดเวลา 150 วันตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 71 หมายถึงออกหมายเรียกหลังจาก 150 วัน จากวันครบรอบระยะเวลาบัญชีโดยโจทก์ยื่นรายการแล้วหรือไม่ยื่นรายการ ไม่ทำบัญชีหรือทำไม่ครบในกำหนดนั้นมิใช่ต้องออกหมายเรียกภายใน 150 วันนับแต่ครบรอบระยะเวลาบัญชี
กำหนดเวลา 150 วันตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 71 หมายถึงออกหมายเรียกหลังจาก 150 วัน จากวันครบรอบระยะเวลาบัญชีโดยโจทก์ยื่นรายการแล้วหรือไม่ยื่นรายการ ไม่ทำบัญชีหรือทำไม่ครบในกำหนดนั้นมิใช่ต้องออกหมายเรียกภายใน 150 วันนับแต่ครบรอบระยะเวลาบัญชี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลผูกพันคำพิพากษาถึงที่สุด: ห้ามเถียงคำพิพากษาเดิม และระยะเวลาการครอบครองใช้ไม่ได้
ศาลฎีกาได้พิพากษาในคดีก่อนว่า โจทก์ได้กู้เงินจำเลยและมอบที่นาพิพาทให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย คำพิพากษานี้จึงผูกพันโจทก์จำเลยอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 เมื่อไม่ปรากฏว่าหลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้วจำเลยได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไปยังโจทก์ว่าจำเลยจะยึดถือครอบครองในฐานะเจ้าของต่อไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 จำเลยจะอ้างระยะเวลาหนึ่งปีมาตัดสิทธิฟ้องร้องของโจทก์ หรือจำเลยจะโต้เถียงในชั้นนี้อีกว่า ความจริงจำเลยครอบครองในฐานะเจ้าของ ซึ่งเป็นการเถียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยต้องผูกพันอยู่หาได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำร้องขอพิจารณาใหม่ต้องยื่นภายใน 15 วันหลังรับคำบังคับ และต้องแสดงเหตุผลที่อาจชนะคดีได้
จำเลยลงชื่อรับคำบังคับตามคำพิพากษาของศาลเมื่อวันที่ 11พฤษภาคม 2521 แต่มายื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ในวันที่ 5 มิถุนายน 2521 เป็นเวลาเกินสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับไม่ปรากฏว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำร้องภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวเพราะมีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ ทั้งคำร้องของจำเลยก็มิได้กล่าวคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลไว้เลยว่า จำเลยอาจชนะคดีได้อย่างไร คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงไม่ถูกต้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ศาลรับไว้พิจารณาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีเด็กและเยาวชนพ้นกรอบระยะเวลาผัดฟ้อง ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ จึงจะมีอำนาจฟ้อง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน พ.ศ. 2494 มาตรา 24 ทวิ กำหนดให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเด็กหรือเยาวชนต่อศาลคดีเด็กและเยาวชน ให้ทันภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่เด็กหรือเยาวชนถูกจับกุม และในกรณีเกิดความจำเป็นให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอผัดฟ้องต่อไป ได้อีกคราวละไม่เกินสิบห้าวัน เฉพาะคดีซึ่งมีอัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลจะอนุญาตให้ผัดฟ้องกี่คราวก็ได้ และตามมาตรา 24 จัตวา ห้ามมิให้พนักงานอัยการฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 ทวิ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ เมื่อปรากฏว่า คดีนี้เป็นคดีมีโทษสถานที่หนักซึ่งจะขอผัดฟ้องกี่คราวก็ได้ และพนักงานสอบสวนได้ขอผัดฟ้องไว้เป็นครั้งที่ 5 แล้วต่อมาได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยไป หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการก็มิได้มาขอผัดฟ้องต่อไปอีก จนกระทั่งอีกประมาณ 3 เดือนต่อมา พนักงานอัยการจึงได้นำคดีมาฟ้อง ดังนี้ คดีโจทก์ขาดการผัดฟ้องถือได้ว่าโจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 24 ทวิ ซึ่งโจทก์จะต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการตามมาตรา 24 จัตวา จึงจะมีอำนาจฟ้องคดีได้ โจทก์จะอ้างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141 มาใช้บังคับในกรณีนี้ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชนมีบทบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะแล้ว เมื่อโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายระยะเวลายื่นคำให้การ: วันสิ้นสุดระยะเวลาที่ขยายแล้วเริ่มนับจากวันถัดจากวันสุดท้ายของระยะเวลาเดิม แม้จะเป็นวันหยุด
ระยะเวลาสิ้นสุดลงในวันหยุดราชการแต่ศาลสั่งให้ขยายออกไปอีก 5 วัน ต้องเริ่มในวันถัดไป ไม่คำนึงว่าวันสุดท้ายของระยะเวลาเดิมเป็นวันหยุดราชการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 367/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับสัญญาลาศึกษา: ศาลลดเบี้ยปรับได้หากสูงเกินส่วนเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่ขาดราชการ
สัญญาว่า ถ้าผู้ที่ลาไปศึกษากลับมารับราชการไม่ครบตามเวลาที่ตกลงกันไว้ ต้องใช้เงิน 3 เท่าของเงินที่ได้รับไปข้อตกลงนี้มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลลดลงได้