พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,218 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2313/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อผิดสัญญา: จำเลยผิดสัญญาเพราะรถไม่สามารถจดทะเบียนได้ โจทก์มีสิทธิเรียกเงินคืน
รถที่โจทก์เช่าซื้อจากจำเลยเจ้าพนักงานไม่ต่อทะเบียนให้เพราะ สภาพรถที่ปรากฏในทะเบียนกับตัวรถไม่ตรงกัน ถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา เพราะโจทก์ไม่สามารถใช้หรือรับประโยชน์จากรถพิพาท ตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญาได้ การที่โจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อจะว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่ได้ การที่จำเลยยึดรถคืน โจทก์จึงมีสิทธิเรียกเงินค่าเช่าซื้อ ที่ส่งให้จำเลยไปแล้วคืนได้ แต่จำเลยก็มีสิทธิได้ค่าใช้รถพิพาทจาก โจทก์ระหว่างที่โจทก์ครอบครองใช้ประโยชน์รถอยู่ โดยหักจากเงินที่ จำเลยต้องส่งคืนโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2299/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เบี้ยปรับกับการบังคับทำสัญญา: เมื่อเรียกเบี้ยปรับแล้วสิทธิในการเรียกร้องให้ทำสัญญาเป็นอันสิ้นสุด
ทำสัญญาตกลงกันว่าผู้ขายตกลงจะทำถนนผ่านที่คืนในส่วนของผู้ขายหลังจากแบ่งแยกโฉนดขายให้แก่ผู้ซื้อแล้ว หากผิดสัญญายอมให้ผู้ซื้อปรับผู้ขายเป็นเงินห้าหมื่นบาท ข้อตกลงดังกล่าวนี้เป็นเรื่องสัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อไม่ชำระหนี้ เมื่อผู้ซื้อตกลงเรียกเอาเบี้ยปรับมาแล้วจึงไม่มีสิทธิเรียกให้ทำถนนอีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2295/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อ: การผิดสัญญาจากไม่ชำระเบี้ยประกันภัย ทำให้จำเลยมีสิทธิยึดรถคืนได้
การที่สัญญาเช่าซื้อกำหนดหน้าที่ให้โจทก์ต้องประกันภัยรถยนต์ที่โจทก์เช่าซื้อจากจำเลยนั้น แม้โจทก์จะออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้จำเลยเพื่อชำระคืนเงินเบี้ยประกันภัยที่จำเลยได้ชำระแทนโจทก์ไปแล้วก็ตามแต่เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเช่นนี้ แสดงว่าโจทก์ยังไม่ได้ชำระเงินเบี้ยประกันภัยตามข้อตกลง และจำเลยได้ทวงถามแล้วแต่ โจทก์ ก็ไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นการผิดข้อตกลงซึ่งในกรณีเช่นนี้ สัญญาเช่าซื้อ ดังกล่าวมีข้อสัญญาให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อเป็นอัน ยกเลิกสิ้นสุดลงทันที จำเลยจึงมีสิทธิเอาคืนและครอบครองรถ ที่โจทก์เช่าซื้อได้ การกระทำ ของจำเลยจึงไม่เป็นการละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาประกัน - การผิดสัญญาต้องมีเจตนา การเจ็บป่วยเป็นเหตุจำเป็นที่สมควร
แม้สัญญาประกันที่ทำไว้ต่อศาลจะระบุไว้ว่านายประกันหรือจำเลยจะปฏิบัติตามนัดของศาลหากผิดสัญญาศาลมีอำนาจบังคับให้นายประกันใช้เบี้ยปรับเต็มตามจำนวนในสัญญาก็ตามแต่การที่จะถือว่านายประกันหรือจำเลยผิดสัญญานั้น จะต้องได้ความว่านายประกันหรือจำเลยจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามนัดหาใช่ว่าเมื่อจำเลยไม่มาศาลตามที่ศาลนัดไม่ว่าเพราะมีความจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงหรือมีอุปสรรคขัดข้องสักเท่าใดก็ต้องถือว่านายประกันผิดสัญญาไปทั้งนั้น
การเจ็บป่วยเป็นเหตุจำเป็นที่มิอาจก้าวล่วงได้ประการหนึ่งที่มีเหตุผลเพียงพอที่จำเลยจะขอเลื่อนคดีเพราะไม่สามารถมาศาลได้
การเจ็บป่วยเป็นเหตุจำเป็นที่มิอาจก้าวล่วงได้ประการหนึ่งที่มีเหตุผลเพียงพอที่จำเลยจะขอเลื่อนคดีเพราะไม่สามารถมาศาลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2183/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดในสัญญาเช่าซื้อจากการไม่ส่งมอบรถยนต์คืน และค่าเสื่อมสภาพราคา
