คำพิพากษาที่อยู่ใน Tags
ระยะเวลา

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 995 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลานาน
เด็กถูกทำร้ายมีบาดเจ็บ 11 แห่ง เป็นเหตุให้กินข้าวไม่ได้ 7 วันและนอนอยู่กับที่ 24 วันเรียกได้ว่าต้องทนทุกข์เวทนากล้าเกินกว่า20 จึงเป็นบาดเจ็บสาหัสตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนับระยะเวลาคำสั่งศาลและการยื่นอุทธรณ์: คำสั่งที่ยังไม่ได้อ่านมีผลเมื่อใด
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย เขียนคำสั่งลงวันที่ 8 มิ.ย. 42 แต่ไม่ปรากฎว่าศาลได้นำคำสั่งนั้นออกอ่านหรือเพื่ออ่าน และไม่ปรากฎว่าได้มีการจดแจ้งว่าได้มีการอ่านคำสั่งนั้นในรายงานใด ๆ ในวันที่ 8 นั้นเลย จำเลยเพิ่งเซ็นทราบคำสั่งนั้นในวันที่ 9 ดังนี้ต้องถือว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเมือ่วันที่ 9.
ศาลอุทธรณ์สั่งว่า จำเลยยืนคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกิน 10 วันตามมาตรา 234 ป.ม.วิ.แพ่ง ให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของจำเลยเสียนั้น จำเลยฎีกาต่อศาลฎีกาว่าจำเลยยืนอุทธรณ์ภายใน 10 วัน หาเกินไม่ ดังนี้ได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามป.ม.วิ.แพ่งม.236

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์: คำสั่งมีผลเมื่อผู้ถูกอุทธรณ์ทราบ
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเขียนคำสั่งลงวันที่ 8 มิ.ย. 96 แต่ไม่ปรากฏว่าศาลได้นำคำสั่งนั้นออกอ่านหรือเพื่ออ่านและไม่ปรากฏว่าได้มีการจดแจ้งว่าได้มีการอ่านคำสั่งนั้นในรายงานใดๆ ในวันที่ 8 นั้นเลย จำเลยเพิ่งเซ็นทราบคำสั่งนั้นในวันที่ 9 ดังนี้ต้องถือว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเมื่อวันที่ 9
ศาลอุทธรณ์สั่งว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกิน 10 วันตามมาตรา 234 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้ยกคำร้องอุทธรณ์ของจำเลยเสียนั้นจำเลยฎีกาต่อศาลฎีกาว่าจำเลยยื่นอุทธรณ์ภายใน10 วันหาเกินไม่ ดังนี้ได้ ไม่เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1493/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบอกเลิกสัญญาเช่าและการฟ้องขับไล่ โดยระยะเวลาบอกเลิกสัญญาเพียงพอต่อระยะเวลาชำระค่าเช่า
สัญญาเช่ามีข้อความว่าผู้เช่าจะชำระค่าเช่าในวันที่ 7 ของทุกๆ เดือน ผู้เช่าได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเป็นเวลา 1 เดือนเศษแล้วจึงฟ้องขับไล่ผู้เช่า ดังนี้ผู้เช่าได้รู้ตัวมีกำหนดเวลาค่าเช่าระยะหนึ่ง คือ 1 เดือน ก็เป็นการเพียงพอแล้ว ไม่ขัดกับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่ากำหนดตลอดไปขัดต่อกฎหมาย หากเกิน 3 ปี สัญญาข้อผูกพันทั้งสองฝ่ายไม่มีผลบังคับ
สัญญาเช่าที่มีข้อสัญญาผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ว่าการเช่าจะต้องมีอยู่ตลอดไป เว้นแต่จะมีเหตุการบางประการเกิดขึ้นนั้น เป็นสัญญาที่มุ่งหวังประโยชน์ในการเช่ากันเกิน 3 ปีขัดต่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ไม่มีผลใช้บังคับได้เกิน 3 ปี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนัดพร้อมกับนัดชี้สองสถาน: ผลต่อการยื่นเพิ่มเติมฟ้อง
