พบผลลัพธ์ทั้งหมด 103 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5140/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องไม่เคลือบคลุม ผู้ครอบครองเช็คโดยชอบมีสิทธิเรียกร้องเงินตามเช็คได้
คำบรรยายคำฟ้องที่ว่า จำเลยเล่นแชร์ซึ่งมีโจทก์เป็นหัวหน้าวงแชร์จำเลยประมูลแชร์ได้เป็นคนแรก แล้วออกเช็คพิพาทให้โจทก์ไว้เพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ในขณะนั้น ต่อมาโจทก์โอนเช็คพิพาทชำระค่าแชร์ให้แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ได้ ลูกวงแชร์ที่ได้รับโอนเช็คพิพาทเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้จึงโอนเช็คที่พิพาทกลับไปให้โจทก์ โจทก์ในฐานะหัวหน้าวงแชร์ต้องชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่ลูกวงแชร์เหล่านั้น โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบนั้น เป็นคำบรรยายฟ้องที่ได้กล่าวสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหา และต่อสู้คดีได้พอสมควรแล้ว ทั้งจำเลยก็ให้การเกี่ยวกับการเล่นแชร์และการสั่งจ่ายเช็คพิพาทได้เนื้อถ้อยกระทง ความดี แสดงว่าจำเลยเข้าใจข้อหาต่อสู้คดีได้มิได้หลงต่อสู้แต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม
การที่จำเลยออกเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ แล้วมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ในเวลานั้น ต่อมาโจทก์โอนเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ได้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ลูกวงแชร์ดังกล่าวจึงโอนเช็คพิพาททั้งหมดกลับไปให้โจทก์ และรับชำระเงินตามเช็คพิพาททั้งห้าฉบับจากโจทก์ซึ่งเป็นหัวหน้าวงแชร์ โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คพิพาทจึงเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย
การที่จำเลยออกเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ แล้วมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ในเวลานั้น ต่อมาโจทก์โอนเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ได้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ลูกวงแชร์ดังกล่าวจึงโอนเช็คพิพาททั้งหมดกลับไปให้โจทก์ และรับชำระเงินตามเช็คพิพาททั้งห้าฉบับจากโจทก์ซึ่งเป็นหัวหน้าวงแชร์ โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คพิพาทจึงเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5140/2531
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องไม่เคลือบคลุม ผู้ครอบครองเช็คมีสิทธิเรียกร้องได้ แม้เช็คถูกปฏิเสธ
คำบรรยายคำฟ้องที่ว่า จำเลยเล่นแชร์ซึ่งมีโจทก์เป็นหัวหน้าวงแชร์ จำเลยประมูลแชร์ได้เป็นคนแรก แล้วออกเช็คพิพาทให้โจทก์ไว้เพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ในขณะนั้น ต่อมาโจทก์โอนเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ได้ ลูกวงแชร์ที่ได้รับโอนเช็คพิพาทเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ จึงโอนเช็คพิพาทกลับไปให้โจทก์ โจทก์ในฐานะหัวหน้าวงแชร์ต้องชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่ลูกวงแชร์เหล่านั้น โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบนั้น เป็นคำบรรยายฟ้องที่ได้กล่าวสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพียงพอที่จำเลยจะเข้าใจข้อหาและต่อสู้คดีได้พอสมควรแล้วทั้งจำเลยก็ให้การเกี่ยวกับการเล่นแชร์ และการสั่งจ่ายเช็คพิพาทได้เนื้อถ้อยกระทงความดี แสดงว่าจำเลยเข้าใจข้อหา ต่อสู้คดีได้มิได้หลงต่อสู้แต่อย่างใด คำฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม การที่จำเลยออกเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คที่สั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ แล้วมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ค่าแชร์แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ยังไม่ได้ในเวลานั้น ต่อมาโจทก์โอนเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าแชร์ให้แก่ลูกวงแชร์ที่ประมูลแชร์ได้ แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค ลูกวงแชร์ดังกล่าวจึงโอนเช็คพิพาททั้งหมดกลับไปให้โจทก์ และรับชำระเงินตามเช็คพิพาททั้งห้าฉบับจากโจทก์ซึ่งเป็นหัวหน้าวงแชร์ โจทก์เป็นผู้ครอบครองเช็คพิพาทจึงเป็นผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องบังคับซื้อที่นาตามพ.ร.บ.เช่าที่ดินฯ ไม่เคลือบคลุม แม้รายละเอียดสัญญาเช่าไม่ครบถ้วน
