พบผลลัพธ์ทั้งหมด 82 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2503 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เสียหายเลือกฟ้องคดีอาญาได้ แม้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณา
โจทก์ฟ้องต่อศาลพลเรือนขอให้ลงโทษตาม มาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ถึงแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยทำผิดตามมาตรา 295 ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารจะพิจารณาพิพากษาตาม ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 16ก็ดี เพราะไม่มีกฎหมายหรือประกาศคณะปฏิวัติฉบับใดห้ามไว้ และเป็นสิทธิของผู้เสียหายที่จะเลือกฟ้องฐานใดก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2503
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เสียหายเลือกฟ้องอาญาฐานใดก็ได้ แม้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณา
โจทก์ฟ้องต่อศาลพลเรือนขอให้ลงโทษตามมาตรา 391 แห่งประมวลกฎหมายอาญาถึงแม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยทำผิดตามมาตรา 295 ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหารจะพิจารณาพิพากษาตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 16 ก็ดี ศาลพลเรือนก็ต้องรับฟ้องไว้พิจารณาเพราะไม่มีกฎหมายหรือประกาศคณะปฏิวัติฉบับใดห้ามไว้ และเป็นสิทธิของผู้เสียหายที่จะเลือกฟ้องฐานใดก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 กับฟ้องที่ยื่นก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ และผลของการที่ข้อเท็จจริงในฟ้องต่างกับข้อเท็จจริงตามการพิจารณา
โจทก์ฟ้องจำเลยว่าทำร้ายเจ้าพนักงานและฆ่าคนตายโดยเจตนาฟ้องก่อน พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ 5) พ.ศ.2496 ออกใช้บังคับ
ศาลมณฑลทหารบกที่ 7 ยกฟ้องโดยเห็นว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง(ฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางวัน ทางพิจารณาได้ความว่าเวลากลางคืน) ศาลทหารกลางเห็นว่าข้อต่อสู้และการนำสือของจำเลยแสดงได้ชัดว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ซึ่งตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 มาตรา 100 มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลทหารบกที่ 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
ดังนี้แม้จำเลยจะมิได้ค้านคำพิพากษาของศาลทหารกลางแต่อย่างใดในชั้นนั้น เมื่อศาลมณฑลทหารบกที่ 7 พิจารณาใหม่แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยและศาลทหารกลางพิพากษายืนดังนี้ จำเลยจะคัดค้านขึ้นมาในชั้นฎีกาว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องก็ได้เ เพราะปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเมื่อศาลทหารกลางพิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลมณฑลทหารบกที่ 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่นั้น คดีก็ยังไม่ถึงที่สุดคู่ความหรือศาลย่อมยกขึ้นกล่าวอ้าง+
พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 มาตรา 100ใช้บังคับแก่ฟ้องที่ไม่ถูกต้องซึ่งเกิดขึ้นภายหลังวันใช้บังคับเท่านั้นจะนำเอากฎหมายที่ออกใช้ภายหลังมาลงโทษจำเลยไม่ได้ และกฎหมายใหม่ในกรณีเช่นนี้หาอาจไปแก้ไขฟ้องที่ไม่ถูกต้องให้เป็นการถูกต้องขึ้นได้ไม่
ศาลมณฑลทหารบกที่ 7 ยกฟ้องโดยเห็นว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้อง(ฟ้องว่าเหตุเกิดเวลากลางวัน ทางพิจารณาได้ความว่าเวลากลางคืน) ศาลทหารกลางเห็นว่าข้อต่อสู้และการนำสือของจำเลยแสดงได้ชัดว่าจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ซึ่งตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 มาตรา 100 มิให้ถือว่าต่างกันในข้อสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลทหารบกที่ 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่
ดังนี้แม้จำเลยจะมิได้ค้านคำพิพากษาของศาลทหารกลางแต่อย่างใดในชั้นนั้น เมื่อศาลมณฑลทหารบกที่ 7 พิจารณาใหม่แล้วพิพากษาลงโทษจำเลยและศาลทหารกลางพิพากษายืนดังนี้ จำเลยจะคัดค้านขึ้นมาในชั้นฎีกาว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องก็ได้เ เพราะปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและเมื่อศาลทหารกลางพิพากษาให้ยกคำพิพากษาของศาลมณฑลทหารบกที่ 7 ให้พิจารณาพิพากษาใหม่นั้น คดีก็ยังไม่ถึงที่สุดคู่ความหรือศาลย่อมยกขึ้นกล่าวอ้าง+
พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2496 มาตรา 100ใช้บังคับแก่ฟ้องที่ไม่ถูกต้องซึ่งเกิดขึ้นภายหลังวันใช้บังคับเท่านั้นจะนำเอากฎหมายที่ออกใช้ภายหลังมาลงโทษจำเลยไม่ได้ และกฎหมายใหม่ในกรณีเช่นนี้หาอาจไปแก้ไขฟ้องที่ไม่ถูกต้องให้เป็นการถูกต้องขึ้นได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจการแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยศาลทหาร และอำนาจการเป็นโจทก์เมื่ออัยการเป็นพยาน
คำสั่งที่ปลัดกระทรวงกลาโหมลงนามแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ โดยวิธีคำสั่งรัฐมนตรีนั้นเป็นคำสั่งรัฐมนตรีตั้ง หาใช่ปลัดกระทรวงตั้งไม่ จึงชอบด้วย พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร ม. 79
