พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,088 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความคล้ายคลึงของเครื่องหมายการค้า น้ำหมึก 'ควิ้ง' กับ 'ควีน' ไม่ถึงขนาดทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด
โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า "ควิ้ง" ใช้กับสินค้าน้ำหมึก ได้จดทะเบียนไว้แล้ว จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำว่า "ควีน" สำหรับสินค้าน้ำหมึกเช่นเดียวกัน เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยไม่คล้ายกัน ทั้งชื่อและสีตลอดจนส่วนประกอบอื่นๆ และไม่มีลักษณะถึงขนาดจะทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดด้วยเช่นนี้ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิจะขอให้ศาลบังคับให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียน หรือห้ามไม่ให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1536/2508
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความคล้ายคลึงของเครื่องหมายการค้า: หากไม่มีลักษณะทำให้สาธารณชนสับสน การจดทะเบียนย่อมสมเหตุสมผล
โจทก์เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า "ควิ้ง" ใช้กับสินค้าน้ำหมึก ได้จดทะเบียนไว้แล้ว จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีคำว่า "ควีน" สำหรับสินค้าน้ำหมึกเช่นเดียวกัน เมื่อเครื่องหมายการค้าของโจทก์จำเลยไม่คล้ายกัน ทั้งชื่อและสีตลอดจนส่วนประกอบอื่นๆและไม่มีลักษณะถึงขนาดจะทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดด้วยเช่นนี้โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิจะขอให้ศาลบังคับให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียน หรือห้ามไม่ให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271-1273/2508 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิเครื่องหมายการค้าและการละเมิดสิทธิ โจทก์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการค้าขายสินค้ามีเครื่องหมายการค้านั้น
การที่คู่ความทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 60 นั้น แม้การมอบอำนาจจะมีหนังสือมอบอำนาจก็ตาม แต่กฎหมายก็มิได้บัญญัติว่าในการยื่นคำฟ้องต่อศาล โจทก์จะต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจนั้นติดมากับฟ้องด้วย ซึ่งต่างกับกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61,63 และ 64 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่าต้องยื่นใบแต่งทนาย แสดงใบมอบอำนาจ ทำหนังสือแต่งตั้งหรือยื่นใบมอบฉันทะต่อศาล ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้ยื่นใบมอบอำนาจต่อศาลในขณะยื่นคำฟ้อง ก็ไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายแต่ประการใด
ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้า หาใช่จำกัดเฉพาะผู้ทำสินค้าขึ้นเท่านั้นไม่ แม้โจทก์จะมิใช่ผู้ประดิษฐ์หรือผลิตสินค้า แต่เป็นผู้รับโอนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของเดิมจดทะเบียนไว้ พร้อมด้วยกิจการบริการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย โจทก์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะค้าขายสินค้าที่มีเครื่องหมายซึ่งได้จดทะเบียนไว้นั้น ฉะนั้น การที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าในบังคับแห่งสิทธิของโจทก์เข้ามาจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอม ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เพราะการสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายย่อมเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ติดมากับสินค้านั้นด้วย (วรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2508)
ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้า หาใช่จำกัดเฉพาะผู้ทำสินค้าขึ้นเท่านั้นไม่ แม้โจทก์จะมิใช่ผู้ประดิษฐ์หรือผลิตสินค้า แต่เป็นผู้รับโอนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของเดิมจดทะเบียนไว้ พร้อมด้วยกิจการบริการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย โจทก์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะค้าขายสินค้าที่มีเครื่องหมายซึ่งได้จดทะเบียนไว้นั้น ฉะนั้น การที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าในบังคับแห่งสิทธิของโจทก์เข้ามาจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอม ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เพราะการสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายย่อมเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ติดมากับสินค้านั้นด้วย (วรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2508)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1271-1273/2508
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบอำนาจทางกฎหมายและการละเมิดสิทธิเครื่องหมายการค้า ผู้รับโอนสิทธิมีอำนาจฟ้องร้องได้