ฟ้องโจทก์ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนขายที่นาพิพาทให้แก่โจทก์ตามพื้นที่ที่โจทก์เช่าทำนาอยู่เดิม มิใช่เป็นการฟ้องบังคับตามเนื้อหาแห่งสัญญาเช่า หากแต่เป็นการอ้างว่ามีการเช่า เพื่อผลที่จะได้สิทธิในการซื้อที่นาที่เช่าก่อนคนอื่น ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 รายละเอียดของสัญญาเช่าดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายในฟ้อง และฟ้องโจทก์ได้บรรยายพอเข้าใจได้ว่าที่นาพิพาทอยู่ทางตอนใดของที่ดิน ส่วนจะมีอาณาเขตแน่นอนอย่างไร เป็นเรื่องที่โจทก์จะนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ทั้งการที่จำเลยให้การว่า ก่อนจะโอนขายที่นาพิพาทได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วโจทก์ไม่แสดงความจำนงว่าจะซื้อ และโจทก์ไม่ใช่ผู้เช่านาตามกฎหมาย เป็นคำให้การตรงตามประเด็นที่โจทก์ฟ้อง แสดงว่าจำเลยเข้าใจสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องโจทก์ได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2231/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องไม่เคลือบคลุมเมื่อพิจารณารวมเอกสารท้ายฟ้อง สิทธิโจทก์เกิดจากการเช่านาที่กฎหมายคุ้มครอง การทำถนนละเมิดสิทธิ
การที่โจทก์บรรยายฟ้องอ้างเอกสารหมายเลข 3 ซึ่งที่ถูกเป็นเอกสารหมายเลข 2 นั้น ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยถึงเอกสารฉบับที่ถูกต้องได้และเมื่อได้ความตามคำฟ้องว่าสิทธิของโจทก์ในที่ดินตามฟ้องเกิดจากการเช่านาซึ่งมีกฎหมายว่าด้วยการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมคุ้มครอง จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเข้าไปทำถนนในที่ดินซึ่งโจทก์เช่า ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายทำนาตามปกติไม่ได้ คำฟ้องนั้นจึงเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว
เอกสารท้ายคำฟ้องทุกฉบับย่อมเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง และการวินิจฉัยว่าคำฟ้องใดเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาคำฟ้องรวมกันทั้งฉบับ
เอกสารท้ายคำฟ้องทุกฉบับย่อมเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง และการวินิจฉัยว่าคำฟ้องใดเคลือบคลุมหรือไม่ ต้องพิจารณาคำฟ้องรวมกันทั้งฉบับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2530 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องไม่เคลือบคลุมกรณีไม้หวงห้าม แม้ไม่ระบุยืนยันการทราบประกาศและจำนวนไม้ที่แปรรูป
โจทก์บรรยายฟ้องว่าทางราชการได้คัดสำเนาประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตาม พระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 ประกาศไว้ ณ ที่ทำการอำเภอ ที่ทำการกำนันและที่สาธารณสถานในท้องที่ซึ่งเกี่ยวข้องและในท้องที่ที่เกิดเหตุคดีนี้ให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว แม้จะไม่ได้บรรยายว่าจำเลยกับพวกได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้วแต่คำว่าให้ทราบโดยทั่วกันหมายความว่าจำเลยกับพวกได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่เคลือบคลุม
แม้ฟ้องโจทก์จะไม่ได้บรรยายระบุให้แน่ชัดว่าไม้ตะเคียนชันตาแมวอันเป็นไม้ที่หวงห้ามที่จำเลยร่วมกันแปรรูปนั้น เป็นจำนวนเดียวกับไม้ตะเคียนชันตาแมวที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อนก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้บรรยายข้อเท็จจริงถึงการกระทำของจำเลยและได้ระบุถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยกับพวกเข้าใจข้อหาได้แล้ว ทั้งการกระทำความผิดในข้อหาทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำต่างกรรมกัน ไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันแปรรูปซึ่งมีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดกับไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อน จะเป็นจำนวนเดียวกันหรือไม่ก็ได้ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมเช่นกัน.