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องมรดก เมื่อจำเลยยื่นคำให้การแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อม ครั้นถึงกำหนดคู่ความขอเลื่อนไปเนื่องจากมีทางตกลงกันได้ จนถึงกำหนดนัดพร้อมกันครั้งที่ 2 คู่ความก็ยังขอเวลาไปเจรจา เพื่อแบ่งมรดกกันเองก่อน ขอให้ศาลงดคดีไว้ 1เดือน ศาลก็อนุญาตดังนี้ การนัดทั้ง 2 ครั้งดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นการนัดพร้อม ไม่ใช่นัดชี้สองสถาน และการนัดพร้อมทั้ง 2 ครั้งนั้นคู่ความหรือศาลก็หาได้กระทำอย่างหนึ่งอย่างใด อันจะเป็นการเรียกได้ว่า ได้มีการชี้สองสถาน ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ไม่ จึงเรียกไม่ได้ว่ามีการชี้สองสถานแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1459/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิฎีกาอาญา: การอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเป็นสำคัญ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 บัญญัติให้ฎีกาภายในหนึ่งเดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง ฉะนั้นเมื่อตัวจำเลยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แม้โจทก์และทนายจำเลยจะได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วทนายจำเลยก็ยังไม่มีสิทธิฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ระยะเวลาการวางค่าธรรมเนียมอุทธรณ์และการนับวันตามกฎหมาย
ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2493 ว่าจำเลยไม่ใช่คนอนาถา ให้ยกคำร้อง ถ้าประสงค์จะอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 3 วันนับแต่วันนี้ ดังนี้จำเลยย่อมมีสิทธินำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2493 ได้ เพราะ ป.ม.แพ่งฯมาตรา 158 มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลา รวมคำนวณเข้าด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กำหนดระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม – การคำนวณระยะเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2493 ว่า จำเลยไม่ใช่คนอนาถาให้ยกคำร้องถ้าประสงค์จะอุทธรณ์ ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางภายใน 3 วันนับแต่วันนี้ ดังนี้ จำเลยย่อมมีสิทธินำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2493 ได้เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158 มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลารวมคำนวณเข้าด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิซื้อคืนที่ดินตามสัญญา ระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของสิทธิ
โจทก์ขายนาให้จำเลยแล้วมีข้อสัญญากันว่า ต่อไปในวันข้างหน้าในระยะครบ 2 ปี เป็นจำนวน พ.ศ. 2493 หรือ 2494 ถ้าโจทก์นำเงินมาซื้อคืนได้ จำเลยจะต้องขายนาคืนให้ นั้นย่อมหมายความว่า โจทก์มีสิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะ 2 ปี นับแต่วันทำสัญญากันนั้นเอง สุดแต่จะไปครบ 2 ปี ใน ปี พ.ศ. 2493 หรือ พ.ศ. 2494
โจทก์ฟ้องว่า ได้ไปขอซื้อนาคืนจากจำเลยในต้น พ.ศ. 2494 แต่จำเลยไม่ยอมขายคืนให้ ฯลฯ จำเลยไม่ได้ให้การกล่าวถึงหรือปฏิเสธความข้อนี้ประการใด จึงต้องถือว่าจำเลยรับในข้อเท็จจริงข้อที่โจทก์ฟ้องนี้แล้ว
โจทก์ขายนาให้จำเลยโดยมีข้อสัญญากันว่า โจทก์มีสิทธิขอซื้อคืนได้ภายในกำหนด 2 ปี ครั้นต่อมาโจทก์ได้ขอซื้อคืนภายในระยะเวลาปีอันเป็นระยะเวลาที่โจทก์มีสิทธิขอซื้อคืนได้ เมื่อจำเลยไม่ยอมขาย ย่อมถือได้ว่า จำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้ และโจทก์จะยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนด 2 ปีแล้วก็ได้ เพราะโจทก์ได้ขอซื้อคืนไว้ภายในระยะ 2 ปี แล้ว
of 100