การที่คู่ความทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 60 นั้น แม้การมอบอำนาจจะมีหนังสือมอบอำนาจก็ตามแต่กฎหมายก็มิได้บัญญัติว่าในการยื่นคำฟ้องต่อศาล โจทก์จะต้องแสดงหนังสือมอบอำนาจนั้นติดมากับฟ้องด้วย ซึ่งต่างกับกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61, 63 และ 64 ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่าต้องยื่นใบแต่งทนาย แสดงใบมอบอำนาจทำหนังสือแต่งตั้งหรือยื่นใบมอบฉันทะต่อศาล ฉะนั้นแม้โจทก์จะมิได้ยื่นใบมอบอำนาจต่อศาลในขณะยื่นคำฟ้องก็ไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายแต่ประการใด
ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้า หาใช่จำกัดเฉพาะผู้ทำสินค้าขึ้นเท่านั้นไม่ แม้โจทก์จะมิใช่ผู้ประดิษฐ์หรือผลิตสินค้า แต่เป็นผู้รับโอนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของเดิมจดทะเบียนไว้ พร้อมด้วยกิจการบริการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย โจทก์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะค้าขายสินค้าที่มีเครื่องหมายซึ่งได้จดทะเบียนไว้นั้น ฉะนั้น การที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าในบังคับแห่งสิทธิของโจทก์เข้ามาจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอม ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เพราะการสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายย่อมเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ติดมากับสินค้านั้นด้วย(วรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่15/2508)
ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้า หาใช่จำกัดเฉพาะผู้ทำสินค้าขึ้นเท่านั้นไม่ แม้โจทก์จะมิใช่ผู้ประดิษฐ์หรือผลิตสินค้า แต่เป็นผู้รับโอนเครื่องหมายการค้าที่เจ้าของเดิมจดทะเบียนไว้ พร้อมด้วยกิจการบริการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทย โจทก์ย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะค้าขายสินค้าที่มีเครื่องหมายซึ่งได้จดทะเบียนไว้นั้น ฉะนั้น การที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าในบังคับแห่งสิทธิของโจทก์เข้ามาจำหน่ายโดยมิได้รับความยินยอม ย่อมเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ เพราะการสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายย่อมเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าของโจทก์ที่ติดมากับสินค้านั้นด้วย(วรรคแรกวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่15/2508)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้เครื่องหมายการค้าโดยไม่สุจริตเพื่อแอบอิงชื่อเสียงของผู้อื่น
เครื่องหมาย "MOLINARD" และ เครื่องหมาย "MOLINARD"กับ "M" เป็นเครื่องหมายที่โจทก์คิดประดิษฐ์ขึ้นใช้เฉพาะกับสินค้าของโจทก์ซึ่งส่งมาจำหน่ายแพร่หลายในประเทศไทยกว่า 20 ปีแล้ว การที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า "MOLINARD"และ"MOLINARD" กับ "M" โดยดัดแปลงตัวอักษรให้เพี้ยนไปบ้าง เพื่อแอบอิงชื่อเสียงเครื่องหมายการค้าของโจทก์มาใช้กับสินค้าของจำเลยนั้นเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลห้ามมิให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลียนแบบเครื่องหมายการค้าต้องพิจารณาถึงความหลงผิดของประชาชน แม้ไม่เหมือนกันทุกประการ ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ เป็นความผิดต่อรัฐ
การที่จะวินิจฉัยว่า ได้มีการเลียนแบบเครื่องหมายการค้ากันนั้น ไม่ใช่ว่าเครื่องหมายการค้าจะต้องเหมือนกันทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ต้องวินิจฉัยด้วยว่าเครื่องหมายการค้านั้นชวนให้เห็นว่ามีลักษณะทำนองเดียวกัน อันอาจทำให้ประชาชนหลงผิดได้หรือไม่ด้วย เมื่อเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นรูปลิงขี่ควาย แตกต่างกับรูปคนขี่ควายของโจทก์เพียงลิงกับคนซึ่งอยู่บนหลังควาย แต่ขนาดลักษณะท่าทางของลิงและคนบนหลังควายคล้ายคลึงกันมาก มองดูแล้วเห็นได้ว่า ลักษณะเกือบเหมือนกัน บุคคลธรรมดาทั่วๆ ไปอาจหลงเข้าใจผิดว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์ได้ การกระทำของจำเลยเป็นการเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์แล้ว
การที่จำเลยแสดงให้ปรากฏในเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ยังมิได้จดทะเบียนว่าจดทะเบียนแล้ว อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 45 นั้น เป็นความผิดต่อรัฐ โจทก์ซึ่งถูกจำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าจึงมิได้เสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยที่ฝ่าฝืนมาตรานี้แต่อย่างใด จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
การที่จำเลยแสดงให้ปรากฏในเครื่องหมายการค้าของจำเลยที่ยังมิได้จดทะเบียนว่าจดทะเบียนแล้ว อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 มาตรา 45 นั้น เป็นความผิดต่อรัฐ โจทก์ซึ่งถูกจำเลยเลียนเครื่องหมายการค้าจึงมิได้เสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำผิดของจำเลยที่ฝ่าฝืนมาตรานี้แต่อย่างใด จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 481/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้ตราชื่อหรือเครื่องหมายการค้าปลอมเพื่อหลอกลวงประชาชน แม้สินค้าเป็นของแท้ก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