แม้ฟ้องโจทก์จะไม่ได้บรรยายระบุให้แน่ชัดว่าไม้ตะเคียนชันตาแมวอันเป็นไม้ที่หวงห้ามที่จำเลยร่วมกันแปรรูปนั้น เป็นจำนวนเดียวกับไม้ตะเคียนชันตาแมวที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อนก็ตาม แต่โจทก์ก็ได้บรรยายข้อเท็จจริงถึงการกระทำของจำเลยและได้ระบุถึงสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรที่จะให้จำเลยกับพวกเข้าใจข้อหาได้แล้ว ทั้งการกระทำความผิดในข้อหาทั้งสองดังกล่าวเป็นการกระทำต่างกรรมกัน ไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันแปรรูปซึ่งมีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดกับไม้ที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำโดยตัดฟันออกจากต้นแล้วเลื่อยตัดทอนเป็นท่อน จะเป็นจำนวนเดียวกันหรือไม่ก็ได้ฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมเช่นกัน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 624/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องฉายภาพยนตร์อันลามกไม่เคลือบคลุม แม้รายละเอียดไม่ชัดเจน เพราะจำเลยรับสารภาพและเข้าใจข้อหา
คำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์กล่าวว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฉายภาพยนตร์อันลามกประกอบด้วยภาพเปลือยและการแสดงความสัมพันธ์ทางเพศ เป็นการแสดงอวดต่อประชาชนเพื่อประสงค์แห่งการค้าและโดยการค้า ณ โรงภาพยนตร์ เป็นการบรรยายฟ้องที่ครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 และเป็นคำฟ้องที่มีข้อเท็จจริงพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว ส่วนข้อที่ว่าคำฟ้องไม่ปรากฏว่าแสดงความสัมพันธ์ทางเพศอย่างไรและเปลือยอย่างใดนั้น. เป็นเรื่องรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาในกรณีที่จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพจึงแสดงว่าจำเลยทั้งสองเข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ดี ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องแสดงสภาพแห่งข้อหาชัดเจน แม้รายละเอียดหนี้เป็นเรื่องสืบในชั้นพิจารณา ศาลไม่ถือว่าฟ้องเคลือบคลุม
ฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงหนี้ที่จำเลยค้างชำระและพยานหลักฐานที่แสดงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ระหว่างวันที่เท่าใดจำนวนเท่าใดด้วยจึงเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาแล้วส่วนรายละเอียดแห่งหนี้เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3984/2528
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซื้อขายไม่เคลือบคลุม แม้ไม่มีต้นฉบับเอกสาร แต่มีสำเนาที่โจทก์มอบให้จำเลย ศาลรับฟังได้ หนี้ร่วมสามีภรรยา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้ซื้อลูกไก่อาหารไก่และ อาหารหมู ไปจากโจทก์รวม 26 ครั้ง เป็นเงิน 115,835บาท จำเลยทั้งสองได้รับ สินค้าไปตามสำเนาภาพถ่ายใบรับฝากสินค้าท้ายฟ้อง จำเลยค้างชำระ ค่าสินค้าเป็นเงิน 51,930 บาท เป็นคำฟ้อง ที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ส่วนข้อที่ว่าใครเป็นผู้ซื้อ ผู้รับสินค้าและเป็นสินค้าชนิดใดนั้นเป็นรายละเอียดที่ต้องนำสืบในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