เมื่ออัยการศาลทหารกรุงเทพฯเป็นพยานในคดีใด ซึ่งต้องห้ามมิให้เป็นโจทก์ตาม พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหารมาตรา 85(2) อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ จึงมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนั้นได้ หาขัดต่อ พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร ม.80 ไม่
ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลทหารกลางแล้วให้ศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามกระบวนความ
เมื่ออัยการศาลทหารกรุงเทพฯเป็นพยานในคดีใด ซึ่งต้องห้ามมิให้เป็นโจทก์ตาม พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหารมาตรา 85(2) อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ จึงมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนั้นได้ หาขัดต่อ พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาลทหาร ม.80 ไม่
ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลทหารกลางแล้วให้ศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามกระบวนความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1240/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจอัยการผู้ช่วยศาลทหาร: คำสั่งแต่งตั้งชอบด้วยกฎหมายเมื่อเป็นการรับคำสั่งรัฐมนตรี และการลงชื่อฟ้องคดีเมื่ออัยการหลักเป็นพยาน
คำสั่งที่ปลัดกระทรวงกลาโหมลงนามแต่งตั้งอัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯ โดยวิธีรับคำสั่งรัฐมนตรีนั้นเป็นคำสั่งรัฐมนตรีตั้งหาใช่ปลัดกระทรวงตั้งไม่ จึงชอบด้วย พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 79
เมื่ออัยการศาลทหารกรุงเทพฯเป็นพยานในคดีใด ซึ่งต้องห้ามมิให้เป็นโจทก์ตาม พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 85(2)อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯจึงมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนั้นได้ หาขัดต่อ พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 80ไม่
ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลทหารกลางแล้วให้ศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามกระบวนความ
เมื่ออัยการศาลทหารกรุงเทพฯเป็นพยานในคดีใด ซึ่งต้องห้ามมิให้เป็นโจทก์ตาม พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 85(2)อัยการผู้ช่วยศาลทหารกรุงเทพฯจึงมีอำนาจลงชื่อเป็นโจทก์ฟ้องคดีนั้นได้ หาขัดต่อ พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร มาตรา 80ไม่
ศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษาศาลทหารกลางแล้วให้ศาลทหารกลางวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามกระบวนความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลทหาร: คดีอาญาที่มีผู้ร่วมกระทำผิดที่ไม่เป็นทหาร
ฟ้องพลทหารประจำการหาว่ากระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรต่อศาลทหารเมื่อทางพิจารณาได้ความว่ามีผู้อื่นกระทำผิดร่วมกับจำเลยด้วย และผู้ที่ร่วมมือกระทำผิดด้วยนี้ไม่ปรากฎว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารคดีจึงขึ้นศาลทหารไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 641/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลทหาร: การดำเนินคดีอาญาเมื่อมีผู้ร่วมกระทำผิดไม่อยู่ในอำนาจศาล
ฟ้องพลทหารประจำการหาว่ากระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรต่อศาลทหาร เมื่อทางพิจารณาได้ความว่ามีผู้อื่นกระทำผิดร่วมกับจำเลยด้วยและผู้ที่ร่วมมือกระทำผิดด้วยนี้ไม่ปรากฏว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารคดีจึงขึ้นศาลทหารไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1421/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชอบด้วยกฎหมายขององค์คณะผู้พิพากษาศาลทหารกลาง กรณีจำเลยมียศต่ำกว่า
จำเลยมียศเพียงนายเรือตรี แต่ตุลาการศาลทหารกลางที่เป็นนายทหารพิจารณาพิพากษาคดีพร้อมกับตุลาการผู้รักษษพระธรรมนูญอีก 2 นายนั้นเป็นนายทหารชั้นพลโททั้ง 3 นายไม่มีตุลาการที่เป็นนายทหารคนใดมียศต่ำกว่าจำเลยฉะนั้นฐานะของตุลาการศาลทหารกลางที่เป็นนายทหาร พิจารณาพิพากษาคดีของจำเลย จึงเป็นอันชอบด้วยกฎหมายแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลทหาร: ขอบเขตการพิจารณาคดีนายทหารอากาศภายใต้ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2477
ตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2477 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติถึงบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในเวลาปกติ โดยฉะเพาะอย่างยิ่งนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการย่อมหมายถึงทหารประจำการทุกเหล่า รวมทั้งทหารอากาศด้วย.
(อ้างฎีกาที่ 407/2491)
(อ้างฎีกาที่ 407/2491)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลทหาร: ทหารอากาศอยู่ในอำนาจศาลทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2477
ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.2477 มาตรา 39 ซึ่งบัญญัติถึงบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในเวลาปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายทหารชั้นสัญญาบัตรประจำการย่อมหมายถึงทหารประจำการทุกเหล่า รวมทั้งทหารอากาศด้วย
(อ้างฎีกาที่ 407/2491)
(อ้างฎีกาที่ 407/2491)