คำฟ้องที่บรรยายว่า จำเลยนำสุราแม่โขงซึ่งทำตราชื่อรูปรอยประดิษฐ์ ของผู้มีชื่อปลอมปิดที่ขวดสุราแม่โขงออกจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นสุราแม่โขงของผู้มีชื่อนั้น มีข้อความเข้าใจได้แล้วว่าเท่ากับบรรยายว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่า ตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์นั้นเป็นตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ปลอมไม่ขาดองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275,272
เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ของผู้มีชื่อซึ่งปลอมปิดลงไปบนสินค้า(ที่แท้จริง) เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่มาจากร้านค้าของผู้เป็นเจ้าของตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ แม้เจ้าของตราชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ จะไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้านั้น เพียงแต่เป็นผู้รับมาจำหน่าย ผู้เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ปลอมมาใช้ดังกล่าวก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 272(1)
เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ ของผู้มีชื่อซึ่งปลอมปิดลงไปบนสินค้า(ที่แท้จริง) เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่มาจากร้านค้าของผู้เป็นเจ้าของตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ แม้เจ้าของตราชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ จะไม่ใช่ผู้ผลิตสินค้านั้น เพียงแต่เป็นผู้รับมาจำหน่าย ผู้เอาตราชื่อ รูป รอยประดิษฐ์ปลอมมาใช้ดังกล่าวก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 275 ประกอบด้วยมาตรา 272(1)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 37/2507
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การทำไพ่ปลอม: ความผิดตาม พ.ร.บ.ไพ่ vs. ปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า
ผู้ที่จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1) จะต้องเป็นผู้กระทำขึ้นด้วย เพียงแต่มีเครื่องทำชื่อ รูปรอยประดิษฐ์ และเครื่องอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272(1)
ผู้ที่มีบล๊อกแบบพิมพ์ประเภทเครื่องมือทำไพ่ปลอมมีความผิดตามพระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ.2486 มาตรา 11 เท่านั้น หามีความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 273 ด้วยไม่
ผู้ที่มีบล๊อกแบบพิมพ์ประเภทเครื่องมือทำไพ่ปลอมมีความผิดตามพระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ.2486 มาตรา 11 เท่านั้น หามีความผิดฐานปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 273 ด้วยไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2506 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เครื่องหมายการค้าคล้ายคลึงกันจนทำให้ประชาชนหลงผิด ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนได้ แม้เป็นคำประดิษฐ์
โจทก์ใช้คำประดิษฐ์ขึ้นเป็นอักษรโรมันว่า +PHENERGAN+ สำหรับยารักษาโรคจำพวกหนึ่งที่โจทก์ผลิตขึ้นจำหน่าย และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับคำ ๆ นี้ไว้แล้ว ต่อมานายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นคำว่า +PHENAGIN ในจำพวกเดียวกับสินค้าของโจทก์ ดังนี้ เมื่อพิจารณาถึงการเรียงลำดับตัวอักษรตลอดจนสำเนียงที่เรียกขานอันเป็นคำของภาษาต่างประเทศแล้ว ย่อมเห็นได้ว่า เครื่องหมายการค้าทั้งสองนี้มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกัน อันอาจทำให้ประชาชนหลงผิดได้ ศาลย่อมพิพากษาให้เพิกถอนการจัดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเสียได้ และในการพิจารณาดังกล่าวนั้น จะพิจารณาแต่เฉพาะการอ่านออกเสียงหรือสำเนียงที่เรียกขานแต่อย่างเดียวย่อมไม่ได้ต้องพิเคราะห์ถึงเหตุอื่น ๆ ด้วย.
เครื่องหมายการค้าของโจทก์กับของจำเลยนั้นเป็นเครื่องหมายการค้าที่สำเร็จรูปแล้ว ไม่จำต้องไปพิเคราะห์ถึงส่วนประกอบอื่นใดอีก.
เครื่องหมายการค้าของโจทก์กับของจำเลยนั้นเป็นเครื่องหมายการค้าที่สำเร็จรูปแล้ว ไม่จำต้องไปพิเคราะห์ถึงส่วนประกอบอื่นใดอีก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2506
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้าเนื่องจากความคล้ายคลึงจนอาจทำให้ประชาชนหลงผิด
โจทก์ใช้คำประดิษฐ์ขึ้นเป็นอักษรโรมันว่า'PHENERGAN' สำหรับยารักษาโรคจำพวกหนึ่งที่โจทก์ผลิตขึ้นจำหน่ายและได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับคำๆ นี้ไว้แล้วต่อมานายทะเบียนรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นคำว่า 'PHENAGIN' ในจำพวกเดียวกับสินค้าของโจทก์ ดังนี้ เมื่อพิจารณาถึงการเรียงลำดับตัวอักษรตลอดจนสำเนียงที่เรียกขานอันเป็นคำของภาษาต่างประเทศแล้ว ย่อมเห็นได้ว่าเครื่องหมายการค้าทั้งสองนี้มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกัน อันอาจทำให้ประชาชนหลงผิดได้ ศาลย่อมพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเสียได้และเครื่องหมายการค้าของโจทก์กับจำเลยเช่นนี้ย่อมเป็นเครื่องหมายการค้าที่สำเร็จรูปแล้ว ศาลไม่จำต้องไปพิเคราะห์ถึงส่วนประกอบอื่นใดอีก