สัญญาเช่าซื้อระบุว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อผู้เช่าซื้อยอมส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืนแก่เจ้าของโดยพลันในสภาพที่ซ่อมแซมดีแล้วโดยเรียบร้อยโดยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าซื้อเองดังนี้ หากรถยนต์ที่เช่าซื้อของโจทก์ได้รับความเสียหายถึงขนาดเสื่อมราคาอันเป็นผลมาแต่เหตุที่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถยนต์คืนต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเช่าซื้อในข้อนี้และต้องรับผิดชดใช้ค่าเสื่อมราคาของรถยนต์แก่โจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2025/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการบังคับใช้ข้อสัญญาซื้อขาย: การริบเงินประกัน vs. เบี้ยปรับ กรณีผู้ขายผิดสัญญาไม่ส่งมอบสินค้า
สัญญาซื้อขายข้อ 7 ใจความว่า ผู้ขายได้นำเงินจำนวนร้อยละ 10 ของราคาสิ่งของมามอบไว้ให้แก่ผู้ซื้อ ถ้าผู้ขายไม่ปฏิบัติตามสัญญา ผู้ซื้อจะริบเงินจำนวนนี้ ข้อ 8 มีความว่าถ้าผู้ขายไม่นำสิ่งของมอบให้แก่ผู้ซื้อเป็นการถูกต้องภายในกำหนด ผู้ขายย่อมให้ผู้ซื้อปรับเป็นเงินร้อยละ 10 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้ส่งมอบ และข้อ 9 ความว่า นอกจากที่กล่าวแล้วในข้อ 8 ถ้าผู้ขายไม่ปฏิบัติตามสัญญาด้วยเหตุใดๆ จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อ ผู้ขายยอมรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง เช่นนี้ ข้อ 7 ใช้บังคับในกรณีผู้ขายไม่ปฏิบัติตามสัญญาเลย ข้อ 8 ใช้บังคับในกรณีผู้ขายส่งมอบสิ่งของให้แก่ผู้ซื้อ แต่ส่งมอบไม่ครบถ้วน หรือถูกต้องตามสัญญาส่วนข้อ 9 ถ้าผู้ซื้อได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาของผู้ขาย ผู้ขายต้องรับผิดด้วย ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยผู้ขายผิดสัญญาไม่ได้ส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์ผู้ซื้อเลย โจทก์จึงมีสิทธิเพียงแต่ริบเงินที่จำเลยนำมาวาง ตามสัญญาข้อ 7 เท่านั้นจะเรียกเอาเบี้ยปรับจากจำเลยตามสัญญาข้อ 8 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1840-1841/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผู้รับโอนที่ดินไม่ต้องรับผิดในสัญญาเช่าเดิม หากผู้โอนเป็นฝ่ายผิดสัญญา และไม่มีข้อตกลงใหม่กับผู้รับโอน
การที่จำเลยทั้งสามรับโอนกรรมสิทธิที่ดินจาก พ. ภายหลังที่ พ. ได้กระทำผิดสัญญาไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นเวลาหลายปี โดยไม่ปรากฏว่าได้มีข้อตกลงดังกล่าวขึ้นใหม่ ระหว่างจำเลยทั้งสามกับโจทก์ จำเลยทั้งสาม จึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาข้อไม่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์ และจำเลยทั้งสามผู้รับโอนกรรมสิทธิที่ดินที่ให้เช่าหาจำต้องรับเอาความรับผิดในความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หา พ. ผู้รับโอนได้มีอยู่ต่อโจทก์ เป็นของจำเลยด้วยตาม มาตรา 569 วรรคสองแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะเหตุความรับผิดในความเสียหายดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1715/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายจากการผิดสัญญาเช่า: ศาลจำกัดขอบเขตค่าเสียหายเฉพาะค่าเช่าที่แท้จริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย โดยกล่าวในคำฟ้องว่า หากจำเลยออกจากตึกแถวและที่ดินของโจทก์แล้วโอนขายให้กับ ส. ได้ตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับ ส. โจทก์จะได้รับชำระราคาที่ดินที่ยังค้างชำระจาก