โจทก์ผู้ขายได้มอบต้นฉบับใบรับฝากสินค้าให้แก่จำเลยผู้ซื้อไป คงเก็บไว้แต่สำเนา ถือได้ว่าโจทก์ไม่สามารถนำต้นฉบับเอกสารมาได้ ศาลรับฟังสำเนาแทนได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) จำเลยที่ 1 เป็นสามีของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองประกอบการค้า ร่วมกันในสถานที่เดียวกัน จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดในหนี้สิน ที่ทำการค้าร่วมกัน
โจทก์ผู้ขายได้มอบต้นฉบับใบรับฝากสินค้าให้แก่จำเลยผู้ซื้อไป คงเก็บไว้แต่สำเนา ถือได้ว่าโจทก์ไม่สามารถนำต้นฉบับเอกสารมาได้ ศาลรับฟังสำเนาแทนได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) จำเลยที่ 1 เป็นสามีของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองประกอบการค้า ร่วมกันในสถานที่เดียวกัน จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดในหนี้สิน ที่ทำการค้าร่วมกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3803/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องละเมิดจากการหลอกลวงให้เชื่อว่ามีการลงนามในสัญญากู้ยืมเงิน คำฟ้องไม่เคลือบคลุม
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมาขอกู้ยืมเงินจากโจทก์ โดยเอาหนังสือรับรองการทำประโยชน์มาให้โจทก์ยึดถือเป็นประกันโจทก์ตกลงให้กู้ยืมแต่เห็นว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวมีชื่อ อ. เป็นเจ้าของที่ดิน จึงมอบหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่กรอกข้อความแล้วให้จำเลยเอาไปให้ อ. ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ จำเลยนำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวไปแล้วนำมาคืนให้โจทก์โดย ใช้อุบาย หลอกลวงโจทก์ว่า อ. ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้แล้ว โจทก์หลงเชื่อจึงให้เงินแก่จำเลยและยึดถือหนังสือสัญญากู้ยืมเงินไว้ ต่อมาเมื่อหนี้ตามหนังสือสัญญากู้ยืมเงินถึงกำหนดชำระแล้ว โจทก์ทวงถามให้ อ. ชำระหนี้แต่ อ. ปฏิเสธว่าไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ ลายมือชื่อ อ. ในหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเป็นลายมือชื่อปลอม การที่จำเลยใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ให้หลงเชื่อดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ดังนี้ สภาพแห่งข้อหาตามที่โจทก์บรรยายในคำฟ้องเป็นเรื่องที่ขอให้จำเลยรับผิดในมูลละเมิด เป็นคำฟ้องที่แสดงสภาพแห่งข้อหาและ คำขอบังคับตลอดจนข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโดยแจ้งชัด แม้จะมิได้ส่งสำเนาเอกสารที่กล่าวในคำบรรยายฟ้องมาพร้อม คำฟ้องด้วย คำฟ้องโจทก์ก็ไม่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2199/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำฟ้องไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ได้ระบุรายละเอียดจำนวนเงินที่เสียหายทั้งหมด หากโจทก์สามารถสืบรายละเอียดได้ในชั้นพิจารณา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนการคลังและคณะกรรมการรับผิดชอบเก็บรักษาเงินของโจทก์ มีความบกพร่องในหน้าที่และไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เป็นเหตุให้ ส. ยักยอกเอาเงินดังกล่าวของโจทก์อันอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยและพวกไปทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ไม่ เคลือบคลุมแต่อย่างใด โจทก์หาจำต้องบรรยายไว้ในคำฟ้องถึงจำนวนเงินนี้โดยละเอียดว่าเป็นค่าอะไรบ้างและแต่ละจำนวนเป็นจำนวนเท่าใด เพราะจำนวนเงินดังกล่าวโจทก์นำสืบรายละเอียดได้ในชั้นพิจารณาของศาล และจำเลยก็มีโอกาสซักค้านพยานโจทก์เกี่ยวกับเงิน จำนวน นี้ ได้