ส. ซึ่งเงินจำนวนนี้โจทก์ย่อมนำไปทำธุรกิจหาผลประโยชน์ต่อไปได้ อย่างน้อยที่สุดนำไปฝากธนาคารก็จะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 8 ต่อปี ดังนี้ ค่าเสียหายดังกล่าวเป็นค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุการที่จำเลยไม่ยอมออกจากตึกแถวหรือออกจากตึกแถวล่าช้าค่าเสียหายควรเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าเช่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อ: การผ่อนผันชำระหนี้และการบอกเลิกสัญญา ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากไม่ครบถ้วน จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา
โจทก์เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกสิบล้อจากจำเลย สัญญาเช่าซื้อได้กำหนดการชำระค่าเช่าซื้อไว้ทุกวันที่ 25 ของเดือน แต่เมื่อโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อตรงตามกำหนดเวลาหลายงวด โจทก์ขอผ่อนผัน จำเลยก็ยินยอมผ่อนผันให้ และเมื่อโจทก์นำค่าเช่าซื้อมาชำระหลังจากเกินกำหนดเวลาตามงวดแล้ว จำเลยก็ยินยอมรับไว้มิได้ทักท้วง เมื่อจำเลยยึดรถยนต์ไปจากโจทก์แล้ว จำเลยยังมีหนังสือให้โจทก์เอาเงินค่าเช่าซื้อที่ค้างมาชำระตามพฤติการณ์แสดงว่าในทางปฏิบัติคู่สัญญาไม่ถือเอากำหนดเวลาชำระหนี้ตามสัญญาเป็นสำคัญ ดังนี้ จะถือว่าโจทก์ผิดสัญญา สัญญาจึงเลิกกันตามข้อกำหนดในสัญญาไม่ได้ จำเลยจะเลิกสัญญาได้ก็แต่ด้วยการแสดงเจตนาบอกเลิกตามมาตรา 386 และการบอกเลิกสัญญาก็จะต้องปฏิบัติตามมาตรา 387 และ 388 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
อุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ ดังนี้ จำเลยจะฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์มิได้
ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นเป็นอำนาจของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ที่จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เสียค่าฤชาธรรมเนียมหรือจะให้เป็นพับไปก็ได้ โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือในการดำเนินคดีของคู่ความ
อุทธรณ์ของจำเลยไม่ได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้ ดังนี้ จำเลยจะฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์มิได้
ค่าฤชาธรรมเนียมนั้นเป็นอำนาจของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 ที่จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เสียค่าฤชาธรรมเนียมหรือจะให้เป็นพับไปก็ได้ โดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือในการดำเนินคดีของคู่ความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาทำถนนไม่ถูกต้องตามข้อตกลง ถือเป็นการผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและยึดเงินมัดจำ
โจทก์จำเลยตกลงกันว่า "โจทก์จะต้องทำถนนขนาดมาตรฐานคอนกรีตเสริมเหล็กหนา 15 เซนติเมตรส่วนหน้ากว้าง 8เมตร ผิวจราจร 6 เมตร ไหล่ถนนข้างละ 1 เมตรใต้ไหล่ทางมีท่อระบายน้ำ และท่อพักเปิดปิดทำความสะอาดได้"ตามข้อตกลงดังกล่าวหมายความว่าโจทก์ต้องทำไหล่ถนนข้างละ1 เมตร เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กด้วยเมื่อโจทก์ไม่ได้ทำไหล่ถนนข้างละ 1 เมตรเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเพียงแต่ทำท่อระบายน้ำมีบ่อพักและมีฝาปิดเปิดเท่านั้นถือได้ว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับในสัญญาโดยครบถ้วน
คดีนี้โจทก์มีคำขอให้เรียกร้องที่ดินมาเป็นของโจทก์ราคาที่ดินย่อมเป็นทุนทรัพย์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์
คดีนี้โจทก์มีคำขอให้เรียกร้องที่ดินมาเป็นของโจทก์ราคาที่ดินย่อมเป็นทุนทรัพย์จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์